แม้ Apex Legends จะเปิดให้เล่นมาได้สักพักแล้ว แต่ก็ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาลองเกมเรื่อยๆ ซึ่งก็มีหลายๆ คนที่ยังไม่รู้ว่าควรเล่นปืนไหนดี มาวันนี้ทางผมจะมาขอนำเสนอข้อดีและข้อเสียของปืนประเภท Assault Rifle (AR) ทุกกระบอกว่าเป็นยังไงนะครับ


R-301 Carbine

ใช้กระสุน - Light Rounds
ความเสียหายต่อนัด - 14
ความเสียหายยิงเข้าหัว - 28
ความเร็วการลั่นกระสุน - 720 RPM
จำนวนกระสุนพื้นฐาน - 18 นัด
ความเร็วการเปลี่ยนกระสุน (แบบกระสุนหมดและแบบเหลือกระสุน) - 2.4 / 1.6 วินาที
โหมดการยิง - Full Auto และ Single Fire
อุปกรณ์ที่ติดตั้งเสริมได้ - Barrel Stabiliser, Extended Light Mag, Standard Stock, กล้องตั้งแต่ x1-x4

Pattern กระสุนในการยิงแบบ Full Auto

ข้อดี R-301 Carbine

เป็นปืน AR ที่ใช้ได้ค่อนข้างหลากหลายสถานการณ์ ยิงใกล้ก็ได้ยิงไกลก็ดี แต่ส่วนมากจะมีประโยชน์สูงสุดในระยะกลาง เนื่องจากเป็นปืนที่ทำ DPS ได้ไวที่สุดในปืนประเภท AR และแรงถีบปืนที่ไม่สูงมากนัก ทำให้คุมปืนได้ไม่ยาก ยิ่งหากหาตัวแต่งปืนได้ครบก็จะทำให้ยิงง่ายขึ้นอีกหลายเท่า แถมกระสุนชนิดนี้ก็มีคนใช้เยอะทำให้หาจากศพได้ง่ายด้วย นอกจากนี้ภายใน Hot Zone เรายังมีโอกาสเจอปืน R-301 Carbine สีทอง ซึ่งจะมีตัวเสริมแต่งปืนให้ครบอีกด้วย

ข้อเสีย R-301 Carbine

เป็นปืนที่กระสุนต่อนัดเบาที่สุดในประเภทปืน AR ทั้งหมดใน Apex Legends นอกจากนี้จำนวนกระสุนต่อแม็กกาซีนยังมีเพียง 18 นัด หากไม่เจอ Extended Light Mag มาช่วยเสริม อาจจะทำให้ต้อง Reload หลายครั้งก่อนจะจัดการศัตรูได้ อีกทั้งแรงถีบปืนแม้จะไม่สูงมาก แต่ในช่วงท้ายจะมีการแกว่งจากขวาไปซ้ายเล็กน้อย ทำให้คนที่ยังคุมปืนนี้ไม่คล่อง อาจจะพลาดได้


VK-47 Flatline

VK-47 Flatline

ใช้กระสุน - Heavy Rounds
ความเสียหายต่อนัด - 16
ความเสียหายยิงเข้าหัว - 32
ความเร็วการลั่นกระสุน - 600 RPM
จำนวนกระสุนพื้นฐาน - 20 นัด
ความเร็วการเปลี่ยนกระสุน (แบบกระสุนหมดและแบบเหลือกระสุน) - 2.8 / 2.1 วินาที
โหมดการยิง - Full Auto และ Single Fire
อุปกรณ์ที่ติดตั้งเสริมได้ - Extended Heavy Mag, Standard Stock, กล้องตั้งแต่ x1-x4

Pattern กระสุนในการยิงแบบ Full Auto

ข้อดี VK-47 Flatline

เป็นปืน AR ที่มีความเสียหายค่อนต่อนัดค่อนข้างดีหากเทียบกับ R-301 Carbine โดยกระสุนที่แรงกว่าและปืนมี 20 นัด ตั้งแต่เริ่ม ทำให้เริ่มเกมก็สามารถใช้ลุยได้ทันที นอกจากนี้กระสุน Heavy Rounds ก็เป็นกระสุนที่หาได้ง่ายเช่นกัน ทำให้โอกาสที่กระสุนจะหมดมีค่อนข้างน้อยพอสมควร

ข้อเสีย VK-47 Flatline

เป็นปืนที่คุมแรงดีดยากที่สุดในปืนประเภท AR ด้วยกัน เนื่องจากแรงเหวี่ยงซ้ายขวาเวลายิง ทำให้ยากที่จะคุมปืน โดยเฉพาะเวลายิงจากระยะไกลๆ ที่มีโอกาสปืนจะหลุดเป้าค่อนข้างสูง และตัวแต่งปืนที่มีน้อยโดยเฉพาะไม่สามารถติด Barrel Stabiliser ที่จะช่วยลดแรงถีบปืน ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดปืนให้ดีกว่าที่เป็นได้


Hemlok Burst AR

Hemlok Burst AR

ใช้กระสุน - Heavy Rounds
ความเสียหายต่อนัด - 18
ความเสียหายยิงเข้าหัว - 24
ความเร็วการลั่นกระสุน - 490 RPM
จำนวนกระสุนพื้นฐาน - 18 นัด
ความเร็วการเปลี่ยนกระสุน (แบบกระสุนหมดและแบบเหลือกระสุน) - 2.6 / 2.0 วินาที
โหมดการยิง -  Burst Fire และ Single Fire
อุปกรณ์ที่ติดตั้งเสริมได้ - Barrel Stabiliser, Extended Heavy Mag, Standard Stock, กล้องตั้งแต่ x1-x4

