ทุกวันนี้ Rockstar Games ถือว่าเป็นหนึ่งในค่ายเกม 3rd Party ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการเกม เรียกได้ว่าหากพวกเขาเปิดตัวเกมอะไรมาสักเกม ก็จะสามารถดึงความสนใจของเกมเมอร์หลายล้านคนได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน และแน่นอนว่ายอดขายหลังวางจำหน่ายก็มักจะถล่มทลายด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา Rockstar Games ขึ้นชื่อว่าเป็นค่าย "ตัวพ่อ" ของเกมแนวโอเพ่นเวิลด์ ที่มีจุดเด่นของพื้นที่ในเกมที่กว้างใหญ่ไพศาล เสมือนเป็นการจำลองสถานที่ในโลกความเป็นจริงสักแห่ง พร้อมกับยื่นอิสระให้กับผู้เล่นในการทำอะไรในพื้นที่นั้นได้อย่างเสรี อยากจะเกรียนอะไรกับ NPC ก็ละเลงได้เต็มที่ แต่การทำอะไรเช่นนั้นก็จะมีระบบ Wanted Level (ในเกม Grand Theft Auto) หรือระบบ Honor System (ในเกม Red Dead Redemption) มาคุมความประพฤติของผู้เล่นอีกที เพื่อให้เราตระหนักรู้ว่าการทำตัวไม่ดีย่อมมีผลกระทบและต้องรับผิดชอบการกระทำนั้นเสมอ

Rockstar Games เริ่มมีชื่อเสียงและดังเป็นพลุแตกหลังจากที่เกม Grand Theft Auto III (GTA 3) ทำยอดขายได้ถึง 14.5 ล้านชุด ตามมาด้วย GTA: Vice City (17.5 ล้านชุด) และ GTA: San Andreas (27.5 ล้านชุด) จนทำให้ซีรีส์ GTA มีความแข็งแกร่งระดับโลก และสร้างเม็ดเงินให้กับค่ายอย่างมหาศาล ถึงขนาดมีคำกล่าวติดตลกบนโลกอินเตอร์เน็ตว่า "Rockstar แค่เข็นเกม GTA ออกมาขายสักภาคก็มีเงินหล่อเลี้ยงพนักงานและทีมงานได้ยาวนานไปหลายปีแล้ว" ซึ่งปัจจุบันคำกล่าวนี้ก็ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะต่อมาเกม GTA 4 ก็ยังทำยอดขายได้ 25 ล้านชุด และ GTA 5 ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยยอดขายไกลเกินเบอร์ที่จำนวน 225 ล้านชุด ติดอันดับ 3 ของเกมที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลแบบสบาย ๆ เป็นรองเพียงแค่เกม Tetris และ Minecraft เท่านั้น

จากฐานความนิยมและยอดขายที่การันตีความแข็งแกร่งของซีรีส์ GTA และซีรีส์ Red Dead Redemption ที่มียอดขายแรงไม่แพ้กัน ทำให้ทาง Rockstar Games มีความชอบธรรมกลาย ๆ ที่จะมองว่าพวกเขาอยู่ในจุดที่ติดลมบน และมั่นใจว่าบรรดาซีรีส์ระดับเรือธงในมือนั้นขายได้ด้วยตัวมันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการโปรโมตมากนัก (แม้ว่า GTA จะเผชิญกับสารพัดดราม่ากับการวางขายในบางประเทศจากเนื้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงและไม่เหมาะกับเยาวชนก็ตามที) ด้วยเหตุนี้ทางค่ายจึงลดความสำคัญในการไปร่วมงานเกมต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น E3 (ที่ปิดตัวถาวรไปแล้ว), gamescom หรือ Tokyo Game Show ฯลฯ ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ Rockstar Games ไปเปิดบูธในงานเกมแบบสาธารณะต้องย้อนไปถึงงาน E3 2003 หรือเมื่อ 23 ปีที่แล้วนู่นเลย โดยปีนั้นพวกเขานำเกม GTA: Vice City เวอร์ชั่น PC และเกม Midnight Club II เวอร์ชั่น Xbox ไปโชว์และให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองเล่นกัน นับแต่นั้นมา ทางค่ายก็หันมาใช้วิธีโพสต์ประกาศสั้น ๆ บนโซเชียลมีเดียว่าวันที่ xxx เดือน xxx ที่จะถึงนี้ จะมีการปล่อยคลิปตัวอย่างเกม GTA ภาคใหม่ แค่นี้วงการเกมทั่วโลกก็แทบจะส่องสปอตไลท์มาหาและพร้อมประโคมข่าวให้แล้ว

หากเราตัดความรู้สึกเสียดายในมุมมองความเป็นเกมเมอร์ออกไป การกระทำของ Rockstar Games ก็พอเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะอย่างแรกเลย การไปออกงานเกมมันต้องเสียค่าเช่าบูธ ค่าจ้างพนักงานดูแลบูธ ค่าออกแบบบูธ ค่าอุปกรณ์ตกแต่งบูธ ไหนจะต้องเร่งทำเดโมเวอร์ชั่นเฉพาะเพื่อให้ผู้ร่วมงานทดลองเล่นในงานอีก กระบวนการเหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายที่สูงและวัดผลได้ไม่แม่นยำนัก ต่างจากการโพสต์เกริ่นสั้น ๆ บน Twitter (หรือ X ในปัจจุบัน) แล้วลงคลิปตัวอย่างบน YouTube ไปตูมเดียว ยอดวิวก็ได้มาหลักสิบล้าน-ร้อยล้านวิวอย่างรวดเร็ว แถมรู้จำนวนคนกดไลก์-ดิสไลก์และกระแสผู้คนผ่านคอมเมนต์จากระบบหลังบ้าน โดยต้นทุนหลัก ๆ มีเพียงแค่การใช้แรงคนตัดต่อคลิปตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งนโยบายนี้สอดคล้องกับคำพูดของคุณ Sam Houser หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Rockstar Games ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าการไปออกบูธในงานเกมระดับ E3 มันเหมือนเป็นการโชว์พาวใส่กันระหว่างค่าย และตัวเขาเองไม่ชอบที่จะเห็นอะไรแบบนี้เลย แถมเปลืองงบประมาณใช่เหตุ สู้เอาเงินและเวลาไปทุ่มกับการทำเกมให้เนี้ยบที่สุดดีกว่า

ในส่วนแผนการตลากของเกม GTA 6 ที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2023 ที่จนบัดนี้เราได้เห็นคลิปตัวอย่างไปแค่ 2 คลิปเท่านั้น แต่แค่ 2 คลิปที่ปล่อยออกมา ลำพังยอดวิวก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ามีคนเฝ้ารอเกม GTA 6 กันเยอะขนาดไหน โดยคลิปตัวอย่างแรกมียอดวิวล่าสุดอยู่ที่ 279 ล้านวิว ขณะที่คลิปตัวอย่างที่สองมียอดวิวล่าสุดอยู่ที่ 162 ล้านวิว (นับเฉพาะบนแชนเนลหลักของ Rockstar Games แค่ช่องเดียว) มิหนำซ้ำบรรดาท็อปคอมเมนต์จากคลิปตัวอย่างก็ยังโพสต์ประมาณว่า "ฉันต้องมีชีวิตอยู่ให้ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2026 ให้ได้" ซึ่งวันดังกล่าวก็คือวันวางจำหน่ายของเกม GTA 6 นั่นเอง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือเกมระดับมหาชนที่แท้ทรู และมีแนวโน้มสูงว่าเกมนี้น่าจะสามารถสร้างสถิติและปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมได้อีกเพียบครับ

ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station