Stranger Than Heaven ลองแล้วมาเล่า! กับระบบต่อสู้ที่แน่นและท้าทายแฟน ๆ กว่าเดิม

แชร์เรื่องนี้:
Stranger Than Heaven ลองแล้วมาเล่า! กับระบบต่อสู้ที่แน่นและท้าทายแฟน ๆ กว่าเดิม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทีมงาน Online Station ได้มีโอกาสไปร่วมทดสอบเกม Stranger Than Heaven ที่สำนักงานของ Sega ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นมาครับ ซึ่งเกมดังกล่าวถือเป็นเกม IP ใหม่ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกับเกมตระกูล Like a Dragon แต่มีไทม์ไลน์ของเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนนานมาก คือนับตั้งแต่ยุคต้น 1900 ลากยาวมาจนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กินเวลายาวนานถึงประมาณ 50 ปีเลยทีเดียว โดยเนื้อหาจะเล่าถึง มาโคโตะ ไดโตะ (Makoto Daito) หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน ผู้อยากจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแดนอาทิตย์อุทัย และเราจะได้เห็นความเป็นไปของหนุ่มคนนี้ที่พเนจรไปตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ของญี่ปุ่นผ่านช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

สำหรับตัวเดโมที่ทีมงานได้ทดลองเล่นจะเป็นการโฟกัสที่ระบบการต่อสู้แบบเพียว ๆ โดยมีช่วงยุคสมัยและเมืองให้เล่นทั้งหมด 3 ช่วงด้วยกัน ได้แก่ เมืองโคคุระ จังหวัดฟุกุโอกะ (ระดับง่าย), เมืองคุเระ จังหวัดฮิโรชิมะ (ระดับปานกลาง) และเมืองมินามิ จังหวัดโอซาก้า (ระดับยาก) ซึ่งเวอร์ชั่นที่ได้เล่นคือแพลตฟอร์ม Xbox Series X ครับ

ใครที่เคยผ่านมือกับเกมตระกูล Like a Dragon หรือ Yakuza ภาคที่มีคิริวเป็นตัวเอกมาก่อน อาจจะคุ้นชินกับการสแปมปุ่มโจมตีเบา-หนัก เพื่อทำคอมโบมาก่อน หากเข้ามาจับเกม Stranger Than Heaven อาจต้องปรับตัวกันค่อนข้างเยอะพอสมควร เพราะเกมนี้ได้เปลี่ยนแนวทางเดิม ๆ ของระบบต่อสู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนมาเป็นการโจมตีแยกเป็นอวัยวะฝั่งซ้ายและขวาตามฝั่งของปุ่ม Shoulder Button ซึ่งปุ่ม LB กับ LT (หรือ L1 กับ L2 บน PS5) จะเป็นการโจมตีด้วยอวัยวะข้างซ้ายแบบเบา-หนัก ขณะที่ปุ่ม RB กับ RT (หรือ R1 กับ R2 บน PS5) จะเป็นการโจมตีด้วยอวัยวะข้างขวาแบบเบา-หนักแทน พร้อมกับระบบที่ผลักดันให้ผู้เล่นต้องให้ความสำคัญกับการกะจังหวะ การอ่านความเคลื่อนไหวของศัตรูเพิ่มมากขึ้น

ในด่านที่เป็นเมืองโคคุระ (ระดับง่าย) ทีมงานต้องเผชิญกับศัตรูที่เข้ามารุมประมาณ 4-5 คน โดยที่บางคนจะถืออาวุธติดมือมาด้วย สิ่งที่สังเกตได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการต่อสู้คือ สเต็ปการเคลื่อนไหวและการโจมตีของตัวเรากับศัตรูต่างช้าลงมากเมื่อเทียบกับ Like a Dragon ทว่าทุกท่วงท่าที่ทั้งเรากับศัตรูโจมตีออกไปจะรู้สึกได้ถึงความหนักหน่วง ดูสมจริง มีร่องรอยการบาดเจ็บแสดงให้เห็นตรงตามตำแหน่งที่ถูกโจมตีใส่ ที่สำคัญคือ ถ้าเราบุกเข้าไปกลางวงพวกมันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจถึงขั้นโดนรุมกระทืบตายได้ง่าย ๆ เพราะลำพังเราโดนโจมตีต่อเนื่องเพียงไม่กี่ทีก็ลงไปนอนนับดาวได้เลย

พอเกมถูกปรับสปีดให้ลดลง ผู้เล่นไม่สามารถเข้าไปรัวปุ่มโจมตีแบบส่งเดชได้อีกต่อไป การกดปุ่มเพื่อหลบหลีกหรือตั้งการ์ดป้องกันศัตรูเลยเข้ามามีบทบาทตรงนี้ ผู้เล่นจะต้องคอยกดปุ่มหลบและตั้งการ์ดให้ถูกจังหวะ กรณีที่กดปุ่มหลบได้ทันในจังหวะที่การโจมตีจวนจะถึงตัวเรา จะติดเป็นท่า Perfect Dodge หรือถ้ากดป้องกันได้ทันในจังหวะจวนตัว ก็จะติดเป็นท่า Parry ที่เกมจะเกิดช่วงสโลว์โมชั่นให้เราโจมตีสวนศัตรูอย่างรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม ตอนที่เรากด Perfect Dodge หรือ Parry ติด เกมจะไม่มีระบบ Immunity Frame (ไอเฟรม) เข้ามาช่วยให้เราเป็นอมตะชั่วครู่หนึ่งเหมือนเกมแอ็กชั่นทั่วไป ดังนั้นผู้เล่นจึงยังมีสิทธิ์โดนศัตรูตัวอื่นที่อยู่คนละทิศทางเข้ามาอัดได้ หากไม่สังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวให้ดี

