10 เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror สไตล์ Lovecraft ที่จะพาคุณดิ่งลึกสู่ความบ้าคลั่ง

แชร์เรื่องนี้:
10 เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror สไตล์ Lovecraft ที่จะพาคุณดิ่งลึกสู่ความบ้าคลั่ง

เมื่อพูดถึงความสยองแน่นอนว่าหลาย ๆ คนคงนึกถึง "ผี" แต่รู้หรือไม่ว่าในแง่ของความสยดสยองนั้นยังมีอะไรที่มากกว่านั้น และเหนือจินตนาการของมนุษย์เราอยู่ นั่นก็คือ "ความสยองระดับจักรวาล Cosmic Horror" ที่มีเสน่ห์บางอย่างที่พิเศษสุด ๆ เพราะมันมักจะเล่นกับสิ่งที่อยู่เหนือขีดจำกัดจินตนาการของมนุษย์ เช่น พวกสัตว์ประหลาดหรือประเด็นต่าง ๆ ที่พบได้ในงานเขียนของ H.P. Lovecraft ที่ล้วนถูกอธิบายว่าเป็นสิ่งที่จิตใจของมนุษย์ยากจะหยั่งถึง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หยุดยั้งความพยายามของเหล่าผู้พัฒนาเกมที่จะสร้างมันขึ้นมา

ดังนั้นบทความนี้จะพาไปดูรายชื่อ เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror ที่สามารถถ่ายทอดความสยองขวัญสไตล์ Lovecraftian ออกมาได้ไร้ที่ติ รวมทั้วสัมผัสถึงความกลัวที่หยั่งรากลึกเข้าไปในจิตใจ ให้เพื่อน ๆ ไปหามาลองเล่นกัน


Dredge (2023)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งท้องทะเล

ไม่มีอะไรจะฮีลใจได้ดีไปกว่าการนั่งตกปลาในวิดีโอเกมอีกแล้ว การได้ดื่มด่ำกับงานอดิเรกที่แสนสงบจากในบ้านตัวเอง คือรางวัลที่หาได้ยากในการช่วยคลายเครียดหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน... เว้นเสียแต่ว่าเกมที่กำลังเล่นอยู่คือ Dredge

เกมนี้หยิบเอาเกมเพลย์ตกปลาที่แสนจะผ่อนคลาย มาวางไว้ในบริบทของความสยองขวัญ Cosmic Horror โดยชาวประมงของเราจะได้เจออะไรที่มากกว่าแค่ปลาแซลมอนในระหว่างการผจญภัย เพราะเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้าและยามค่ำคืนมาเยือน พวกเขาจะพบว่าตัวเองต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถอดแบบความหลอนมาจากสไตล์ Lovecraft โดยตรง และด้วยความสยองขวัญที่เป็นหัวใจหลักของเกม บวกกับระบบสำรวจแผนที่ การแลกเปลี่ยนไอเทม และการอัปเกรดเรือ ทำให้เกมอินดี้สยองขวัญเกมนี้มีอะไรให้ทำมากกว่าแค่การนั่งรอให้ผีหลอก

ซื้อ Dredge ได้ที่
Steam

World of Horror (2023)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

พิธีกรรมศาสตร์มืดและเหล่าทวยเทพโบราณ

ถ้าจะถามหาความแปลกใหม่ที่น่าหลงใหลที่สุดในวงการ ต้องยกให้ World of Horror เลย เพราะนี่คือเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจเต็ม ๆ จากปรมาจารย์ความสยองอย่าง Junji Ito และ H.P. Lovecraft

ตัวเกมมาในสไตล์ Roguelike ที่พร้อมจะพาคุณไปดิ่งลึกในโลกแห่งฝันร้ายที่ทั้งแปลกประหลาดและน่าสยดสยอง ผ่านงานภาพสไตล์พิกเซลขาวดำที่ดูแล้วขลังแบบบอกไม่ถูก โดยตัวเกมจะผสมผสานทั้งการแก้ปริศนา, การต่อสู้แบบสลับเทิร์น (Turn-based) และการออกสำรวจเข้าไปอย่างลงตัว

