เรียกได้ว่าเป็นกระแสความหัวร้อนกันอย่างล้นหลามสำหรับเกม Sekiro: Shadows Die Twice จากค่าย FromSoftware ผู้ทำเกมซีรีส์ดังอย่าง Dark Souls ซึ่งก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมสุดหินที่หลายๆ คนเล่นไม่จบเช่นเดียวกัน แม้บางกระแสจะบอกว่า Sekiro นั้นยากกว่า Dark Souls แต่เอาเข้าจริงๆ หลายอย่างในเกมนี้ค่อนข้างจะปรานีผู้เล่นกว่ามากๆ เรามาดูกันดีกว่าว่าความแตกต่างของระบบเกมที่ทำให้ Sekiro ง่ายกว่า Dark Souls นั้นมีอะไรบ้าง


ความวุ่นวายในการอัพ Stat ที่ Sekiro ไม่มี

     สิ่งหนึ่งที่ Dark Souls แตกต่างกับ Sekiro เป็นอย่างมากก็คือ เรื่องของ Stat ภายในเกม ที่จะมีการอัพที่แตกต่างและหลากหลายมากกว่า อีกทั้งยังยุ่งยากกว่าเมื่อเทียบกับ Sekiro ที่ exp ก็ใช้ซื้อท่า และ เงินก็ใช้อัพเกรดแขนกลเพิ่มเท่านั้น แถมเรื่องของ Stat ใน Dark Souls นั้นยังมีผลต่อเนื่องมากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธประเภทต่างๆ ซึ่งสามารถสร้างปัญหาให้กับผู้เล่นได้ เช่น ชอบดาบชนิดนึง แต่ไม่สามารถใช้ได้เพราะไม่ได้อัพ Stat มาด้านนี้ และถึงแม้จะสามารถรี Stat ตัวเองได้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ แถมยังจำกัดการรี Stat ได้ไม่กี่ครั้งอีกต่างหาก (อ้างอิงจาก Dark Souls 3)

การเลือกคลาสที่ชวนงงตั้งแต่เริ่มในเกม Dark Souls

การอัพสกิลของเกม Sekiro ที่เข้าใจได้ง่ายไม่วุ่นวายมากนัก (ในส่วนการเพิ่มพลังโจมตีจะได้จากการกำจัดบอสอย่างเดียว)


การตายใน Dark Souls ลงโทษผู้เล่นมากกว่า Sekiro

     การตายใน Dark Souls นั้น ผู้เล่นจะเสีย Souls ที่มีทั้งหมดภายในตัวทันที ซึ่งสามารถวิ่งกลับไปเก็บได้ในจุดที่เราตาย และถ้าหากตายอีกครั้งก่อนที่เราจะเก็บ Souls ที่เราทำหล่นไว้ มันก็จะหายไปตลอดกาล ถือเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เพราะ Souls ภายในเกมนั้นจำเป็นต่อการอัพเลเวลของเราเป็นอย่างมาก ซึ่งในเกม Sekiro หากเราตายในฉากปกติก็ยังสามารถใช้สกิลฟื้นตัวเองและวิ่งหนีไปตั้งหลักที่เทวรูปได้ (ยกเว้นไปตายในห้องบอสนะ แบบนี้หนีไม่ได้สู้ตายอย่างเดียว ฮา) แต่ต่อให้เราตายจริงๆ ก็จะเสีย EXP เพียงครึ่งเดียวจากหลอด Level เราเท่านั้น รวมไปถึงเงินครึ่งนึงจากที่มีอยู่ ซึ่งหาได้ไม่ยากเท่าไหร่ แถมยังมีโอกาสที่จะได้ unseen aid ทำให้ไม่เสียอะไรเลยอีกต่างหาก เทียบกับ Dark Souls ที่หากเรามี Souls เยอะๆ และไปเผลอตายในห้องบอสหรือจุดที่ยากจะไปเก็บคืนแล้วละก็ ความเครียดต่างกันหลายขุมเลยทีเดียว

     อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างในการตายบ่อยๆ สำหรับเกม Sekiro ก็คือโรคไอมังกร (Dragonrot) ที่ทางฝั่ง Dark Souls ไม่มี แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกับตัวเกมมากนัก (แค่ทำให้ไม่สามารถทำเควสต์ย่อยได้และอาจจะส่งผลกับฉากจบบางฉาก) ซ้ำยังสามารถรักษาได้ง่ายในช่วงกลางเกม (ถ้าไม่ตายบ่อยและใช้ไอเท็มรักษาจนหมดนะ)


