เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่พรีออเดอร์เกม Assassin's Creed Odyssey ไปคงน่าจะได้เล่นกันไปไกลแล้วนะครับ ซึ่งภายในงาน Assassin's Creed Odyssey Exclusive Launch เมื่อค่ำคืนวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง OS และผู้สื่อข่าวสายเกมอีกหลายสำนักก็ได้มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ทีมผู้บริหารจาก Ubisoft มาด้วย ได้แก่ คุณ Julius Witz ตำแหน่ง General Manager, คุณ Ashley Wu ตำแหน่ง Sales & Marketing Manager และ คุณ Rika Fung ตำแหน่ง PR Manager ที่ได้มาให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำตลาดในประเทศไทยกันครับ เรามาชมบทสัมภาษณ์เลยดีกว่า

(ซ้าย) คุณ Julius Witz / (กลาง) คุณ Ashley Wu / (ขวา) คุณ Rika Fung สามตัวแทนจาก Ubisoft


Q: ยอดขายของ Assassin's Creed Origins ในประเทศไทยหรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเป็นไปตามที่ทางคุณคาดไว้รึเปล่า?

A: พวกเราพอใจและตกใจมากเลยครับ เพราะฉากหลังของภาค Origins นั้นเป็นสิ่งที่ใหม่มากๆ และเราก็ไม่เคยจริงจังกับมันขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นเราเลยพอใจกับความสำเร็จครั้งนี้มาก แม้ว่าเราจะบอกยอดขายเป็นตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่บอกได้เลยครับว่าเราคาดไม่ถึงเลยว่าเกมจะขายดีได้ขนาดนี้ ซึ่งช่วงเวลาที่เกมขายออกนั้นไม่ใช่แค่ช่วงสัปดาห์แรกเท่านั้น แต่จนบัดนี้ก็ยังมีคนซื้อกันอยู่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคนั้นชอบเกมของเราจริงๆ และเกมของเราก็มีคุณภาพดี รวมถึงมีฉากหลังที่น่าสนใจ ถึงแม้ว่าบางคนจะไม่ได้เล่นในวันแรกที่วางจำหน่ายก็ตาม


Q: ในแง่ของยอดขายแล้ว ประเทศไทยจัดได้ว่าอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ในฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหรอครับ?

A1: ประมาณลำดับที่ 3 ครับ แต่ก็ใกล้จะได้เป็นที่ 2 มากๆ แล้ว และหากพูดถึงตลาดในแถบเอเชีย ประเทศไทยก็ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้เลยละครับ

A2: ประเทศไทยเป็นรองอยู่แค่ฮ่องกงและไต้หวันเท่านั้นค่ะ ดังนั้นถ้าพูดถึงยอดขายในแถบ SEA จริงๆ แล้ว ประเทศไทยถือว่าเป็นที่หนึ่งเลย ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยมากๆ เลยค่ะ


Q: เรื่องการทำเกมเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้างครับ?

A: เราทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นดีครับ แต่เราก็กำลังพยายามกันอยู่เช่นกัน เพราะเราเข้าใจว่าผู้เล่นทุกคนย่อมอยากเข้าใจเกมของเราอย่างทะลุปรุโปร่ง และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะผู้เล่นทุกคนได้เสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อเกมของเรา และการที่ตัวเกมนั้นเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้การตามเนื้อเรื่องในบางครั้งนั้นเป็นอะไรที่ลำบากมากๆ แต่การแปลเกมนี้ก็ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ เช่นกัน เพราะแค่การพัฒนาเกมนี้ก็ใช้เวลาถึง 4 ปีเต็มแล้ว ดังนั้นถ้าเราไม่ได้วางแผนที่จะใส่ภาษานั้นลงไปตั้งแต่แรก การใส่ภาษานั้นๆ เข้าไปทีหลังก็จะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ครับ ดังนั้นตอนนี้เราคงยังให้คำตอบอะไรไม่ได้มาก ผมเองก็อยากจะนำข่าวดีมาบอกนะครับ แต่มันยังเร็วไปจริงๆ ทั้งนี้ก็ใช่ว่าผมจะไม่ได้พยายามอยู่นะ เวลาที่ผมมาเมืองไทย ผมจะสัมผัสได้ถึงความรักที่เหล่าเกมเมอร์มีต่อเกมของเรา และความรักนั้นก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะส่งต่อไปให้สำนักงานใหญ่ของเราได้รับรู้ เพื่อที่จะให้พวกเขาได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ แต่เมื่อเทียบกับภาษาอื่นที่เรามีในเกมแล้ว ภาษาไทยถือว่าเป็นภาษาที่มีโครงสร้างที่ซับซ้อนและใส่เข้าไปในเกมได้ยากจริงๆ เราก็กำลังพยายามทำความเข้าใจและศึกษาภาษานี้อยู่ครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าทาง Sony เองก็คงไม่ได้ต่างกัน ตอนนี้เราก็ได้แต่หวังว่าจะมีข่าวดีในเร็วๆ นี้ครับ


