สายลมเย็น เกลียวคลื่นทะเลคราม และบทเพลงโจรสลัด คือสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเข้ามาเปลี่ยนขนบเดิมๆ ของโลก และอาจนับรวมไปถึงขนบของแฟรนไชส์มือสังหาร เมื่อปี 2013 หรือราว 13 ปีก่อน โลกได้รู้จักกับหนึ่งในเกมที่ถ่ายทอดความเป็นโจรสลัดออกมาได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะการปล้นชิง พบปะโจรสลัดเลื่องชื่อ วิถีแห่งชาวทะเล และยุทธนาวีสุดระทึก ล้วนควบรวมอยู่ในเกมๆ เดียวได้อย่างลงตัวและน่าอัศจรรย์ และชวนทึ่งยิ่งไปกว่านั้นเมื่อหากลองพินิจพิจารณาว่าต้นขั้วของซีรีส์ดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นจะเป็นยอดเกมโจรสลัดตั้งแต่แรก
Assassin's Creed IV: Black Flag เหมือนเกมที่ชักธงดำขึ้นสู่ยอด ดึงดูดให้ทุกคนได้มารู้จักมันในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านเจนเนอเรชั่นเครื่องคอนโซล และซีรีส์ภราดรมือสังหารเองก็เริ่มหาแนวทางการนำเสนอใหม่ๆ หลังผู้คนเริ่มอิ่มตัวกับเกมมาตั้งแต่ไตรภาคเอซิโอ เมื่ออะไรเดิมๆ เริ่มจะไม่ทำงานกับผู้เล่น แทนที่จะนำเสนอเมืองกว้างขวางใหญ่โตเต็มไปด้วยตึกและหอคอยสูงให้ป่ายปีนซุ่มสังหาร Ubisoft กลับมอบกลิ่นเค็มๆ ที่ลอยมาตามสายลมไล้แก้ม ท้องทะเลสีน้ำเงินครามงดงามราวภาพวาด วิถีโจรสลัดที่แหกทุกกฎของมือสังหาร และต่อยอดระบบเดินเรือจากภาค 3 สู่เกมเพลย์แบบ sandbox เต็มรูปแบบที่แม้จนบัดนี้ก็ยังยากจะหาใครเสมอเหมือน
และแม้จะดูเป็นเส้นทางสุดโต่ง แม้จะถูกตั้งคำถามว่ามันมือสังหารกี่โมง แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรในเมื่อมหาชนลงเสียงเทใจอย่างสุดลิ่มว่าถ้าเกมมันสนุกจะอะไรก็มาเถอะ! ผลลัพท์คือการก้าวขึ้นเป็นภาคที่ขายดีที่สุดของซีรีส์ด้วยยอดมากกว่า 20 ล้านชุด พร้อมเข้าไปนั่งและสำรองพื้นที่ในดวงใจของเกมเมอร์ไว้ว่าในวันใดที่มีคนถามถึงภาคที่ดีที่สุดในแฟรนไชส์มันจะมีชื่อของ Black Flag อยู่ตรงนั้นเสมอ
ถึงวันนี้ 13 ปีผ่านไป Assassin's Creed IV: Black Flag กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในชื่อ Assassin's Creed Black Flag Resynced นี่คือเกมแรกในแฟรนไชส์มือสังหารที่ถูกเลือกมาทำภาค Remake เท่านี้ก็สะท้อนบางอย่างได้แล้วว่า Black Flag มีคุณค่ามากมายขนาดไหนกับ Ubisoft บางคนอาจรู้สึกเนื้อเต้นที่จะได้กลับไปในบรรยากาศของทะเลแคริบเบี้ยน