1917 รีวิว - สงครามโลกบนแผ่นฟิล์มที่เป็นมากกว่าแค่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง

 

 

1917 คือชื่อของภาพยนตร์ที่ก่อนเหตุการณ์ปาดหน้าคว้ารางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ดราม่าและผู้กำกับยอดเยี่ยมนั้นแทบไม่มีใครนึกถึงเลย แม้มีชื่อเป็นนอมินีก็เป็นระดับรองบ่อนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะฝ่าด่านอรหันต์ภาพยนตร์ชั้นเยี่ยมจากปีก่อนมาคว้ารางวัลได้ เพราะต้องยอมรับว่าในปี 2019 นั้นมีชิ้นงานนํ้าดีระดับตบรางวัลได้แบบไร้ข้อกังขาอยู่มากมาย กระทั่งการฉายรอบนักวิจารณ์เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามและแผ่กระจายเป็นวงกว้างเมื่อกระทำการช็อคโลกคว้า 2 รางวัลใหญ่ลูกโลกทองคำ ตามติดด้วยการมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 10 สาขา บัดนี้ 1917 จึงไม่อาจถูกมองเป็นมวยรองบ่อนอีกต่อไป และใช่ครับหลังจากได้รับชมมาแล้วผมคงต้องบอกว่านี่แหละเต็งแชมป์ของจริงไม่ติงนัง

 

รีวิว

 

1917 คือผลงานการกำกับของ Sam Mendes ซึ่งเคยคว้าออสการ์มาแล้วจาก American Beauty รวมถึงเป็นผู้กำกับ 1 ใน 007 ภาคที่ได้รับคำชมมากที่สุดอย่าง Skyfall โดยกับ 1917 นี้ตัวเขาได้พล็อตมาจากเรื่องเล่าของคุณปู่ตัวเองที่ได้รับฟังมาตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้มันกลายเป็นโปรเจคที่เขาอยากจะทำให้เกิดขึ้นจริงบนแผ่นฟิล์มมาตลอด เรื่องราวของ 2 ทหารอังกฤษกับภารกิจฝ่าดงข้าศึกเพื่อแจ้งข่าวสำคัญก่อนเกิดการสังหารหมู่ขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง

 

รีวิว

 

ด้วยพล็อตประมาณนี้หากเล่าธรรมดาก็อาจไม่สามารถดึงความสนใจได้เท่าที่ควร และตัว Sam Mendes เองก็คิดจะถ่ายทำด้วยกรรมวิธีโลกจารึกไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงต้องไปหาคนที่ดูแลงานด้านภาพชั้นเยี่ยมยุทธมาร่วมโปรเจคด้วย และหวยก็มาออกที่ปู่ Roger Deakins ซึ่งเพิ่งตบรางวัลออสการ์ด้านงานภาพจาก Balde Runner 2049 ไปหมาดๆ นี่แหละ แต่อยากบอกว่านี่คือดีลที่ถูกต้องที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของ Mandes มาผนวกกับฝีมือที่พร้อมสรรพด้วยมุมมองของ Deakins 1917 จึงออกมาเป็นงานที่อลังการด้าน Cinematography มากที่สุดเท่าที่ได้ดูภาพยนตร์ในช่วงหลายปีมานี้เลยทีเดียว

 

รีวิว

 

แน่นอนว่าคน 100 ทั้ง 100 จะต้องพูดถึง Longtake อันเรียบเนียนจนดูราวกับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไร้รอยต่อทอเต็มผืน แทบไม่มีจุดสังเกตช่วงทรานซิชั่นภาพเลย (แต่ก็มีแหละแค่ไม่โจ่งแจ้ง) แต่ในคำว่า "Longtake" ที่พูดง่ายๆ มันมีรายละเอียดที่มากมายยิ่งกว่านั้น เพราะการพยายามถ่ายทำในรูปแบบนี้ทั้งเรื่อง มันหมายถึงการวางแผนของทุกๆ ฝ่ายที่ต้องสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันแบบผิดพลาดไม่ได้ เช่นว่าทีมถ่ายทำที่ต้องคิดถึงมุมของการเคลื่อนที่กล้องเพื่อให้ได้ภาพแบบที่ต้องการไม่มีผิดสักองศา ทีมออกแบบฉากที่ต้องคำนึงถึงความสมจริงและการเคลื่อนที่ของทีมงานฝ่ายต่างๆ รวมถึงนักแสดง นับรวมไปถึงนักแสดงเองที่ก็ต้องซักซ้อมอย่างหนักเพื่อให้สามารถทำตามโจทย์ที่ผู้กำกับต้องการและให้การถ่ายทำไหลลื่นที่สุด

 

รีวิว

 