Q: ในเมื่อทาง Ubisoft นั้นมีการเปิดแฟนเพจบน Facebook เป็นภาษาไทยแล้ว อยากทราบว่าทางคุณมีความสนใจจะมาเปิดสตูดิโอในเมืองไทยบ้างมั้ยครับ?

A: ในตอนนี้เราก็มีสตูดิโออยู่ที่ สิงคโปร์ จีน และ ฟิลิปปินส์อยู่แล้ว หน้าที่หลักของพวกเขาก็คือการผลิตเกมเป็นหลัก แต่การเปิดสตูดิโอนั้นอยู่คนละส่วนกับแผนกธุรกิจที่ผมรับผิดชอบอยู่เลยครับ และสำหรับเมืองไทยแล้ว เราคงไม่สามารถตั้งสตูดิโอด้วยคนจำนวนแค่ 5-10 คนได้ เนื่องจากเราต้องมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนมาก และต้องมีบุคลากรที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง เพื่อที่จะได้ติดต่อกับสำนักงานใหญ่ของเรา ซึ่งจริงๆ แล้วสำหรับพวกเราก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ แต่พวกเราก็มีการประเมินกันทุกปีนะครับว่ามีที่ไหนที่น่าสนใจหรือน่าไปลงทุนบ้าง ทว่าเท่าที่ผมทราบในตอนนี้คงยังไม่มีแผนจะเปิดสตูดิโอในประเทศไทยนะครับ แต่ก็ยังพอมีโอกาสอยู่


Q: อะไรคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดในการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครับ?

A1: ผมคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดก็คือการดึงความสนใจจากผู้คนครับ ซึ่งในแง่ของการตลาดแล้วก็คือการใช้โซเชียลมีเดีย เพราะคนไทยนั้นมีอัตราการเข้าถึงโซเชียลมีเดียมากกว่าประเทศอื่นๆ และเราก็ไม่สามารถนำวิธีการโปรโมทที่เราใช้ในแถบยุโรปมาใช้ในไทยได้ด้วย

A2: ขอยกตัวอย่างเป็นตอนที่เราเริ่มทำการตลาดในเมืองไทยช่วงแรกๆ แล้วกันค่ะ คุณน่าจะทราบดีว่าเราได้ลงทุนลงแรงไปกับการตลาดในครั้งนั้นเยอะมากๆ ซึ่งเกมนั้นก็คือเกม Watch Dogs ที่มีการโฆษณาบน BTS ซึ่งนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองของเราเพื่อที่จะหาว่าสิ่งใดที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ และเราก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก แม้ว่า BTS จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเกมโดยตรงก็ตาม แต่เมื่อผู้คนได้เห็นตัวโฆษณา จึงได้รู้ว่า Ubisoft นั้นสนใจจะทำตลาดในประเทศไทยจริงๆ ดังนั้นเราจึงพยายามขึ้นโฆษณาในพื้นที่ที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากขึ้น เช่นการโฆษณาเกม Assassin's Creed Origins บนรถไฟฟ้า BTS และบนสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งอุปสรรคอย่างหนึ่งก็คือการทำความเข้าใจภาษาไทยค่ะ เพราะพวกเราพูดไทยไม่ได้ และพวกคุณหลายคนก็อาจจะเห็นว่าภาษาไทยในเพจหรือในคลิปของเรานั้นมันค่อนข้างจะประหลาด แต่ทางเราเองก็กำลังพยายามหาผู้แปลจากหลายๆ เจ้าอยู่ รวมถึงได้รับความคิดเห็นและร่วมมือกับ NGIN และสื่อไทยบางเจ้าด้วย ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ การสื่อสารของเราได้พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นภาษาไทยก็ยังมีความยากอยู่ดี เนื่องจากภาษาไทยนั้นมีความแตกต่างจากภาษาอื่นเป็นอย่างมาก เพราะแค่เว้นวรรคผิดความหมายก็เปลี่ยนแล้ว แม้แต่การพูดของผู้ชายหรือผู้หญิงก็แตกต่างกัน ฉะนั้นเราจึงต้องพยายามเต็มที่ในการทำความเข้าใจภาษาไทย และพยายามทำให้ภาษาที่เราใช้นั้นถูกต้องและสื่อความได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ซึ่งเราก็กำลังพยายามพัฒนาอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่นในด้าน PR ในตอนนี้สื่อหลายๆ เจ้าก็น่าจะได้รับจดหมายที่เป็นภาษาไทยจากเราแล้ว ซึ่งนี่ก็คือความพยายามที่จะเข้าถึงตลาดไทยของเราค่ะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของช่อง Youtube ซึ่งตอนนี้เทรลเลอร์ต่างๆ ก็มีเวอร์ชั่นภาษาไทยออกมาแล้ว โดยทางเราเองก็หวังว่าคุณจะเห็นถึงความพยายามของเราและสนับสนุนเราต่อไป