Pattern กระสุนในการยิงแบบ Burst Fire

ข้อดี Hemlok Burst AR

เป็นปืน AR กระบอกเดียวในเกม Apex Legends ที่ไม่สามารถยิงแบบ Full Auto ได้ แต่จะเป็นการยิงแบบ Burst Fire 3 นัด หรือจะใช้การยิงแบบ Single Fire ทีละนัดเลย ซึ่งส่วนมากคนที่ใช้จะนำมายิงในการ Single Fire เสียมากกว่าเพราะคุมปืนได้ง่ายๆ และยิงได้เร็ว ต่างจากการยิงแบบ Burst ที่รอยต่อในการยิงแต่ละชุดค่อนข้างมาก

ข้อเสีย Hemlok Burst AR

เนื่องจากไม่มีโหมด Full Auto ทำให้ปืนนี้จำกัดการเล่นไปทางระยะกลางถึงไกลเสียมากกว่า และด้วยความที่ต้องเน้นใช้ระยะไกลทำให้หลายคนเลือกจะไปใช้ปืนประเภท Sniper แทนที่ทำความเสียหายได้แรงกว่าและแม่นยำกว่า ทำให้ปืนนี้มักจะไม่ค่อยมีคนใช้เสียเท่าไหร่ ยกเว้นในช่วงต้นเกมที่ยังหาปืนไม่ได้


HAVOC

HAVOC

ใช้กระสุน - Energy Ammo
ความเสียหายต่อนัด - 18
ความเสียหายยิงเข้าหัว - 36
ความเร็วการลั่นกระสุน - 672 RPM
จำนวนกระสุนพื้นฐาน - 25 นัด
ความเร็วการเปลี่ยนกระสุน (แบบกระสุนหมดและแบบเหลือกระสุน) - 3.2 / 3.2 วินาที
โหมดการยิง -  Full Auto และ Single Fire (ต้องสวมใส่ Selectfire Receiver ก่อน)
อุปกรณ์ที่ติดตั้งเสริมได้ - Standard Stock, กล้องตั้งแต่ x1-x4, Hop-up Turbocharger หรือ Selectfire Receiver

Pattern กระสุนในการยิงแบบ Full Auto

ข้อดี Havoc

เป็นปืน AR ที่ใช้กระสุน Energy Ammo ปืนเดียวในเกม Apex Legends ที่เพิ่งเข้ามาในเกมได้ไม่นาน มีกระสุนที่แรงที่สุด (เท่ากับ Hemlok และยิงหัวแรงกว่า) แถมความเร็วการลั่นกระสุนก็ใกล้เคียง R-301 Carbine มาก รวมไปถึงกระสุนพื้นฐานที่มีมาให้มากถึง 25 นัด ทำให้เป็นปืนที่เมื่อหยิบมาใช้ก็สามารถทำงานได้ดีทันทีในช่วงต้นเกม แม้ปืนจะมีแรงถีบที่สูงแต่ก็ไม่เหวี่ยงซ้ายขวาทำให้คุมได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนโหมดการยิงแบบ Single Fire โดยการใส่ Selectfire Receiver ซึ่งจะทำให้เป็นการชาร์ตยิงแบบเลเซอร์ (ใช้กระสุนครั้งละ 5 นัด ต่อการยิง) ซึ่งกระสุนแทบจะไม่ย้อยเลยทีเดียว

ข้อเสีย Havoc 

การยิงแบบปกติจะต้องชาร์ตก่อนยิงเสมอ ซึ่งทำให้เสียจังหวะเป็นอย่างมาก (ยกเว้นติด Turbocharger ซึ่งค่อนข้างหายากในบางครั้ง) อีกทั้งในโหมดการยิงแบบ Single Fire ก็ค่อนข้างใช้ยากเช่นกัน แถมความเสียหายจะได้ประมาณ 50 ต่อนัดในการชาร์ตยิง (ประมาณ 90 หากเข้าหัว) ซึ่งเทียบกับความใช้ยากในการใช้งานก็ทำให้คนเลือกไปใช้ปืน Sniper เลยเสียจะดีกว่า และปัญหาที่พบบ่อยสุดก็คือกระสุน Energy Ammo เป็นกระสุนที่คนใช้เล่นน้อยมาก ทำให้หลายครั้งอาจจะเจอปัญหากระสุนหมดได้ง่ายๆ แม้ปืน Havoc จะมีโอกาสเจอเป็นปืนทอง แต่ข้อเสียคือจะติด Selectfire Receiver มาตั้งแต่ต้น และไม่สามารถเปลี่ยนใส่ Turbocharger ได้


     ทั้งหมดนี้ก็เป็นปืน Assault Rifle ในเกม Apex Legends ณ ปัจจุบันนะครับ ในครั้งหน้าจะมาเจาะลึกปืนประเภทไหนต่อ รอติดตามกันได้เลย

 

อ่านเพิ่มเติม 
Apex Legends ปืนที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท
อธิบายทุกปืนแบบละเอียด ปืนไหนดีที่สุด - Apex Legends
รีวิวปืนใหม่ Havoc ในเกม Apex Legends 

เทคนิคลับ Apex Legends สิงห์ปืนไว Peacekeeper

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น