หลังจากที่มีการประกาศเปิดตัว Atelier Karia ภาคใหม่ล่าสุดของซีรีส์ปรุงยาที่เป็นภาคต่อจาก Atelier Yumia ไปในงาน Nintendo Direct เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดทางเว็บไซต์ Dengeki Online ก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของเกมภาคนี้ ซึ่งมีบางช่วงบางตอนของการสัมภาษณ์ที่ทำเอาแฟนเกมชาวญี่ปุ่นรวมถึงแฟนๆ ทั่วโลกต้องอึ้งไปตามๆ กัน

โดยในภาคนี้ น้อง Karia ตัวเอกของภาคนี้นั้นเป็นสาวน้อยที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ โดยสิ่งที่เธออิ่มอร่อยเข้าไปจะส่งผลต่อร่างกาย ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปและยังช่วยมอบพลังความสามารถใหม่ๆ ให้กับเธอด้วย และนี่ก็คือเหตุผลที่ชุดของเธอมีความเปิดเผยเนื้อหนังอยู่สักหน่อย ซึ่งทางคุณ Hosoi ผู้กำกับได้เผยว่าในตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะออกแบบให้ Karia โชว์ผิวมากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่นักวาดภาพประกอบได้ท้วงไว้ว่าถ้าเปิดเผยมากเกินไปมันจะดูเหมือนเธอใส่ชุดบิกินี่ สุดท้ายจึงมาลงตัวที่การออกแบบให้โชว์แค่ช่วงหัวไหล่ หน้าท้อง และต้นขาอย่างที่เห็นกัน
คุณ Hosoi เล่าต่อว่ารูปลักษณ์ของ Karia ในเกมสามารถปรับเปลี่ยนได้มากถึง 100 แบบขึ้นอยู่กับสิ่งที่เธอกินเข้าไป ซึ่งพอเธอเป็นคนที่กินจุขนาดนี้ ทางผู้สัมภาษณ์จาก Dengeki จึงถามว่าเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของขนาดหน้าท้องของเธอในระหว่างเล่นเกมด้วยหรือไม่ ซึ่งคุณ Hosoi ก็ได้ให้คำตอบที่ทำเอาหลายคนเสียดายว่า ความตั้งใจเดิมของทีมงานคือการใส่รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของสรีระและทรวดทรงของตัวละครให้เห็นได้อย่างชัดเจนในเกม ทว่าเนื่องจากตัวเกมมีแผนจะวางจำหน่ายทั่วโลก "ทีมงานฝั่งต่างประเทศ" จึงได้เข้ามาท้วงติงและชี้ประเด็นว่าการนำเสนอความเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง "อาจถูกตีความว่าเป็นการเหยียดหรือเลือกปฏิบัติได้"

เมื่อได้ยินดังนั้น ทางผู้สัมภาษณ์ก็แสดงความเข้าใจถึงความท้าทายในการทำเกมเพื่อเจาะตลาดโลก แต่ก็แอบแย้งว่ามันน่าจะเป็นระบบที่น่าสนใจมาก ซึ่งทางคุณ Hosoi ก็เห็นด้วยและกล่าวว่าทีมงานเองก็คิดว่าการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแบบนี้น่าจะสนุกดีเหมือนกัน แต่พวกเขาอยากจะรอฟังความคิดเห็นจากผู้เล่นในประเด็นนี้ดูก่อน ในขณะเดียวกันก็มีภาพอาร์ตเวิร์กอย่างเป็นทางการของ Karia ที่ถูกนำมาโชว์ระหว่างการไลฟ์สตรีม ซึ่งเผยให้เห็นรูปร่างของเธอในเวอร์ชันที่ดูอวบอั๋นมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างชัดเจน
หากดูจากกระแสตอบรับของผู้เล่นที่มีต่อไอเดียที่น้อง Karia จะอ้วนขึ้นได้นั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นไปทางบวกสุด ๆ หลายคนต่างชื่นชอบและไม่มีใครบ่นหรือมองว่าเป็นการเหยียดรูปร่างเลยแม้แต่น้อย กลับกันมองว่าเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวของเธอที่ทำให้แตกต่างจากตัวเอกคนก่อน ๆ เสียด้วยซ้ำ

ในทางกลับกัน กระแสตอบรับฝั่งผู้เล่นชาวญี่ปุ่นเมื่อได้ทราบข่าวการถูกตัดฟีเจอร์นี้ออกไปก็ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยหลายคนรู้สึกไม่พอใจกับเหตุผลเรื่องการเหยียดรูปร่างและออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าทีมงานนั้นต้องฟังเสียงทัดทานและจำกัดความคิดสร้างสรรค์เพราะ "ทีมงานฝั่งต่างประเทศ" ไม่เอาด้วย!
- ไม่ต้องไปสนเรื่องการเหยียดหรอก พวกที่บ่นก็คือพวกที่ไม่ซื้อเกมอยู่แล้ว
- ถ้าฉันกินเยอะจนอ้วน ฉันจะโดนหาว่าเหยียดเชื้อชาติในอเมริกาไหมเนี่ย
- ไม่เข้าใจเลยว่าเดี๋ยวนี้การคำนึงถึงอะไรพวกนี้มันทำไปเพื่อใครกันแน่ เหนื่อยจะทนแล้ว
- คนต่างชาตินี่ดูใช้ชีวิตกันลำบากเนาะ เอะอะก็ต้อง "คำนึงถึง" ไปซะทุกอย่าง
- เลิกพยายามเอาใจตลาดต่างประเทศได้แล้ว
- ถ้าเป็นแบบนี้ก็เลิกทำเกมไปเลยเถอะ
- เอ๊ะ กินแล้วอ้วนมันไม่ได้ดู "สมจริง" กว่าเดิมหรอกเหรอ
- วงการเกมตอนนี้ช่างอ่อนแอและขาดอิสระในการแสดงออกจริงๆ
- ถึงจะพยายามเอาใจคนพวกนั้น พวกเขาก็ไม่จ่ายเงินซื้ออยู่ดี สรุปแล้วทำเกมมาให้ใครเล่นกันแน่
- ยอดขาย Atelier ส่วนใหญ่ก็มาจากเอเชีย ไม่เห็นต้องไปฟังฝั่งตะวันตกเลย
- การมัวแต่ทำตามเรื่องพวกนี้นี่แหละที่ทำให้เกมน่าเบื่อ ไร้สาระสิ้นดี
- พวกกลุ่ม "ความถูกต้องทางการเมือง" ไม่ได้อยากซื้อเกมหรอก พวกเขาแค่อยากทำลายมันต่างหาก

เรียกได้ว่าน่าเสียดายจริง ๆ สำหรับแฟน ๆ ซีรีส์ Atelier ที่ไอเดียสนุก ๆ และดูมีเสน่ห์แบบนี้ต้องมาถูกพับเก็บไปเพียงเพราะความกังวลของฝั่งตะวันตก ซึ่งก็ต้องมารอดูกันว่ากระแสเรียกร้องจากแฟน ๆ ในครั้งนี้จะส่งผลให้ทางทีมงานเปลี่ยนใจและนำระบบพุงกะทิสุดน่ารักนี้กลับมาใส่ในตัวเกมเต็มได้หรือไม่ หรือกระแสความถูกต้องทางการเมือง (Woke) นั้น จะยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางเกมในปัจจุบันต่อไป
แปลและเรียบเรียงจาก
Voce Sabia Anime
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station