ดูเหมือนว่าช่องที่เน้นทำคอนเทนต์สายปั่นยอดวิวจะถึงคราวร้อน ๆ หนาว ๆ ซะแล้ว เมื่อทาง YouTube ได้ออกมาอัปเดตและชี้แจงนโยบายการสร้างรายได้หรือ YouTube Partner Program อย่างชัดเจนว่า ครีเอเตอร์มีสิทธิ์ถูกตัดรายได้ทันทีหากเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่าย "ไม่น่าพึงพอใจหรือสร้างความอึดอัดใจ" ซึ่งรวมไปถึงคลิปที่เน้นสร้างความตกใจซ้ำซาก และคอนเทนต์ AI ที่จงใจปั่นหัวหรือเล่นกับอารมณ์คนดู!
โดยทางแพลตฟอร์มได้แบ่งหมวดหมู่เนื้อหาที่จะโดนแบนการสร้างรายได้ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ เนื้อหาที่ซ้ำซากจำเจ เนื้อหาที่สร้างความอึดอัดใจ และการใช้ AI สวมรอยเป็นบุคคลพูดคุยในประเด็นที่ละเอียดอ่อน แม้กฎเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้เคยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "เนื้อหาไม่แท้จริง" แต่การอัปเดตครั้งนี้ตั้งใจทำให้อ่านเข้าใจง่ายและครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ YouTube ได้ยกตัวอย่างคลิปที่จะโดนตัดเงินเอาไว้ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
- คอนเทนต์ที่เน้นปั่นอารมณ์ดราม่า หรือก็อปปี้รูปแบบจากคลิปวิดีโอของครีเอเตอร์คนอื่นจนวิดีโอแทบไม่ต่างกันเลย
- คลิปที่เน้นสร้างความตกใจเพื่อเรียกยอดวิวเพียงอย่างเดียว เช่น การนำเสนอความรุนแรงหรือความสูญเสียซ้ำๆ โดยไม่มีการเล่าเรื่องที่ชัดเจน
- การจัดฉากที่ดูโอเวอร์เกินจริงให้สัตว์ตกอยู่ในอันตราย
- การตัดต่อคลิป AI มั่ว ๆ เพื่อสร้างความตื่นตระหนก เช่น การทำคลิปจำลองเหตุการณ์ภัยพิบัติ หรือข่าวปลอมว่าดาราเสียชีวิตแบบสมจริง
- ช่องที่ใช้ AI ปลอมตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่าง แพทย์ ทนายความ หรือที่ปรึกษาทางการเงิน มาให้คำแนะนำในเรื่องที่ละเอียดอ่อน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ประกาศปรับนโยบายครั้งนี้ไป ก็เริ่มมีผู้ได้รับผลกระทบแล้ว โดยมีครีเอเตอร์หลายรายออกมารายงานว่าช่องของตนถูกตัดสิทธิ์การสร้างรายได้ภายใต้กฎใหม่นี้ หนึ่งในนั้นคือเจ้าของช่อง HPad ซึ่งเปิดมานานกว่า 18 ปีและมีผู้ติดตามกว่า 225,000 คน เน้นทำคอนเทนต์ทดสอบและทำลายเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น การเอาเครื่องดูดฝุ่นหรือพัดลมไปให้รถตัดหญ้าทับ ซึ่งเจ้าตัวออกมาพูดบน Reddit ว่าช่องของเขาถูกเปลี่ยนสถานะการละเมิดจากข้อหา "เนื้อหาไม่แท้จริง" มาเป็น "เนื้อหาที่ไม่น่าพึงพอใจ" ส่งผลให้เขาสูญเสียรายได้ไปแล้วอย่างน้อย 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5 แสนบาท) ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน โดยตัวเขาเองก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นช่องที่มักง่ายเอาคลิปคนอื่นมาทำซ้ำแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม YouTube ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นห้ามใช้ AI หรือทำคอนเทนต์ตามกระแสแบบเด็ดขาดเสียทีเดียว เพราะคลิปวิดีโอยังคงสามารถสร้างรายได้ตามปกติหากผลงานชิ้นนั้นแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง มีการเล่าเรื่องอย่างเป็นระบบ มีคุณค่าทางการศึกษา หรือเป็นการนำเสนอเทรนด์ฮิตในมุมมองใหม่ๆ ของตัวครีเอเตอร์เอง การอัปเดตกฎในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการจัดระเบียบให้แพลตฟอร์มมีคุณภาพและน่าสนับสนุนมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นกับดุลยพินิจของทางทีมงาน YouTube หรือระบบที่ทาง YouTube นำมาใช้ในการตัดสินด้วย
แปลและเรียบเรียงจาก
Dexerto
ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station