การตกจากที่สูงที่ปลอดภัยกว่าใน Sekiro

     หากคุณผ่าน Dark Souls มาแล้ว สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะต้องผวาก็คือ การเดินบนที่สูง ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวอย่างมากในเกมซีรีส์ Dark Souls เพราะตัวเกมไม่มีระบบป้องกันการร่วงให้ หากพลาดนิดเดียวก็สามารถตกเหวตายทันที ต่างจาก Sekiro ที่หลายๆ จุดในเกมอย่างเช่นกิ่งไม้ จะมีระบบกันตก (กำแพงล่องหน) ซึ่งถ้าหากเราไม่ทะลึ่งกระโดดหล่นไปเองก็ค่อนข้างปลอดภัยกว่ามาก แถมถ้าพลาดท่าตกเหวจริงๆ ตัวก็จะวาร์ปกลับมาให้ตรงก่อนจุดที่เราตกอีกด้วย (พร้อมกับลดพลังชีวิตไประดับหนึ่ง แต่ถ้าพลังไม่พอก็จะตกลงไปทีเดียวตายเลย) เรียกได้ว่า Sekiro ค่อนข้างใจดีกับผู้เล่นอย่างมากตรงจุดนี้


การ Stealth เพื่อผ่านศัตรูที่สู้ยากใน Sekiro

     อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Sekiro ง่ายกว่า Dark Souls ค่อนข้างมากเลยก็คือระบบการ Stealth ที่จะทำให้เราสามารถจัดการศัตรูตัวนั้นๆ ได้ทันที และหลายจุดภายในเกมก็ออกแบบมาให้เราสามารถค่อยๆ Stealth จัดการศัตรูเรียงตัวได้อีกด้วย รวมไปถึงพวกมินิบอสต่างๆ เราก็สามารถแอบลอบสังหารเพื่อลดหลอดเลือดไปฟรีๆ ขีดนึงได้เช่นกัน ต่างจาก Dark Souls ที่ไม่ได้เน้นระบบการ Stealth และการ Stealth จะเป็นการแทงข้างหลังซึ่งจะไม่ตายทันที (ขึ้นอยู่กับพลังโจมตีล้วนๆ) และฉากโดยมากก็ไม่ได้ออกแบบมาให้ Stealth ศัตรูได้ง่ายๆ ยิ่งรวมกับที่หากเราพลาดตายใน Dark Souls จะต้องวิ่งกลับมาเก็บ Souls คืน ซึ่งทำได้ยากกว่า Sekiro มากๆ


กับดักตามฉากภายในเกม Sekiro ที่น้อยกว่า Dark Souls

     การตายใน Dark Souls นอกจากการสู้ศัตรูแพ้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ชวนหัวร้อนไม่แพ้กันก็คือเรื่องของกับดักตามฉากต่างๆ ที่มีอย่างมากมาย และพร้อมจะฆ่าคุณได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นศัตรูที่ดักมุมตีคุณให้ตกเหว หรือหลุมที่พาคุณลงไปตายในลาวา (จะกลับไปเก็บ Souls ก็ลำบากจนแทบทำไม่ได้) ต่างกับใน Sekiro หากเล่นจนจบจริงๆ จะพบว่ากับดักเหล่านี้แทบจะไม่มีเลย (มีแค่ 1-2 จุดเท่านั้น แล้วแต่คนจะนับ ขอไม่สปอยล์ว่ามีจุดไหนบ้าง) และอย่างที่บอกในหัวข้อข้างต้นว่า ฉากค่อนข้างออกแบบมาให้เรา Stealth ได้เป็นอย่างดีหากพบเจอเส้นทางนั้น ทำให้ความน่ากลัวต่ออันตรายภายในฉากของเกม Sekiro น้อยกว่า Dark Souls เป็นอย่างมาก


ไม่มีเรื่อง Stamina มากวนใจใน Sekiro

     ใน Dark Souls สิ่งที่กวนใจผู้เล่นอย่างมากอีกหนึ่งสิ่งก็คือ Stamina ที่ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถเล่นได้ดั่งใจเท่าที่ควร โดย Stamina ใน Dark Souls แทบจะเป็นทุกอย่างตั้งแต่ การฟัน การกลิ้งหลบ การกลิ้ง การบล็อก หากเราพลาดท่า Stamina หมดก็เป็นเรื่องใหญ่มากโดยเฉพาะเวลาบล็อกแล้วการ์ดแตก ต่างกับ Sekiro ที่ผู้เล่นสามารถวิ่งเล่นหรือฟันรัวได้ดั่งใจ ซึ่งตัวเกมจะมีระบบใหม่ที่เรียกว่า Posture ซึ่งจะขึ้นเวลาโดนโจมตีหรือโจมตีใส่ศัตรู และหากค่านี้ทะลุหลอดก็จะแค่เซเล็กน้อยและสามารถกลิ้งตัวหลบจะสถานะนั้นได้ง่ายๆ (ถ้าไม่เจอท่าต่อเนื่องจริงๆ ที่ทำให้กลิ้งไม่ทัน) แถมเรายังสามารถลดค่า Posture ได้ง่ายๆ ด้วยการยืนนิ่งๆ แล้วกดบล็อกค้าง ไม่เหมือนกับ Stamina ใน Dark Souls ที่ต้องรอให้ขึ้นแบบปกติเพียงอย่างเดียว (ตั้งการ์ดแล้วขึ้นช้าอีกต่างหาก)