ความเด็ดของ World of Horror คือการหยิบเอาตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นอย่าง "สาวปากฉีก" มาเขย่ารวมกับองค์ประกอบของ Cosmic Horror ได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมศาสตร์มืดเพื่ออัญเชิญเหล่าเทพโบราณ, สิ่งมีชีวิตรูปร่างบิดเบี้ยวที่ดูยังไงก็มาจากโลกอื่นชัด ๆ และบรรยากาศการล่มสลายของมนุษยชาติ

ส่วนผสมทั้งหมดนี้ถูกปรุงออกมาเป็นเมนูสยองขวัญสไตล์ Lovecraftian ที่คุณจะลืมไม่ลง จนต้องกลับมาเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก และด้วยความที่การเล่นแต่ละรอบจะไม่มีทางซ้ำกันเลย ทำให้เกมนี้มีความสนุกที่สดใหม่และเล่นได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีวันจบ!

ซื้อ World of Horror ได้ที่
Steam

The Sinking City (2019)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

เกมสยองขวัญที่ชโลมไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวสไตล์ Lovecraft

Charles Reed อดีตทหารผ่านศึกที่ผันตัวมาเป็นนักสืบเอกชน ได้รับมอบหมายให้ตามหาต้นตอของฝันร้ายที่เริ่มตามหลอนศาสตราจารย์คนหนึ่งในเมือง Oakmont ซึ่งเขาก็ได้พบกับคนอื่น ๆ ที่เห็นภาพนิมิตสยองขวัญแบบเดียวกันนี้ด้วย และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาต้องก้าวเข้าสู่เมือง The Sinking City ที่ซึ่งความสยองของจริงรอคอยอยู่

The Sinking City คือเกมที่มีความเป็น Lovecraftian แบบเข้าเส้นที่สุดเท่าที่เกมหนึ่งจะเป็นได้ ตัวเกมนำเสนอเมืองสไตล์วิกตอเรียนที่เต็มไปด้วยผู้ฝักใฝ่ในศาสตร์มืด และถูกถาโถมด้วยโรคระบาดที่คอยปลูกฝังความบ้าคลั่งและความคุ้มคลั่งให้กับผู้คน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือผลกระทบหลักที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อใครก็ตามริอาจไปยุ่งเกี่ยวกับศาสตร์มืดหรือสิ่งชั่วร้ายจากต่างโลก

ด้วยการหยิบยกเอาสัตว์ประหลาดจากต่างมิติ (Eldritch monsters) และเมืองในตำนานอย่าง Innsmouth มาใช้ ทำให้เกมนี้กลายเป็นผลงานขึ้นหิ้งที่แฟน Cosmic Horror ต้องมี และถือเป็นหนึ่งในการหยิบผลงานของ Lovecraft มาดัดแปลงได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุด แม้ว่าตัวเกมจะยังทำออกมาได้ไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในตอนท้าย แต่ก็นับว่าเป็นความพยายามที่น่าชื่นชมมากในฐานะเกมแนวนี้ และแน่นอนว่าตัวเกมภาคต่อที่กำลังจะมาถึงน่าจะทำออกมาได้ดียิ่งกว่าเดิม

ซื้อ The Sinking City ได้ที่
Steam

Moons of Madness (2019)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

ความสยองขวัญเหนือธรรมชาติทะยานออกไปสู่ห้วงอวกาศ

ถ้าเบื่อแล้วกับเกมสยองขวัญที่วนเวียนอยู่แค่ในบ้านร้างหรือวิหารเก่า ๆ บนโลก บอกเลยว่า Moons of Madness คือตัวเปลี่ยนเกม! ในขณะที่เกมแนว Cosmic Horror ส่วนใหญ่ชอบพาวนอยู่กับพวกลัทธิคลั่งในเมืองโบราณ แต่เกมนี้ขอกระโดดข้ามโลก พุ่งทะยานไปสร้างฝันร้ายกันบนอวกาศแทน