ขณะที่บางคนขมวดคิ้่วตั้งคำถามถึงการตัดสินใจ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร Assassin's Creed Black Flag Resynced ก็เตรียมจะวางขายในเดือนหน้านี้กันแล้ว และทาง Ubisoft Singapore ก็ให้เกียรติเชิญ Online Station ของเราไปทดลองเล่นกันถึงสำนักงานที่สิงคโปร์ จะเป็นอย่างไรนั้นนี่คือข้อมูลและความคิดเห็นของเราหลังจากใช้เวลาไปกับมันราวๆ 3 ชั่วโมงด้วยกัน
เริ่มต้นใหม่กับคนเดิม
แม้จะมีข้อถกเถียงกันอยู่บ้าง แต่ในทางปฏิบัติ Assassin's Creed Black Flag Resynced ก็คือภาครีเมคของ Assassin's Creed IV: Black Flag นั่นแหละครับ เพราะที่เห็นแน่ๆ คือตัวเกมยังรักษาโครงเดิมเอาไว้ ทว่าถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยเอนจิ้น Anvil เวอร์ชั่นล่าสุด ให้ภาพที่สวยสดงดงามในรูปแบบของเกมในยุคปัจจุบัน มีการเพิ่มเติมและตัดทอนคอนเทนต์จากภาคต้นฉบับเพื่อความสแตนอโลนของตัวเกมที่มากขึ้น รวมถึงปรับให้เกมเข้ากับระบบ Animus ของซีรีส์ยุคใหม่ ทั้งยังมีการตัดส่วนของเนื้อเรื่องยุคปัจจุบันออกเพื่อจะไปเน้นการผจญภัยของเอ็ดเวิร์ดเพียวๆ และถูกทดแทนด้วยการจะเล่าถึง "ปมในใจของเอ็ดเวิร์ด" แต่จะตัดออกมากน้อยขนาดไหน หรือจะยังมีการเอ่ยถึงชาว Isu อยู่รึเปล่าก็ต้องมารอลุ้นกันในเกมเต็มครับ ขณะที่เนื้อหาจาก DLC ภาค Freedom Cry ก็จะถูกหั่นออกไปเช่นกัน

อย่างไรก็ตามแม้จะมีบางอย่างถูกหั่นออกไปด้วยนานาเหตุผล แต่ Black Flag Resynced ก็จะมาพร้อมเนื้อหาใหม่เอี่ยมเพิ่มเติมอีกราวๆ 6 ชั่วโมงขึ้นไปด้วยกันครับ โดย 6 ชั่วโมงนี้ก็จะมีในส่วนของเนื้อเรื่องลูกเรือใหม่ 3 คน เนื้อเรื่องหลังจบเกมที่มาในแบบของ Full mission รวมไปถึงการเพิ่มเติมบทสรุปของแต่ละตัวละครหลังการผจญภัยอันยาวนานได้สิ้นสุดลงซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคต้นตำรับขาดไป และนั่นหมายความว่าการบอกว่าเกมเน้นไปที่เอ็ดเวิร์ดก็เป็นจริงตามนั้น เพราะเท่ากับว่าผู้เล่นจะได้เห็นการผจญภัยของเอ็ดเวิร์ดที่ครบถ้วนกระบวนความที่สุดในแบบที่ภาคต้นฉบับอาจจะตกหล่นไปในบางช่วงเวลา