Q: สิ่งที่แตกต่างระหว่างเกมภาคก่อนกับภาคนี้มีอะไรบ้างครับ?

A1: ความแตกต่างหลักๆ ก็คือเรื่องของตัวเลือกค่ะ ในภาคนี้เราจะเน้นไปที่ตัวเลือกต่างๆ ตั้งแต่ตอนต้นเกมที่ผู้เล่นจะสามารถเลือกเพศของตัวละครได้ ระหว่างตัวละครเพศชาย Alexios และ Kassandra ที่เป็นเพศหญิง แต่คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนเพศกลางเกมได้นะคะ หากคุณเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากลางเกมจริงๆ คุณก็ต้องกลับไปเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง

A2: ผมว่าควรจะต้องกลับไปเริ่มใหม่เลยล่ะครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างภายในเกมภาคนี้ล้วนแล้วแต่เกี่ยวของกับตัวเลือกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกในตอนต้นเกมหรือกลางเกม ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อตัวเกม เนื้อเรื่อง และฉากจบของเกมทั้งสิ้นเพราะทางเรานั้นหวังจะให้ผู้เล่นได้เริ่มเล่นเกมใหม่ซ้ำๆ เพื่อที่จะได้ลองดำเนินเรื่องในอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้เกมนี้สามารถเล่นซ้ำได้หลายรอบครับ


Q: การเลือกเพศตัวละครมีผลกับเนื้อเรื่องมั้ยครับ?

A: ตัวละครทั้งสองจะมีเนื้อเรื่องเหมือนกันค่ะ การเลือกเพศในที่นี้เป็นเพียงการเลือกตามความพอใจของผู้เล่นเท่านั้น


Q: อยากทราบว่าในภาค Odyssey นี้จะมีความเป็นโอเพ่นเวิลด์มากกว่าผจญภัยเหรอครับ แล้วในด้านของความท้าทายนั้นจะมีมากกว่าภาคที่แล้วรึเปล่า?

A: ใช่แล้วครับ ตัวเกมในภาคนี้จะเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะเราพยายามทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่แฟนๆ ของเราต้องการจริงๆ และอะไรที่ขาดหายไปจากเกมของเรา ซึ่งทางเราเองก็ได้อ่านความคิดเห็นที่หลากหลายมาก่อน ซึ่งสิ่งที่แฟนๆ ของเราต้องการก็มีทั้งเนื้อเรื่องที่ดีขึ้น หรือระบบการต่อสู้ที่ดีขึ้น โดยสำหรับภาคนี้ ทางเราก็ได้ปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะระบบการสำรวจที่จะชวนให้คุณแวะในจุดต่างๆ มากขึ้น ส่วนในเรื่องของความท้าทายนั้นจะมีความยากขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยความที่เกมของเราในภาคนี้แทบจะกลายเป็นเกม RPG เต็มรูปแบบไปแล้ว รวมถึงระบบอัพเกรดต่างๆ ก็จะมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน


Q: ระบบออนไลน์หรือมัลติเพลเยอร์จะมีโอกาสกลับมาในภาคนี้มั้ยครับ?