ลองจินตนาการถึงความเวิ้งว้างและความเงียบงัดของอวกาศดูสิ มันคือพื้นที่ที่เหมาะกับความสยองขวัญที่สุดแล้ว ซึ่งเกมนี้ก็ใช้ประโยชน์จากความอ้างว้างนั้นได้แบบเต็มสูบ เรื่องราวเริ่มขึ้นบนดาวอังคารหลังจากมีการตรวจพบสัญญาณลึกลับจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา ทำให้เราต้องออกสำรวจดวงดาวสีแดงดวงนี้โดยไม่รู้เลยว่ามี "ตัวอะไร" แอบซ่อนอยู่ในเงามืดด้วยหรือเปล่า... รู้ตัวอีกทีสติก็เริ่มหลุดรุ่ยซะแล้ว! เตรียมพบกับสัตว์ประหลาดสุดสยองและภาพหลอนที่สมจริงจนแยกไม่ออก บอกเลยว่างานนี้ความกล้าที่มีเท่าไหร่ก็อาจจะไม่พอ

ซื้อ Moons of Madness ได้ที่
Steam

Call of Cthulhu (2018)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

เกมสยองขวัญที่คู่ควรกับชื่อของ Cthulhu อย่างแท้จริง

นี่คือเกม Call of Cthulhu อย่างเป็นทางการที่ถอดแบบมาจากบอร์ดเกม TTRPG ชื่อดัง และบอกเลยว่ามันมีความเป็น Lovecraftian แบบเข้าเส้นสุดๆ เรื่องราวจะพาเราไปติดตามชีวิตของ Edward Pierce นักสืบหนุ่มที่ต้องพึ่งพายานอนหลับและเหล้าเพื่อหลบหนีจากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนอยู่ทุกคืน จนกระทั่งเขาได้รับการติดต่อให้ไปสืบคดีการตายปริศนาที่เกาะ Darkwater โดยมีเพียง "รูปภาพ" ใบเดียวทิ้งไว้เป็นเบาะแส

แต่พอไปถึงเกาะ Darkwater ทุกอย่างกลับกลายเป็นความสยอง เมื่อเขาต้องเข้าไปพัวพันกับลัทธิคลั่งที่บูชาเทพเจ้าจากต่างโลกอย่าง Cthulhu เป้าหมายของพวกมันคือการอัญเชิญท่านออกมาสู่โลกนี้ และขอบอกเลยว่า "ทุกการตัดสินใจของคุณ" จะส่งผลต่อฉากจบที่จะได้รับ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน Call of Cthulhu ก็อัดแน่นไปด้วยความสยองขวัญระดับจักรวาลแบบจัดเต็ม (จะเรียกว่าเป็นความซวยแบบจัดเต็มก็ได้นะ) ไม่ว่าคุณจะหันไปทางไหนก็ตาม!

ซื้อ Call of Cthulhu ได้ที่
Steam

Anchorhead (2018)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

หนึ่งในเกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติที่มีบทเขียนออกมาได้ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

เนื่องจาก Anchorhead เป็นเกมแนวผจญภัยที่เน้นการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร (Text-based) และมีภาพประกอบเพียงไม่กี่ภาพเท่านั้น มันเลยอาจจะไม่ใช่แนวสำหรับทุกคน แม้แต่แฟนพันธุ์แท้ Cosmic Horror เองก็ต้องเตรียมใจไว้หน่อยก่อนจะหยิบเกมอินดี้ตัวนี้ขึ้นมาเล่น