สำหรับการทดสอบในชั่วโมงแรกนั้นเป็นเหมือนการตอกย้ำว่า Black Flag Resynced คือการนำของเดิมมาทำใหม่โดยที่เคารพจิตวิญญาณของภาคต้นฉบับแบบเต็มๆ จุดนี้เราไม่ได้รับอนุญาตให้มีการบันทึกฟุตฯ มาเผยแพร่แต่จะขอพูดถึงเล็กน้อยว่าหากใครชอบไวบ์ของต้นฉบับ ภาค Resynced ก็ยังมีอยู่ครบ เสริมด้วยกราฟิกอัปเกรดใหม่ ซึ่งด้วยความที่เราทดสอบกันบน PC ทำให้ทางทีมงานจัดเต็มเทคโนโลยีมาได้ระดับหนึ่ง เราอาจไม่แน่ใจนักว่าใช้สเป็คอะไรในการรัน แต่คุณภาพโดยรวมถือว่าดีมากและเล่นได้อย่างลื่นไหล ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าประเด็นออฟติไมซ์เกมของ Ubisoft ในช่วงหลังๆ นั้นถือว่าเป็นแง่บวกมากๆ นะครับ ทำออกมาดีอย่างต่อเนื่องเลย หวังว่า Black Flag Resynced เองจะจอยขบวนผ้าป่านี้เช่นกัน
ลูกเรือใหม่ ไม่ ไวฟุใหม่ ใช่ ลูซี่ บาลด์วิน สาวสวยตัวละครใหม่มาพร้อม Perk อึดถึกทน
หนึ่งในสิ่งใหม่ๆ ที่ผมค่อนข้างจับตามองมาตั้งแต่วันประกาศเปิดตัวเกมก็คือการที่เกมบอกว่าจะมีตัวละครลูกเรือใหม่ 3 คนที่มาพร้อม Perk บัฟเรือแถมแต่ละคนยังมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง ซึ่งทาง Ubisoft ก็เข้าใจขายเกมเมอร์หนุ่มวัยกลัดมันแบบเราเพราะในการทดลองเล่นคราวนี้จาก 3 ตัวละครใหม่ที่ว่า Ubisoft เลือกหยิบเอาสาวสวยหนึ่งเดียวอย่าง "ลูซี่ บาลด์วิน" มาให้เราได้เล่นภารกิจของนางกัน

และพูดก็พูดเถอะ ตอนเห็นในตัวอย่างแรกเราก็คิดว่านางมีโพเทนเชี่ยลอยู่ แต่พอมาเจอจริงๆ ในเกมแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าตั้งใจปั้นโมเดลมาสวยแท้ ผมคิดว่าหลายๆ คนอาจจะโดนนางตกเข้าเต็มเปา เพราะนอกจากโมเดลแจ่มว้าว ลักษณะนิสัยของนางก็มีความลุยๆ เวลาพูดคุยดูมีลูกล่อลูกชน เสียงพากย์ก็ทำได้ดี เคมีกับเอ็ดเวิร์ดก็เยี่ยม... ผมก็ไม่คิดว่าจะประทับใจนางขนาดนี้ สตอรี่ของเควสต์ลูซี่จะมาในเชิงของการที่เราต้องไปช่วยนางจากเรือของทางการเพราะนางเป็นคนที่มีความสามารถน่าจะช่วยเรือเราได้ แต่เพราะเป็นคนเก่ง ถึงเวลาจริงนางก็จะมีความเล่นตัวสักหน่อย แม้จะยอมเข้าร่วมแต่ยังมีเงื่อนไขบางอย่างให้ได้ตามเนื้อเรื่องกันต่อ ซึ่งผมอาจจะคาดเดาว่าตอนแรกที่ได้นางมาอาจจะยังใช้ Perk ได้ไม่เต็มที่ ต้องทำภารกิจนางให้ครบอาจมีการปลดล็อคบางอย่างเพิ่มเติมก็เป็นได้
ลูซี่เป็นตัวละครที่จะมาพร้อม Perk เพิ่มความอึดให้กับเรือ Jackdow เวลาเข้าประจัญบานศัตรูจะทำดาเมจเรือเราได้ลดลง อย่างไรก็ตามเพราะไม่มีตัวละครอื่นให้หยิบจับมาใส่เรือเพิ่มจึงไม่สามารถเปรียบเทียบได้ถนัดถนี่นักว่าไอ้ความอึดที่เพิ่มเข้ามานี่มันเพิ่มขนาดไหน แต่บอกเลยความน่ารักนี่เพิ่มแน่นอน ผมพร้อมจะมีลูซี่อยู่ด้านซ้ายและแอนอยู่ด้านขวาแล้วตะโกนว่าเธอทั้งคู่คือปีกของชั้นแล้ว!