ศัตรูในเกมจะมีเกจให้เราใส่ใจอยู่ 2 เกจ คือเกจพลังชีวิต และเกจสตามิน่า โดยการทำ Parry ศัตรูได้ในแต่ละครั้งจะเป็นการลดเกจสตามิน่าของมันไปด้วยในตัว และหากเราทำให้เกจสตามิน่าลดได้จนหมด ศัตรูจะเปิดช่องให้เราเข้าไปใช้ท่าเผด็จศึกหรือจับทุ่มที่มีพลังโจมตีอันมหาศาลได้ และแน่นอนว่าท่วงท่าเผด็จศึกทั้งหลายที่เราได้ลองใช้ล้วนยังคงลายเซ็นความป่าเถื่อนของทีมงาน Ryu Ga Gotoku Studio (RGG Studio) เอาไว้ครบถ้วน ซึ่งตัวเราในเดโมที่ได้ลองจะเลือกสู้ด้วยมือเปล่า หรือจะงัดเครื่องทุ่นแรงอย่างมีดหรือชะแลงมาใช้ก็ได้

การรับมือการโจมตีของศัตรูไม่ได้ถูกจำกัดแค่ว่าต้องกดปุ่มหลบหรือป้องกันเท่านั้น ตรงจุดนี้เกมมีเพิ่มตัวช่วยแก่เราด้วยการอ่านการเคลื่อนไหวของศัตรู หากมันโจมตีเราด้วยอวัยวะข้างซ้าย (โจมตีมาทางขวาของเรา) ก็สามารถกดปุ่มโจมตีด้วยอวัยวะข้างขวาให้ถูกจังหวะเพื่อขัดช่วงโจมตีของศัตรูได้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าภาพรวมของระบบต่อสู้เกมนี้คือการที่ผู้เล่นต้องคอยตอบสนองให้ถูกจังหวะเป็นหลัก และต้องสู้อย่างรอบคอบมากขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวแบบไม่ยั้งคิดเพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็อาจหมายถึงชีวิตของเราได้เลย

ยิ่งพอได้เล่นในด่านเมืองคุเระกับเมืองมินามิที่เป็นระดับปานกลางถึงยาก การใช้อาวุธเลยเป็นเหมือนไฟต์บังคับที่เราควรเลือกมากกว่าการไปสู้ด้วยมือเปล่าลุ่น ๆ เนื่องจากลำพังแค่ระดับปานกลางก็มีศัตรูเข้ามาล้อมเรา 8-10 ตัว หนึ่งในนั้นเป็นศัตรูหุ่นพี่เบิ้ม แถมแต่ละคนมีอาวุธครบมืออีกต่างหาก โดยอาวุธอย่างมีดจะมีจุดเด่นเรื่องความเร็วในการโจมตี ส่วนชะแลงจะมีข้อได้เปรียบในแง่ของระยะที่หวดเป็นวงกว้างและโดนศัตรูหลายตัวพร้อมกันได้ นอกจากนั้นแล้ว ตอนเล่นยังแอบรู้สึกว่าการถืออาวุธจะช่วยให้เรามีกรอบเวลาในการกด Perfect Dodge หรือ Parry ที่มากกว่าตอนใช้มือเปล่าอยู่ประมาณหนึ่ง หากจะเรียกว่ามันช่วยให้เรากดติดง่ายขึ้นก็ไม่ผิดนัก (แต่ข้อมูลในส่วนนี้ยังไม่มีการคอนเฟิร์มจากทีมงานผู้พัฒนาเกมนะครับ เป็นแค่ความรู้สึกระหว่างเล่นเท่านั้น)

ด่านเมืองมินามิที่เป็นระดับความยากสูงสุด เกมจะโยนศัตรูที่เป็นนักดาบมาให้เราสู้แบบตัวต่อตัว ซึ่งหมอนี่มีลูกเล่นแพรวพราวมาก ทั้งไม้ตายที่โจมตีได้รุนแรง รัศมีโจมตีก็กว้างเหลือเกิน มิหนำซ้ำตอนพลังชีวิตของมันเหลือน้อยก็ยังมีท่าจับทุ่มที่ทำเราตายได้เลยหากมีพลังชีวิตไม่ถึง 2 ใน 3 โดยทุกด่านที่กล่าวมาจะมีคอนเซ็ปต์เดียวกันคือให้ผู้เล่นโฟกัสกับการจับจังหวะ อ่านการเคลื่อนไหวศัตรู และเรียนรู้การใช้อาวุธที่เรามี รวมถึงการใช้มือเปล่าด้วย นี่ถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของทาง RGG Studio ที่ต้องการจะฉีกตัวเองออกจากกรอบเดิม ๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ กับระบบใหม่ ๆ แต่พอได้ลองเล่น เรียนรู้จนชินมือแล้วจะพบว่าความสนุกยังมีเหมือนเดิม เกมอาจจะใช้แนวทางใหม่ในการต่อสู้ ทว่ากลิ่นอายและลายเซ็นของทีมงานก็ยังสัมผัสได้เหมือนเดิม

ไว้รอเกมวางขายในวันที่ 15 มกราคม 2027 บน PS5, Xbox Series X|S และ PC นะครับ


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station

Stranger than Heaven

First Released:
15 ม.ค. 27
Platforms:
Steam PS5 Xbox Series X|S
Developed by:
Published by:
Genre(s):
แชร์เรื่องนี้:
Vesper
About the Author

Vesper

Life without passion is not living, it's just existing.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