A1: ในตอนนี้เราอยากจะโฟกัสไปที่ตัวเกมแบบออฟไลน์มากกว่าค่ะ

A2: เราได้ข้อมูลต่างๆ จากเกมของเรามาเยอะมากๆ อย่างเช่นวิธีการเล่นหรือความชอบของผู้เล่นแต่ละคน ซึ่งกลายเป็นว่าระบบเกมที่เราพยายามทุ่มทุนสร้างกลับไม่ได้รับความสนใจนัก ดังนั้นผมเลยคิดว่าเราควรจะหันไปใส่ใจพัฒนาระบบที่ผู้เล่นให้ความสนใจเยอะๆ ดีกว่าครับ

A3: และสำหรับภาค Odyssey นั้น เราเองก็ต้องการจะเน้นไปที่คอนเท้นต์หลังจบเกมอย่าง DLC ต่างๆ ด้วย เราเลยอยากจะให้ความใส่ใจกับเนื้อหาในส่วนนั้นก่อนน่ะค่ะ


Q: หากเปรียบเทียบกับภาค Origins แล้ว เกมภาคนี้มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง?

A: ในภาคนี้จะมีกราฟิกที่มีคุณภาพดีขึ้นค่ะรวมถึงระบบการต่อสู้เองก็จะลื่นไหลกว่าด้วย แม้โดยรวมแล้วระบบต่างๆ จะดูไม่แตกต่างจากเดิมมาก แต่จะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะด้านเนื้อเรื่องที่คุณจะสัมผัสได้ลึกขึ้น เพราะมีระบบตัวเลือกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง


Q: ในส่วนของ DLC หรือคอนเท้นท์หลังจบเกมนั้น ทาง Ubisoft วางแผนจะสนับสนุนเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่เหรอครับ อย่างในภาค Origins นั้นได้รับการสนับสนุนมาตลอด 6 เดือน ในภาคนี้จะใช้ระยะเวลาเดียวกันหรือเปล่า

A: เรายังไม่มีข้อมูลเรื่องระยะเวลาที่แน่นอนค่ะ แต่ในช่วงเดือนธันวาที่จะถึงนี้จะมี DLC ตัวแรกที่ชื่อ Legacy of the First Blade มาให้เล่นกัน ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของบุคคลคนแรกที่เป็นผู้ใช้ Hidden Blade และในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2019 เราก็จะมี DLC อีกตัวที่ชื่อว่า The Fate of Atlantis ซึ่งผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตในตำนานหรือสิ่งมีชีวิตลึกลับต่างๆ และทั้งหมดนี้ก็คือตัวอย่างของคอนเท้นต์ที่เราจะพัฒนาหลังจากที่เกมออกค่ะ เพียงแต่ว่าเรายังไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนเท่านั้น


Q: แล้วพอจะบอกอะไรเกี่ยวกับเกม Assassin's Creed III และภาค Liberation ที่เป็นหนึ่งใน Post-launch Content ได้บ้างมั้ยครับ?

A1: สำหรับผมแล้วคิดว่านี่เป็นความคิดที่ดีมากๆ เลยละครับ เพราะสำหรับผมแล้ว เกมทั้งสองภาคนั้นเป็นเหมือนคำขอบคุณที่เรามอบให้กับแฟนๆ ที่ซื้อเกมตัว Gold Edition หรือ Season Pass มา และทั้งสองภาคนี้ก็เป็นภาคที่มีเสียงเรียกร้องให้เรานำกลับมา Remasterมาโดยตลอด และตอนนี้ เราก็ได้ใส่มันมาใน Season Pass ด้วย ซึ่งผมมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีมากๆ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเงินเลย เป็นเพียงการตอบรับเสียงเรียกร้องของแฟนๆ ของเราเท่านั้น

A2: สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น หลังจากที่ประกาศออกไปว่าจะมีเกมทั้งสองภาคนี้ใน Season Pass ด้วย เราก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากๆ และแฟนๆ ของเราก็ดีใจกันมากๆ เลยค่ะ อย่างที่คุณ Julius กล่าวไว้แหละค่ะ สิ่งนี้เป็นเหมือนคำขอบคุณที่เราอยากจะมอบให้กับแฟนๆ ของเราที่คอยสนับสนุนเรามาตลอด

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์