Anchorhead คือหนึ่งในตัวอย่างที่บริสุทธิ์ที่สุดของความสยองขวัญระดับจักรวาลในรูปแบบวิดีโอเกม เรื่องราวติดตามคู่รักคู่หนึ่งที่ได้รับมรดกเป็นคฤหาสน์เก่าแก่ในเมืองที่ชื่อเดียวกับเกม ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและมีบรรยากาศที่ดูผิดที่ผิดทางอย่างบอกไม่ถูก ตัวเอกสาวของเราต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ภายใน 4 วัน ในขณะที่เธอค่อย ๆ สูญเสียสามีไป และต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากขุมพลังโบราณ ซึ่งขอบอกเลยว่าพล็อตเรื่องถึงจะดูเรียบง่ายแต่มันยอดเยี่ยมมาก เพราะถูกขับเคลื่อนด้วยงานเขียนที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นอัจฉริยะแทบจะทุกบรรทัดเลย

แม้ระหว่างทางผู้เล่นจะเลือกตัดสินใจอะไรได้ตั้งมากมาย แต่เอาเข้าจริง "ทางเลือก" ของคุณน่ะ แทบจะไม่มีความหมายเลยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกงล้อแห่งประวัติศาสตร์, สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์มิอาจเข้าใจ และสายเลือดของตระกูลที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ตัวละครหลักและคนเล่นจะถูกทำให้รู้สึกกระจ้อยร่อยและไร้กำลังสุด ๆ เพราะทุกอย่างที่คุณค้นพบในเกมนี้ มันไม่ได้ช่วยให้คุณรอดหรอกนะ แต่มันแค่ช่วยตอกย้ำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า "ความพินาศที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" ของคุณมันหน้าตาเป็นยังไงต่างหาก!

ซื้อ Anchorhead ได้ที่
Steam

Fear & Hunger (2018)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

เกม RPG แนวสยองขวัญระดับจักรวาลที่โหดเหี้ยม สุดโต่ง และชวนให้รู้สึกอึดอัดอย่างที่สุด

ถึงแม้จะเป็นภาพมุมมองจากด้านบน (Isometric) และระบบการเล่นแบบ RPG ทำให้ดูไม่เหมือนเกมแนว "Cosmic Horror" ทั่วไป แต่บอกเลยว่า Fear & Hunger ไม่ได้แค่ทำถึงตามมาตรฐานนะ แต่มันอาจจะทำออกมาได้ "เข้ม" กว่าเกมดัง ๆ หลายเกมซะด้วยซ้ำ! เริ่มเกมมาคุณจะได้เลือกตัวละครที่มีปมชีวิตแตกต่างกันไป แล้วดิ่งลงสู่ดันเจี้ยนที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่สมองมนุษย์ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ คุณจะได้ก้าวเข้าสู่โลกที่นิยามด้วยความทรมาน ความเปราะบาง ความตาย และความรู้ที่บิดเบี้ยว ถึงเกมจะมีทางเลือกให้คุณตัดสินใจตลอดเวลา แต่เชื่อมั้ยว่าทางส่วนใหญ่มันนำไปสู่ความฉิบหาย และความหวังอันน้อยนิดที่คุณกำไว้จะมลายกลายเป็นความสิ้นหวังในพริบตา

เอาจริง ๆ คำว่า "ความสิ้นหวัง" คือคำนิยามที่เป๊ะที่สุดสำหรับเกมนี้ เพราะมันจะถาโถมใส่คุณแบบนันสต็อป! คุณอาจจะเล่นแบบเป๊ะทุกขั้นตอน ทำทุกอย่างถูกต้องหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็อาจจะตายแบบศพไม่สวยเพียงเพราะ "อารมณ์ชั่ววูบ" ของพวกเทพโบราณเท่านั้นเอง ในโลกนี้มนุษย์มันก็แค่สิ่งมีชีวิตที่แสนเปราะบาง ความเจ็บปวดคือสิ่งนิรันดร์ ความตายคือสิ่งที่หนีไม่พ้น และจักรวาลนี้ก็ช่างโหดร้ายและเย็นชาต่อเราเหลือเกิน