แต่ความท้าทายไม่ได้หยุดแค่นั้นเพราะ Sam Mendes ต้องการถ่ายทำกับแสงและสภาพแวดล้อมจริงๆ ถ้าแสงไม่ได้ก็ต้องรอ แสงหมดคืออดถ่าย เพียงฉากเดียวที่ใช้แสงช่วยคือฉากหลบหนีจากเมืองที่พังพาบ ซึ่งแสงที่ว่านั้นก็คือแสงจากพลุไฟ ที่พาลให้ตอนถ่ายทำต้องคำนวนการขึ้น การตก และจุดกระทบของแสงที่จะเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทมน์อีก 

 

รีวิว

 

มันไม่มีอะไรง่ายเลยในการถ่ายทำ ทีมงานทุกฝ่ายเหมือนถีบพุชตัวเองไปสู่อีกระดับของการถ่ายทำภาพยนตร์ของมนุษย์ มันลำบาก มันยากเข็น แต่เมื่อทุกอย่างมันลงล็อค และพวกเขาทำมันออกมาอย่างเต็มความสามารถในชนิดที่ว่าดีที่สุด ผลลัพท์คือความมหัศจรรย์ของโลกภาพยนตร์ที่ไม่อาจหาใครเปรียบ เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับคำว่าภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรดูในโรงภาพยนตร์อย่างแท้จริง ระหว่างดูผมมีความคิดอยู่ในหัวอยู่ตลอดว่า "หนังเรื่องนี้มันต้องได้รางวัลอะไรบ้างวะ?" ไอ้นี่ก็เจ๋ง ไอ้นั่นก็สุดยอด

 

รีวิว

 

จากพล็อตเรื่องตรงๆ ไม่มีอะไรมาก แต่ด้วยการถ่ายทำและการกำกับที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ มันทำให้ตลอดการเดินทางของพลทหารเต็มไปด้วยเรื่องราวของมนุษย์ในช่วงสงครามเท่าที่คนๆ หนึ่งจะพบเจอได้ ผู้ชมจะเสมือนตามติดชีวิตในช่วง 48 ชั่วโมงของ 2 ตัวเอก ในแบบที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าหนังเรื่องใดเคยทำ สิ่งที่ตัวละครเห็นคือสิ่งที่คุณจะได้เห็น อะไรที่พวกเขาไม่เห็นไม่รู้ พวกคุณก็เช่นกัน มันคือการหลอมผู้ชมเข้ากับหนังได้อย่างน่าตื่นตะลึง

 

รีวิว

 

แต่พอเป็นแบบนี้แม้จะเป็นหนังช่วงสงครามโลกแต่คุณจะไม่เจอฉากโรมรันในสงครามใหญ่ๆ อะไร เปรียบไปมันเหมือนกับภาพยนตร์เอาตัวรอดมากกว่า หากใครคาดหวังจะไปเจอการถล่มกันของสัมพันธมิตรกับมหาอำนาจกลางในสเกลสงครามระดับมหึมาคุณอาจผิดหวังได้ เพราะ 1917 แค่อยากให้ดูการผจญภัยเอาตัวรอดของพลทหาร 2 คน ที่ต้องทำภารกิจแสนเข็ญซึ่งนายสั่งมา ไม่มีฮีโร่ ไม่มีผู้ชนะ ไม่มีผู้แพ้ แค่มนุษย์ที่พยายามดิ้นรนเอาตัวรอดในสงครามก็เท่านั้น

 

รีวิว รีวิว

 

อยากยํ้าอีกครั้งว่าการดู 1917 คือประสบการณ์ที่ต้องสัมผัสในโรงภาพยนตร์เท่านั้นตามที่ปู่ Roger Deakins ผู้กำกับภาพของเรื่องบอกนั่นแหละ ซึ่งผมไม่มีอะไรต้องไปค้านแก เพราะมันเหมือนหนังที่รวบรวมเอาทุกศาสตร์ของการสร้างภาพยนตร์มาเบลนด์กันจนก่อเกิดเป็นสุดยอดงานแห่งปีที่คงไม่มีมาให้ชมกันได้บ่อยๆ หากสงครามโลกครั้งที่ 1 คือซีเควนซ์ที่เร่งให้โลกเกิดการปฎิวัติด้านเทคโนโลยีและแนวคิดด้านการปกครอง 1917 ก็คือผลงานที่มาพร้อมการปฏิวัติด้าน Cinematography เช่นกัน นี่คือภาพยนตร์ที่แนะนำให้ดูมากที่สุดในช่วงต้นปีนี้ครับ

 

รีวิว

 

9.5/10

 

True Super Fiber Gamer Pro Pack

 

1917 รีวิว - สงครามโลกบนแผ่นฟิล์มที่เป็นมากกว่าแค่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์