สำหรับตัวละครเพิ่มเติมทั้ง 3 ตัวนั้นจะมีเนื้อเรื่องเพิ่มเข้ามาราวๆ กันราวๆ 10 เควสต์ บอกตรงๆ ว่าค่อนข้างคาดหวังและอยากให้มันออกมาดี เพราะอย่างของลูซี่ก็คิดว่าทีมงานตั้งใจเล่าเรื่องพอสมควร ไดอาล็อกตอนพูดคุยกับเอ็ดเวิร์ดจัดว่าอ่านสนุกชวนให้ติดตามต่อทีเดียว ซึ่งสำหรับสายเนื้อเรื่องเช่นผมที่ต้องการเนื้อหาใหม่ๆ แบบนี้อัดเข้ามาเยอะๆ ก็อาจจะอิ่มหนำกันอยู่พอสมควรเพราะจะมีเนื้อเรื่องใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีกราวๆ 6 ชั่วโมง นอกจากคนเรือทั้ง 3 แล้ว ตัวเกมยังมีเนื้อหาใหม่หลังจากภารกิจ Endgame เข้ามาอีก 8 เควสต์ พร้อมไซด์เควสต์ใหม่ที่จะมาเติมเต็มเรื่องราวการผจญภัยของเอ็ดเวิร์ดให้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ที่สุด ผมยังแอบถามผู้กำกับมาด้วยว่าบทน้องแอนจะมีเพิ่มขึ้นไหม เขาก็บอกว่า "แน่นอนครับ" ผมนี่แทบจะก้มลงกราบ
การกลับมาของเคาเตอร์กู้โลกโฉมใหม่
ระบบต่อสู้ของ Assassin's Creed ยุคเก่านั้นมักจะถูกแซวๆ กันว่าเป็นการเคาร์เตอร์สยบโลก หรือเคาเตอร์กู้โลก นั่นเพราะขอแค่คุณจับจังหวะง่ายๆ แล้วกดปุ่มได้ทันตัวละครของคุณจะสวนศัตรูแบบทีเดียวตายไม่ว่าศัตรูตัวนั้นจะฉกาจฉกรรจ์ขนาดไหน เพราะงั้นในภาคหลังๆ ตอนที่เกมเปลี่ยนสไตล์ ระบบต่อสู้จึงเปลี่ยนไปเป็นเกมแอคชั่นอาร์พีจีมากยิ่งขึ้น เป็นแบบล็อกเป้าศัตรู มีสกิลพิเศษ เน้นการหลบหลีกหรือแพรี่ มีกระทั่งเลขบอกดาเมจ ซึ่งไปๆ มาๆ แฟนๆ ก็รู้สึกว่ามันหลุดไปอีก และเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้กลับไปใช้ Combat แบบเดิม

ใน Black Flag Resynced จึงมีการยกเครื่องระบบ Combat ใหม่หมด เท่าที่ลองเล่นดูผมคิดว่ามันเป็นการนำข้อดีของทั้ง 2 รูปแบบมาเจอกันตรงกลางอย่างค่อนข้างลงตัว เหมือนกับการนำโครงเดิมมาอัดการต่อสู้แบบยุคใหม่เข้าไป ผลทีได้คือเกมเพลย์แบบต้นฉบับที่มีลูกเล่นมากขึ้น เคาเตอร์กู้โลกถูกลดระดับมาเป็นการแพรี่ที่แม้ศัตรูจะไม่ตายทันทีแต่ก็เป็นรีวอร์ดที่ดีพอให้พยายามทำ เพราะจะทำให้ในจังหวะถัดมาเราสามารถ takedown ศัตรูได้ทันทีหากไม่โดนขัดจังหวะ แต่ถ้าปล่อยไว้ยังไม่จัดการ เพียงพักเดียวศัตรูตัวนั้นก็จะรีเจนตัวเองขึ้นมาสู้ต่อได้ครับ
ระหว่างต่อสู้ผู้เล่นยังสามารถใช้ท่าต่อสู้พิเศษ ซึ่งไม่ใช่สกิลท่าโจมตีรุนแรงอะไร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยเพิ่มข้อได้เปรียบระหว่างสู้เสียมากกว่า อย่างเช่นท่าเตะตัดขา หรือปามีดติดเชือกออกไปแล้วดึงศัตรูเข้ามา เว้นแต่การกดยิงปืนด่วนที่สังหารศัตรูทั่วไปได้ทันที




