พรีวิว Persona 4 Revival การรีเมคที่โดนใจ พร้อมการมีซับไทยเป็นครั้งแรก

แชร์เรื่องนี้:
พรีวิว Persona 4 Revival การรีเมคที่โดนใจ พร้อมการมีซับไทยเป็นครั้งแรก

นอกเหนือจากเกม Stranger Than Heaven ที่ทางทีมงาน Online Station ได้ไปทดลองเล่นมาแล้ว (อ่านพรีวิวได้ที่ ลิงก์) ก็ยังมีเกม Persona 4 Revival ซึ่งพวกเราได้มีโอกาสทดลองที่ญี่ปุ่นด้วยเช่นกันครับ โดยเดโมที่ทาง Sega เปิดให้ทดสอบนั้นแบ่งออกเป็นสองช่วง แต่ละช่วงมีความยาว 15-20 นาทีโดยประมาณ ช่วงแรกจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ ยู นารุคามิ (Yu Narukami) ตัวเอกของเกมที่ปลุกพลังเพอร์โซน่าของตัวเองขึ้นมาได้

ก่อนอื่นเลย สิ่งที่สังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างแรกก็คือกราฟิกของเกมที่ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ไม่ว่าจะเป็นด้านเท็กซ์เจอร์ที่คมชัด เก็บเน้นทุกรายละเอียด รวมถึงระบบแสงเงาที่ใช้เทคโนโลยียุคปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากแสงจากเสาไฟ หรือป้ายไฟตามร้านค้า ไม่เว้นแม้แต่การแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าของตัวละครที่ทำได้หลากหลายกว่าเดิม อีกทั้งมุมกล้องก็มีการพัฒนาให้ดูดีขึ้น สามารถหมุนได้ 360 องศาแล้ว การจะสำรวจตามจุดต่าง ๆ จึงทำได้อย่างอิสระ ตลอดจนคัตซีนที่เป็นอนิเมชั่นก็ถูกทำขึ้นใหม่โดยสตูดิโอ MAPPA ซึ่งใครที่คลุกคลีกับอนิเมะคงจะคุ้นกับผลงานของสตูดิโอนี้เป็นอย่างดี อาทิ Attack on Titan (ซีซั่นสุดท้าย) และ Chainsaw Man นั่นเอง

ขณะเดียวกัน ฉากที่เป็นการเผชิญหน้าระหว่างตัวละครกับร่าง Shadow ก็ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเวอร์ชั่นรีเมคนี้จะมีการนำเทคนิคมุมกล้องหลายอย่างเข้ามาประยุกต์ใช้ นั่นก็เพราะว่าซีนที่ตัวละครต้องเจอกับด้านมืดของตัวเองเป็นหนึ่งในลายเซ็นสำคัญของเกม ซึ่งการใช้เทคนิคดังกล่าวเป็นการทำให้ผู้เล่นรับรู้และรู้สึกถึงอารมณ์ที่สื่อออกมาจากตัวละครได้ลึกซึ้งกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับมาก เรียกได้ว่าหลาย ๆ ฉากที่ได้เห็นในเดโมเวอร์ชั่นรีเมคให้กลิ่นอายที่ราวกับได้ดูอนิเมะยุคสมัยใหม่เลย

ด้านการสำรวจจะมีการเพิ่มระบบ “Guard Counter” เข้ามา โดยเวลาที่พวก Shadow เห็นตัวเราและพุ่งเข้ามาหา ผู้เล่นจะสามารถกดปุ่มตั้งการ์ดป้องกันการโจมตีของ Shadow ได้ ซึ่งจะทำให้มันเสียจังหวะและเปิดช่องให้เรากดโจมตีมันก่อน เพื่อตัดเข้าฉากต่อสู้พร้อมด้วยสถานะที่เราชิงความได้เปรียบ ระบบนี้ช่วยให้ผู้เล่นควบคุมสถานการณ์ในดันเจี้ยนได้มากขึ้น แถมการตั้งการ์ดยังสามารถกดค้างไว้ได้นานเท่าที่เราต้องการ ดังนั้นผู้เล่นที่กะจังหวะเข้าไปตีมันด้านหลังไม่เก่งก็สามารถยืนป้องกันรอให้ Shadow โจมตีติดบล็อกของเราแล้วโจมตีกลับได้ รวมถึงมีตัวช่วยที่เป็นละอองแสงสีเหลือง ที่จะคอยนำทางเราไปยังจุดหมายตาม Objective หลัก อย่างไรก็ตาม ดันเจี้ยนจะมีห้องยิบย่อยอยู่เยอะมาก ผู้เล่นสามารถสำรวจให้ทั่วเพื่อค้นหาทางลับหรือห้องที่มีสมบัติซ่อนอยู่ได้ ใครเป็นสายสำรวจนี่ยิ้มแน่นอน