ซื้อ Fear & Hunger ได้ที่
Steam

Darkest Dungeon (2016)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

ความเสื่อมถอยของจิตใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้

ถ้ามองแค่ระบบเกมเพลย์ Darkest Dungeon คือเกมแนว Roguelike RPG ขนานแท้ที่อาจจะไม่ได้ทำให้คุณต้องเก็บไปนอนฝันร้ายอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าพูดถึงเรื่องโทนของเกม ระบบภายใน และการเล่าเรื่องล่ะก็ บอกเลยว่านี่คือความสยองขวัญสไตล์ Cosmic Horror แบบเพียว ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการกรองใด ๆ และมันทำออกมาได้สุดยอดมาก!

พล็อตเรื่องนั้นดูเหมือนจะง่าย ๆ แค่ให้เราส่งคนไปสำรวจคุกใต้ดินลึกลับใต้คฤหาสน์เก่าเพื่อกำจัดเหล่าสัตว์ประหลาดที่เพ่นพ่านอยู่ คุณต้องจ้างเหล่าฮีโร่หน้าใหม่เข้ามา ซึ่งขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ฮีโร่พวกนี้น่ะ "ใช้แล้วทิ้ง" ได้เลย เพราะพวกเขาทั้งเปราะบางและขวัญอ่อนสุด ๆ ยิ่งคุณดำดิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ ความจริงก็ยิ่งชัดเจนขึ้นว่า ภายใต้พื้นดินนั้นมี "บางอย่าง" ที่เก่าแก่ยิ่งกว่าอารยธรรมมนุษย์ซ่อนอยู่... ซึ่งมันคือความชั่วร้ายที่บิดเบี้ยวและเกินกว่าที่สติปัญญาของคนเราจะทำความเข้าใจได้

ที่โด่งดังที่สุดคือระบบ "ความเครียด" (Stress) ซึ่งเป็นกลไกหลักของเกมนี้ เหล่านักผจญภัยมักจะเริ่มมีอาการหวาดระแวง กลายเป็นโรคกลัวนั่นกลัวนี่ หรือสติแตกไปดื้อ ๆ จากความสยองที่พวกเขาได้เห็นกับตา บอกเลยว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่มีคำว่า "ฮีโร่" ผู้ผดุงความยุติธรรมอะไรทั้งนั้น และบ่อยครั้งที่ชัยชนะก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงมหาศาลจนคุณรู้สึกว่ามันช่างเป็นชัยชนะที่ว่างเปล่าเหลือเกิน

ซื้อ Darkest Dungeon ได้ที่
Steam

Bloodborne (2015)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

อัดแน่นไปด้วยสัตว์ประหลาดจากต่างมิติ

ในฐานะ "นักล่า" (Hunter) คุณต้องออกเดินทางผ่านเมือง Yharnam ที่ถูกโรคร้ายกัดกิน เมืองนี้มาในสไตล์โกธิควิกตอเรียนที่ดูยังไงก็หลุดออกมาจากนิยายของ Lovecraft ชัด ๆ ถึงแม้ในช่วงแรกจะดูเหมือนมีแค่โรคระบาดที่เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นอสูรกายคล้ายหมาป่า แต่บอกเลยว่านั่นแค่จิ๊บ ๆ เพราะของจริงที่รออยู่มันสยองกว่านั้นเยอะ! ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดที่มีหนวดยั้วเยี้ย หรือสิ่งมีชีวิตที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เหตุผลและสติปัญญา Bloodborne คือบ้านของเหล่าอสูรกายต่างมิติ (Eldritch Monstrosities) มากมายที่ทำให้เกมจากค่าย FromSoftware เกมนี้กลายเป็นความสยองที่น่าหลงใหลแบบถอนตัวไม่ขึ้น

