ผู้พากย์เสียง Asuka เปิดใจ อดีตสุดช้ำยุค 90s ถูกเหยียดหนักจนเป็นแผลใจจากการเป็นโอตาคุ

แชร์เรื่องนี้:
ผู้พากย์เสียง Asuka เปิดใจ อดีตสุดช้ำยุค 90s ถูกเหยียดหนักจนเป็นแผลใจจากการเป็นโอตาคุ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ คุณยูโกะ มิยามุระ นักพากย์สาวชื่อดังผู้ให้เสียง Asuka Langley Soryu จากอนิเมะระดับตำนาน Neon Genesis Evangelion ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดปวดร้าวผ่านคอลัมน์ในนิตยสารออนไลน์ Hanasone เธอเล่าถึงประสบการณ์อันเลวร้ายในยุคที่สังคมญี่ปุ่นยังไม่ยอมรับวัฒนธรรมย่อยอย่างการเป็นโอตาคุ พร้อมเผยถึงความบอบช้ำทางจิตใจจากการไปออกรายการทีวีในฐานะนักพากย์

Neon Genesis Evangelion

โดยย้อนกลับไปช่วงยุค 80 ตอนที่คุณมิยามุระยังเป็นวัยรุ่น อนิเมะเริ่มขยับขยายจากสื่อสำหรับเด็กไปสู่กลุ่มผู้ชมที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากยุคเฟื่องฟูของมังงะและช่วยให้กระแสโอตาคุแพร่หลายไปทั่วญี่ปุ่น ทว่าในยุคนั้นการประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้อนิเมะหรือมังงะกลับถูกสังคมมองเหยียดและมองว่าเป็นพวกนอกคอก

เธอเล่าว่าร้านขายสินค้าอนิเมะอย่าง Animate ในสมัยนั้นต้องไปตั้งหลบมุมอยู่ในตึกเก่า ๆ ลับตาคน แม้ตัวเธอจะมีโอกาสได้ซื้อของสะสมอย่างรูปถ่ายโบรไมด์หรือแผ่นเซลแอนิเมชันของศิลปินคนโปรดอย่างคุณชินโกะ อารากิ แต่ก็ยังรู้สึกกดดันที่ต้องคอยเก็บซ่อนความเป็นโอตาคุของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ใครรู้

Neon Genesis Evangelion

จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงกลางยุค 90 ซึ่งเป็นยุคที่มิยามุระเริ่มอาชีพนักพากย์ วัฒนธรรมอนิเมะเริ่มก้าวเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้น ภาพยนตร์จาก Studio Ghibli สามารถดึงดูดแฟนหน้าใหม่ได้มากมาย และ Evangelion ที่เธอร่วมงานด้วยก็ฮิตระเบิดในหมู่โอตาคุ แต่แนวคิดที่ว่าโอตาคุคือ "พวกนอกคอกที่แปลกประหลาดและหมกมุ่นกับเทคโนโลยี" ก็ยังคงอยู่ ซึ่งสื่อกระแสหลักก็มักจะนำพฤติกรรมเหล่านั้นมาล้อเลียน ทำให้เหล่านักพากย์ที่กำลังเริ่มมีชื่อเสียงต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก

คุณมิยามุระสารภาพว่าเวลาที่พวกเธอถูกเชิญไปออกรายการวาไรตี้ชื่อดังทางทีวี นักพากย์มักจะถูกปฏิบัติราวกับเป็นสัตว์ประหลาดหายาก พวกเธอถูกมองว่าเป็นแค่ของแปลกและถูกพูดจาข่มเหง แถมยังเอาแฟนคลับโอตาคุของพวกเธอไปล้อเลียนและเลือกปฏิบัติอีกด้วย โดยได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่สื่อมาทำข่าวรายการวิทยุสาธารณะของเธอ โดยอ้างว่าจะทำสกู๊ปเกี่ยวกับกระแสความฮิตของวัฒนธรรมรายการวิทยุอนิเมะ แต่พอออกอากาศจริงกลับนำเสนอเรื่อง "การเสพติดเทคโนโลยี" ซึ่งวาดภาพโอตาคุในแง่ลบและปฏิบัติราวกับเป็นปรากฏการณ์ความผิดปกติทางสังคม

Neon Genesis Evangelion

เธอยังเล่าถึงอีกหนึ่งสถานการณ์สุดทนที่เกิดขึ้นในช่วงไล่เลี่ยกัน เมื่อผู้กำกับของรายการทีวีชื่อดังแห่งหนึ่งเสนอโครงร่างรายการที่จงใจล้อเลียนแฟนคลับและคอมมูนิตี้อนิเมะของเธออย่างชัดเจนในระหว่างการประชุมเตรียมงาน พร้อมอ้างว่ามันจะสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมทางทีวีได้ เธอจำได้ว่าตอนนั้นถึงกับผงะและคิดว่าคนในวงการทีวีมีทัศนคติชอบข่มเหงรังแกคนอื่นแบบนี้กันทุกคนเลยหรือเปล่า ซึ่งในตอนแรกเธอปฏิเสธงานนั้นไป แต่สุดท้ายก็ยอมตกลงไปร่วมรายการโดยมีข้อแม้ว่าทีมโปรดักชันจะต้องเปลี่ยนคอนเซปต์ใหม่ทั้งหมด ทว่าสุดท้ายทางนั้นกลับผิดสัญญาและบังคับให้นักพากย์สาวต้องเล่นไปตามบทบาทในโครงร่างรายการเดิม ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกหลอกและมันเลวร้ายมากจนต้องเอ่ยปากขอให้ทีมงานพับเก็บเทปบันทึกภาพนั้นไปเลย เธอบอกว่าการไปออกทีวีในตอนนั้นคือ "บาดแผลทางใจ" ที่หลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม คุณมิยามุระกล่าวทิ้งท้ายว่าเธอรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจที่วัฒนธรรมอนิเมะได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้นในยุคปัจจุบัน ทุกวันนี้มีเหล่าคนดังและทีมงานผลิตรายการทีวีมากมายที่กล้าออกมาพูดอย่างเปิดเผยถึงความรักที่มีต่ออนิเมะ ทำให้นักพากย์มีจุดยืนที่มั่นคงขึ้น และตัวเธอเองก็รู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสทำงานในสภาพแวดล้อมที่ผู้คนปฏิบัติกับเธอด้วยความเคารพอย่างแท้จริง

Neon Genesis Evangelion

เห็นแบบนี้ก็ชวนให้นึกถึงยุคหนึ่งของวงการอนิเมะและการ์ตูนประเทศไทย ที่กลายเป็นจำเลยสังคมจากการนำเสนอของรายการโทรทัศน์หนึ่ง จนถูกผู้ปกครองและสังคมส่วนใหญ่เหมารวม ต่อต้านอย่างหนัก นักวาดและคนในวงการกลายเป็นแพะรับบาป มีการห้ามอ่าน ห้ามซื้อการ์ตูน ถึงขั้นเผาทำลายกันเลยทีเดียว โชคดีที่ประเทศไทยเราก็ผ่านพ้นช่วงนั้นมาได้และวัฒนธรรมอนิเมะก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในปัจจุบันเช่นเดียวกับญี่ปุ่น

แปลและเรียบเรียงจาก
Automaton Media


ติดตามดูอนิเมะถูกลิขสิทธิ์ ได้ที่ Online Station แหล่งรวมอนิเมะที่คุณไม่ควรพลาด

แชร์เรื่องนี้:
Shirosaki-han
About the Author

Shirosaki-han

นักเขียนอิสระผู้ชื่นชอบเกมและอนิเมะ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