การ Parry ที่ยากกว่ามากใน Dark Souls

     แม้จริงๆ แล้วตรงจุดนี้จะเทียบกันไม่ค่อยได้ เพราะการใช้งานและผลลัพธ์ค่อนข้างแตกต่างกันระหว่าง 2 เกม โดยการ Parry ใน Dark Souls จะเป็นการปัดเพื่อโจมตีสวนอย่างรุนแรง ส่วนใน Sekiro จะเรียกว่าการ Deflect ซึ่งจะต้องทำเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มค่า Posture ของศัตรูจนกว่าจะเต็ม แม้ผลของการกระทำจะต่างกัน แต่หลักการในการทำนั้นเหมือนกันก็คือการปัดอาวุธศัตรู ซึ่งใน Dark Souls นั้น ทำได้ยากมาก! แถมการจะ Parry ของแต่ละอุปกรณ์ก็ใช้ Timing ที่ต่างกันอีกด้วย โดยการ Parry พลาดใน Dark Souls เท่ากับเราจะโดนการโจมตีนั้นทันที ต่างจาก Sekiro ที่หากเราจังหวะไม่เป๊ะก็ยังสามารถเป็นการบล็อคได้ (ถ้ากดก่อนจังหวะโดนตี) และยังสามารถทำการกดบล็อกรัวๆ เพื่อให้เป็นการ Deflect ได้อีกด้วย ต่อให้นำการ Parry ของ Dark Souls มาเทียบกับท่า Mikiri (ดูให้ถ้วนถี่) ก็ถือว่า Timing ในการใช้ท่าของเกม Sekiro กว้างกว่ามากอยู่ดี


ศัตรูตัวใหญ่มาก จนมีปัญหาเรื่องมุมกล้องและ Hitbox ที่ Sekiro ไม่ค่อยมี

      อีกหนึ่งปัญหาสุดคลาสสิคสำหรับซีรีส์ Dark Souls นั่นก็คือ เหล่าบอสร่างยักษ์ทั้งหลาย ที่หลายๆ ทีก็ทำให้เราสู้ยากกว่าปกติด้วยเรื่องของมุมกล้องที่บางทีก็ทำให้ไม่เห็นท่าทางของศัตรู หรือ Hitbox ที่พิลึกจนฟันยากกว่าปกติ แต่สำหรับ Sekiro ซึ่งเป็นเกมที่ทำออกมาได้อย่างดีตรงจุดนี้ ทำให้แทบจะไม่เจอปัญหาเรื่องมุมกล้องและ Hitbox ไม่ตรงตามจริงเลย (ยกเว้นศัตรูบางตัว แต่ก็ถือว่าน้อยกว่ามากในเกม Sekiro) ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องของตัวเกมที่ทำออกมาได้สมบูรณ์มากกว่า จนตัดปัญหาจุกจิกที่ทำให้เกิดความยากแบบไม่แฟร์ออกไปอย่างที่เห็น


     ทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนที่ทำให้เกม Sekiro มีความง่ายกว่าซีรีส์ Dark Souls ในหลายๆ ส่วน โดยตรงนี้เราจะไม่เปรียบเทียบความยากง่ายของบอสที่แต่ละคนอาจจะมีความชำนาญต่างกันนะครับ (โดยเฉพาะ Dark Souls ที่การเลือกอาวุธบางประเภทก็ทำให้สู้บอสตัวนั้นๆ ง่ายกว่าการเล่นแบบอื่น) ส่วนมากมุมมองที่ทำให้คนมองว่า Sekiro ยากกว่า Dark Souls เพราะรูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไปทำให้ไม่คุ้นชินรวมไปถึง Dark Souls หากสู้ไม่ไหวก็สามารถฟาร์มเลเวลเพื่อให้ตัวละครเก่งขึ้นได้มากกว่า Sekiro ที่จะเก่งขึ้นก็ต่อเมื่อชนะบอสหรือมินิบอสต่างๆ เท่านั้น แต่ถ้ามองลึกไปถึงตัวระบบจริงๆ จะเห็นว่า Sekiro นั้นปรานีผู้เล่นกว่า Dark Souls ค่อนข้างมาก  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า Sekiro เป็นเกมที่ง่ายนะครับ แม้เมื่อเทียบกับ Dark Souls จะมีหลายจุดที่ง่ายกว่า แต่ Sekiro ก็ถือว่ายังเป็นเกมที่ยากมากๆ เกมหนึ่งที่ท้าทายผู้เล่นอย่างหนักอยู่ดี ว่าแต่ใครเล่นจบแล้วและเคยเล่นทั้งสองเกมมาก่อน มาพูดคุยประเด็นนี้กันได้นะครับ

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์