เมื่อไม่นานมานี้ทางสำนักข่าว The Wall Street Journal ได้ระบุว่าบริการ Xbox Game Pass ณ ปัจจุบันมียอดสมาชิกที่จ่ายเงินรายเดือนเหลืออยู่เพียง 30 ล้านคน โดยลดลงไปประมาณ 4 ล้านคนนับจากปี 2024 ซึ่งก่อนหน้านั้นทาง Microsoft เคยคาดการณ์ไว้ว่าผู้สมัคร Game Pass จะสามารถแตะถึงจำนวน 77 ล้านคนในปีนี้ ตามเอกสารที่ถูกเปิดเผยระหว่างกระบวนการกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการของ Activision ทว่าจากยอดล่าสุดก็แสดงให้เห็นแล้วว่ายอดสมาชิกตอนนี้ยังห่างไกลจากเป้าหมายถึงกว่าเท่าตัวครับ
ยิ่งไปกว่านั้น Microsoft ยังเคยมีตั้งเป้าเอาไว้ว่า Game Pass จะมียอดสมาชิกทะลุ 100 ล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งการที่เป้าหมายเป็นเช่นนั้นก็คือมาจากความคาดหวังหลังเข้าซื้อกิจการสตูดิโอต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก รวมถึงข้อตกลงที่ทำร่วมกับผู้จัดจำหน่ายที่เป็น 3rd Party รายอื่นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Xbox จะจัดหนักและทุ่มทุนไปกับ Game Pass เป็นจำนวนมหาศาล อีกทั้งนำเกม Call of Duty ภาคใหม่เข้ามาในคลังตั้งแต่วันแรกของการวางจำหน่าย แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้น มิหนำซ้ำยังร่วงสู่จุดวิกฤตเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว แถม Microsoft ยังประกาศปรับขึ้นราคาสมาชิกระดับ Ultimate เป็น 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน ส่งผลให้ยอดสมาชิกลดลงหลายล้านคน อีกทั้งยังมีรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุเพิ่มเติมว่าการนำเกม Call of Duty: Black Ops 6 มาลง Game Pass ทำให้ Microsoft สูญเสียรายได้ไปประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ทางด้านคุณ Asha Sharma ซีอีโอคนปัจจุบันของ Xbox ได้มีการเข้ามาแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นด้วยการลดราคาสมาชิกรายเดือนของ Game Pass รวมถึงยกเลิกการนำเกม Call of Duty ภาคใหม่มาลง Game Pass มาลงในคลังตั้งแต่วันแรกของการวางจำหน่ายทันที แต่ถึงแม้ว่าจะช่วยหยุดยั้งการสูญเสียรายได้ไปได้ระดับหนึ่ง
ส่งผลให้ หนึ่งในการดำเนินการแรกๆ ของ Asha Sharma ซีอีโอคนใหม่ของ Xbox หลังจากเข้ารับตำแหน่งต่อจาก Phil Spencer คือการลดราคารายเดือนของ Game Pass และถอดเกม Call of Duty ภาคใหม่ออกจากคลังบริการตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะช่วยหยุดยั้งการสูญเสียได้ แต่เธอก็ยอมรับว่าแนวทางของ Game Pass ที่ทำมาตลอดนั้นไม่ประสบความสำเร็จ และทางบริษัทต้องทำการรีเซ็ต Xbox เสียใหม่จากนี้เป็นต้นไปครับ
แปลและเรียบเรียงจาก
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station