วันนี้พบกับ คุณ Anna Kipnis เกมเพลย์โปรแกรมเมอร์จากค่าย Double Fine Productions 
ระดับการศึกษา : จบปริญญาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จากวิทยาลัยชื่อดังหรือโรงเรียนสอนออกแบบเกมอย่าง DigiPen มีประสบการณ์ด้านการปรับแต่งเกมมาก่อนด้วยได้ยิ่งดี
เงินเดือน : 45,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,440,000 บาท) สำหรับนักเขียนโปรแกรมทั่วไป และสูงถึง 150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,800,000 บาท) สำหรับนักเขียนโปรแกรมอาวุโส
เกมเพลย์โปรแกรมเมอร์คืออะไร?
คุณ Kipnis อธิบายว่า “ก็คือโปรแกรมเมอร์ที่ต้องทำงานร่วมกับทีมออกแบบเพื่อสร้างสรรค์เกมการเล่นหรือเกมเพลย์ทุกอย่างในเกม” ทุกสิ่งตั้งแต่ A.I., ปริศนาในเกม ไปจนถึงมุมกล้องล้วนเป็นงานของเธอทั้งสิ้น ซึ่งเธอเปรียบเหมือนกับการทำแฮมเบอร์เกอร์ว่า “คุณนำส่วนผสมและเครื่องปรุงที่คนอื่นเตรียมไว้ให้ แล้วนำมาปรุงเข้าด้วยกัน บางครั้งคุณอาจต้องเพิ่มเบคอน หรือไม่ก็ต้องเติมซอสพิเศษลงไปด้วย”
วันธรรมดาของ Kipnis
หลังประชุมช่วงเช้าสองสามรอบเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจตรงกัน เธอก็จะกลับมานั่งเขียนโปรแกรม เธอเล่าว่า “ถ้าฉันจะเขียนรวมด่านเข้าด้วยกัน ฉันก็ต้องร่วมงานกับนักวาดภาพ, นักออกแบบเสียงออดิโอ หรือใครสักคนในทีมออกแบบของเรา ฉันต้องเล่นผ่านด่านที่ตัวเองเขียนซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างทำงานอย่างที่คาดหวัง และออกมาสมบูรณ์แบบ”
ที่สำคัญกว่านั้น เธอยังต้องคิดหาไอเดียว่าทำอย่างไรเพื่อแก้ไขส่วนที่น่าเบื่อและยุ่งเหยิง บางคราวเธอต้องย้อนกลับไปยังกระดานวาดภาพพร้อมกับทีมออกแบบ และขบคิดข้อเสนอของเธอใหม่อีกครั้ง เธอบอกว่า “งานนี้ขั้นตอนเยอะมากเมื่อเทียบกับการเขียนโปรแกรมเอนจิ้นเกม เพราะคุณต้องปรับแต่งฟีเจอร์อยู่ตลอดเวลา”
เธอมาทำงานนี้ได้อย่างไร?
คุณ Kipnis เล่าว่า “เกมเพลย์โปรแกรมเมอร์เป็นอาชีพในฝันของฉันนับตั้งแต่วันที่ Super Mario Bros. โดนใจดวงน้อยดวงนี้แล้วล่ะค่ะ” เธอจึงเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และหวังว่าจะได้เข้าไปอยู่ในวงการเกม แต่เพราะสมัยเรียนเธอไม่เคยฝึกงานในบริษัทเกมเลย จึงเป็นเรื่องยากที่จะถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์งาน แต่แล้วเธอก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับ Double Fine สตูดิโอที่มีทีท่าจะไปได้สวยในอนาคต สตูดิโอที่กำลังหาคนช่วยทำโปรเจ็กต์ Psychonauts เธอจึงเข้าเว็บไซต์ของบริษัทนี้เพื่อหาอ่านข้อมูล แล้วก็ได้รู้ว่าพวกเขามีปัญหาเรื่องหนูในออฟฟิศ เธอเลยส่งจดหมายสมัครงานพร้อมกับเหยื่อล่อหนูหนึ่งกล่องไปยังบริษัทด้วยความมุ่งมั่น ท้ายสุดหลังถูกคุณ Tim Schafer นายใหญ่ของสตูดิโอสัมภาษณ์ซะละเอียดยิบ เธอก็คว้างานนี้มาได้ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความมุ่งมั่นจะช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าได้
เครื่องมือหากิน
โปรแกรม Maya
บ่อยครั้ง Kipnis ต้องใส่วัตถุของเกมการเล่นเข้าไปในด่าน และโปรแกรม Maya ก็เป็นโปรแกรมออกแบบสามมิติที่สตูดิโอของเธอเลือกใช้
โปรแกรม Bugzilla
โปรแกรมค้นหาบั๊กตัวนี้เป็นกุญแจดอกสำคัญของเธอ เพราะตำแหน่งเธอเหมาะสุดในการควานหาข้อผิดพลาด เธอบอกว่า “มันยังให้ใช้ฟรีด้วยแหละค่ะ!”
โปรแกรม MS Visual Studio
คุณ Kipins เล่าว่า “ฉันเขียนโค้ดทั้งหมดโดยใช้ตัวแก้ไขตัวนี้ มันเป็นโปรแกรมแก้ไขข้อผิดพลาดที่เจ๋งมากเลยล่ะค่ะ”
ชุดพัฒนาเกม (Dev Kits)
ค่าย Double Fine จะมีอุปกรณ์พิเศษพวกนี้สำหรับคอนโซลเครื่องใดก็ตามที่พวกเขาจะพัฒนาเกมให้ และคุณ Kipnis ก็มีอุปกรณ์ที่ว่านี้ของเครื่อง PS3 และ 360 ที่โต๊ะของตัวเอง เธอบอกว่า “มันน่าสนใจตรงที่ว่า โค้ดอันเดียวกันใช้ได้กับเครื่องนึง แต่ใช้ไม่ได้อีกเครื่องนึง!”
เรื่องโดย : Evan Shamoon
แปลและเรียบเรียง : พิชฎา แซ่จิว