แกนหลักของระบบต่อสู้ยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากนัก หลัก ๆ คือโจมตีด้วยท่าหรือธาตุที่ศัตรูแพ้ มันก็จะล้มเสียหลัก และทำให้เราโจมตีซ้ำได้ แต่ที่มีการพัฒนาให้ดีขึ้นคืออนิเมชั่นคือท่าประสานทั้งทีม (All-Out Attack) ที่ทำมาได้เลิศหรูอลังการเหลือเกิน รวมถึงระบบ Baton Pass ที่พอเราโจมตีจุดอ่อนของศัตรูจนมันล้มได้แล้ว ก็สามารถส่งต่อตาพิเศษที่ได้รับเป็นโบนัสจากการโจมตีจุดอ่อนไปให้เพื่อนคนอื่นในปาร์ตี้ที่น่าจะโจมตีซ้ำได้รุนแรงกว่าเป็นคนปิดจ๊อบแทน ส่วนระบบ Prime Time ที่ให้ผู้เล่นโจมตีระลอกใหญ่เมื่อสะสมจนเกจเต็ม พร้อมกับปิดด้วยท่าเผด็จศึก กับระบบ Send Flying ที่โจมตีศัตรูให้มันกระแทกไปโดนศัตรูตัวอื่นเพื่อกระจายสถานะผิดปกติไม่ได้ถูกนำมาใส่ในเดโมที่พวกเราได้ลองเล่น เลยยังไม่สามารถบอกได้ว่าใช้งานได้ดีหรือไม่ครับ

นอกจากนี้ Persona 4 Revival ยังถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์ที่มีการใส่ซับไทยและเมนูภาษาไทยเต็มรูปแบบ คุณภาพงานแปลทำออกมาได้ดีทีเดียว อาจจะมีประโยคที่ดูแปร่งไปบ้าง ซึ่งจุดนี้เข้าใจว่าทางทีมแปลน่าจะประสบอุปสรรคเดียวกันกับเกมอื่น ๆ นั่นก็คือการที่ต้องแปลโดยที่ไม่เห็นตัวเกม ทำให้ต้องจินตนาการถึงบริบทที่ตัวละครคุยกันเอาเอง แต่โดยรวมแล้วถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่แฟนเกมชาวไทยจะได้เล่นเกมนี้ด้วยภาษาไทยแบบออฟฟิเชียลเสียที

ตัวเกมมีกำหนดวางขายในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2027 บน PS5, Xbox Series X|S และ PC ว่ากันตามตรง ภาพรวมของเกมเวอร์ชั่นรีเมคนี้เหมือนเป็นการนำสิ่งต่าง ๆ มาปรับปรุงให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ให้มีความทันสมัยตามกาลเวลา โดยทีมงานคาดหวังว่าตัวเกมเต็มเมื่อวางจำหน่ายจะมีอะไรให้เซอร์ไพรส์มากกว่านี้ ถึงกระนั้น เกมเพลย์ 2 ช่วงที่ได้เล่นรวมกันราว 40 นาทีอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะสรุปหรือเห็นภาพได้ชัดเจนนักว่าเกมเต็มจะเป็นอย่างไร แต่มันก็ยังคุ้มค่าที่จะรออยู่ดีครับ


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station

Persona 4 Revival

First Released:
18 ก.พ. 27
Platforms:
Steam PS5 Xbox Series X|S
Developed by:
Published by:
Genre(s):
RPG
แชร์เรื่องนี้:
Vesper
About the Author

Vesper

Life without passion is not living, it's just existing.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