จะเห็นได้ว่าเหล่านี้คือการผสมผสานของใหม่กับของเก่าเข้าด้วยกันและปรับออกมาให้ลงตัวที่สุด มันมีความลื่นไหลในความนัว เพราะไม่จำเป็นต้องล็อกเป้าศัตรูขนาดนั้นทำให้แต่ละแอคชั่นมันเปลี่ยนเป้าได้อยู่ตลอด จะแพรี่ก็ทำได้ไม่ยากเย็นนัก โดยรวมผมสนุกกับมันนะ พอการต่อสู้มันพริ้วก็รู้สึกว่ากดปุ่มสนุกมือไม่เบา การเตะตัดขาก็มีส่วนสำคัญในการต่อสู้อย่างมาก นอกจากนี้การออกแบบศัตรูมาแก้ทางผู้เล่นก็ยังมี เช่นพวกใช้ปืนยาวอันนี้ยิงแรงมากต้องระวัง แล้วก็มีพวกพริ้วไหวฟันยังไงก็หลบได้หมด ต้องอาศัยการโจมตีพิเศษเอา เหล่านี้ก็ช่วยเพิ่มอรรถรสได้อย่างดี
ส่วนการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังมีแน่นอน พวกอาวุธปาหรือระเบิดควันนี่เราสามารถล็อกเป้าแล้วปา หรือใช้ด่วนปาลงพื้นเวลาฉุกเฉินก็ย่อมได้ ขณะที่อาวุธปืนหากใช้แบบเล็งเองแม้จะยิงได้ต่อเนื่องเพียง 2 นัดแต่ความแรงนั้นมากมายกว่ากดยิงด่วนแน่นอน หากเล็งยิงดีๆ พวกศัตรูอีลิตก็ร่วงใน 1 นัดได้ง่ายๆ เหล่านี้เป็นทั้งทางเลือกที่หลากหลาย และช่วยเพิ่มความขลังให้กับคำว่ามือสังหารได้ดีนักแล
ออกผจญคนโฉด ทะเลคลั่ง รำลึกความหลังวันดีๆ ที่พาดผ่าน
สิ่งที่ทำให้ Black Flag นั้นพิเศษกว่าทุกเกมในแฟรนไชส์ย่อมต้องเป็นโหมดท่องโลกแบบแซนด์บ็อกซ์ที่อนุญาติให้ผู้เล่นนำเรือที่สามารถปรับแต่งเองไปออกสำรวจสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะหมูบ้าน ป้อมทหาร โบราณสถานลึกลับ หรือไล่ถล่มกองเรือสุดโหดของทางการได้อย่างอิสระ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้ได้ถูกยกระดับขึ้นใน Black Flag Resynced แบบทั้งองคภยพ ไม่ว่าจะด้านกราฟิก หรือคุณภาพชีวิต

ในด้านกราฟิกนั้นแน่นอนว่าเอนจิ้นล่าสุดช่วยทำให้โลกเก่าที่สวยอยู่แล้วงดงามขึ้นไปอีกระดับ ทั้งยังเต็มไปด้วยรายละเอียดความมีชีวิตชีวา เราสามารถเห็นสัตว์เล็กๆ วิ่งไปมาประกอบฉาก เห็นเต่าคลานกระดึ๊บอยู่บนหาดและเข้าไปให้อาหารมันได้ ฟิสิกส์น้ำแบบใหม่จะทำให้การล่องเรือในทะเลนั้นสุนทรีและน่าหวาดหวั่นขึ้นเป็นเงาตามตัวเมื่อพายุเข้า ขณะที่โลกใต้ทะเลก็เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายกว่าเก่า นี่คือการอัปเกรดความงามไปอีกระดับ แค่ล่องเรือฟังลูกเรือร้องเพลงไปเรื่อยๆ ก็ฟินแล้ว
ตัวเกมยังมาพร้อมระบบกลางวันกลางคืนและสภาพอากาศ ยามฝนตกศัตรูจะตรวจจับเรายากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งการเปียกแฉะของพื้นที่และเสื้อผ้าตามตัวก็จะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะแห้งลงไป มันอาจไม่ดูมีประโยชน์กับเกมเพลย์นักแต่ก็แสดงถึงความใส่ใจเป็นอย่างดี
และนอกจากอัปเกรดกราฟิก ตัวเกมยังปรับคุณภาพชีวิตอีกหลายประการ ตัวอย่างเช่นคุณดำน้ำที่ไหนก็ได้แล้วในตอนนี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เจอของรางวัลหรือความลับที่คาดไม่ถึง และยังมีเกาะหรือพื้นที่ใหม่ๆ ถูกเติมเข้ามาพร้อมๆ กับการโหลดของเกมที่น้อยลง โลกทั้งใบจะเป็นผืนเดียวกันมากขึ้น Seamless มากขึ้น อีกทั้งคุณสามารถเลือกเพลงบนเรือได้แล้ว ชอบเพลงไหนก็เลือกใหเลูกเรือร้องได้เลย




ในชั่วโมงสุดท้ายผมได้เล่นภารกิจของแบล็คเบียร์ดหรือพรี่หนวดดำของเราซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เข้าสู่ระบบแล่นเรือเข้าประจัญบาน ซึ่งด้วยกราฟิกอัปเกรดใหม่อย่างที่บอกไปมันทำให้การรบดูสวยงามและดุดันขึ้น ยังคงสนุกสนานกับการสลุตกระสุนไปพรุนเรือฝั่งตรงข้ามเหมือนเดิม แต่เพราะเป็นเวอร์ชั่นทดลองเราจึงยังไม่เห็นของใหม่มากนัก แม้กระทั่งระบบ Secondary Fire หรือการยิงใหม่ๆ รวมไปถึงของตกแต่งเรือทั้งหลายทั้งแหล่ที่จะถูกเพิ่มเข้ามา อย่างไรก็ตามมันทำให้ผมระลึกถึงวันเก่าๆ ได้อีกครั้งว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยสนุกกับเกมนี้ขนาดไหน เพราะคอร์หลักของมันนั้นดีมากๆ อยู่แล้ว เหนือกาลเวลาสุดๆ ขนาดยังไม่ได้สัมผัสกับของใหม่มากนักยังระลึกชาติถึง good old days ได้ ผมว่าเกมมันก็ทำงานกับเราในระดับหนึ่งแหละ
การกลับมาที่ถูกที่ถูกเวลา




ตอนแรกผมค่อนข้างมีคำถามว่าทำไมถึงเป็น Black flag ที่ถูกรีเมคก่อนเพื่อน แต่พอได้เล่นจริง ได้สัมภาษณ์ผู้กำกับผมก็พอเข้าใจมากขึ้น เพราะ Black flag เป็นภาคที่ค่อนข้างพิเศษ ไม่เหมือนภาคอื่นๆ มีความสแตนด์อโลนสูง และแน่นอนว่ามันเป็นภาคที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด ดังนั้นแล้วการถูกเลือกจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังขา แต่แน่นอนทุกการเลือกย่อมมีความเสี่ยง การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเองกลับมาทำใหม่อีกครั้ง หากไม่ทำให้ดีก็อาจจะได้ผลลัพท์ต่างออกไป แต่เท่าที่ได้ดู ได้เห็น ได้ลองสัมผัส Black Flag Resynced ยังคงมีกลิ่นอายของต้นฉบับอย่างเต็มเปี่ยม อะไรที่ดีก็ล้วนถูกรักษาไว้แทบทั้งสิ้น พร้อมอัดการอัปเกรดและเนื้อหาใหม่ๆ เข้าไป สำหรับผู้เล่นเก่าอย่างผม หรือคนที่คิดถึงวันวานอันยอดเยี่ยมของชีวิตมือสังหารโจรสลัด Black Flag Resynced จะกลับมาย้ำความทรงจำดังกล่าวให้แจ่มชัดยิ่งกว่าเก่าและงดงามยิ่งกว่าเดิม แต่สำหรับผู้ไม่เคยสัมผัสเกมนี้มาก่อน นี่คือโอกาสเหมาะที่สุดในการจะได้ลองสัมผัสกับหนึ่งในเกมโจรสลัดที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ในตลาดครับ
Assassin's Creed Black Flag Resynced มีกำหนดวางจำหน่าย 9 กรกฎาคมนี้บน PC และ คอนโซลครับ
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station