Bloodborne คือนิยามที่แท้จริงของ Cosmic Horror แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ตั้งใจโผล่มาหลอกให้เราตกใจ (Jumpscare) ก็ตาม แต่ด้วยชีววิทยา เจตจำนง และรูปลักษณ์ที่มนุษย์ไม่อาจหยั่งถึงได้ ทำให้เหล่า "Great Ones" ในเกมนี้ดูเหมือนหลุดออกมาจากปลายปากกาของ Lovecraft โดยตรง และพวกมันก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เรา "ทำความเข้าใจ" ซะด้วยสิ 

ช่วงแรกของเกมคุณอาจจะเจอแค่ปีศาจโกธิคอย่างมนุษย์หมาป่า แต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ตัวเกมจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่การเผชิญหน้ากับตัวตนต่างมิติและสิ่งมีชีวิตในความฝัน ซึ่งเป็นการวางโครงเรื่องตามแบบฉบับความสยองสไตล์ Lovecraft เป๊ะ ๆ หัวใจหลักของเนื้อเรื่องคือความล้มเหลวของมนุษย์ที่พยายามจะทำความเข้าใจปรากฏการณ์ระดับจักรวาล และความอวดดีที่ริอาจจะยกระดับเผ่าพันธุ์ตัวเอง จนนำไปสู่การสูญเสียสติ สัญชาตญาณ และการควบคุมไปในที่สุด

ซื้อ Bloodborne ได้ที่
PlaysStation Store

Amnesia: The Dark Descent (2010)

เกมสยองขวัญเหนือธรรมชาติ Cosmic Horror

เงาที่คอยตามหลอกหลอน

หากคุณกำลังมองหาเกมสยองขวัญที่เน้นความนุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยความสยองระดับจักรวาลแบบเนียน ๆ ล่ะก็ Amnesia: The Dark Descent ผลงานชิ้นเอกที่สร้างชื่อให้กับ Frictional Games คือคำตอบที่ใช่ที่สุด! คุณจะได้รับบทเป็น Daniel ชายหนุ่มที่ตื่นขึ้นมาในปราสาท Brennenburg พร้อมกับอาการความจำเสื่อมที่ตัวเขาเองนั่นแหละเป็นคนทำไว้ เขาต้องค่อย ๆ ปะติดปะต่อจิ๊กซอว์แห่งอดีตขณะออกสำรวจปราสาท และต้องคอยหลบหนีอสูรกายสุดสยองที่ออกเดินเพ่นพ่านตามทางเดินไปด้วย

แต่ภัยคุกคามที่แท้จริงซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความหลอนสไตล์ Cosmic Horror ในเกมนี้ก็คือ "The Shadow" (เงาปริศนา) มันมาในรูปแบบของเนื้อเยื่อสีแดงลึกลับที่ว่ากันว่าสามารถกัดกินความเป็นจริงได้ ซึ่งมันทำหน้าที่ปกป้อง "The Orb" (ลูกแก้วปริศนา) ที่ถูกขุดพบจากการสำรวจในทะเลทราย ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า The Shadow คืออะไรกันแน่ แต่ที่รู้คือมันคือภัยคุกคามที่มีชีวิต มีอยู่จริง และแน่นอนว่ามันไม่ได้มาจากโลกใบนี้!

แม้ว่าภาคต่อ ๆ มาจะทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและรักษาฟีลลิ่งความหลอนระดับจักรวาลได้ดีแค่ไหน แต่ยังไงเสียภาค The Dark Descent ก็ยังคงเป็นภาคที่ดีที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นเกมที่มีอิทธิพลต่อวงการเกมสยองขวัญมากที่สุดเกมหนึ่งเลยทีเดียว

ซื้อ Amnesia: The Dark Descent ได้ที่
Steam

ที่มา : gamerant.com


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
ravenz
About the Author

ravenz

เรื่องอะไรก็ไม่มายด์ แต่ถ้าเพื่อผู้ชาย (2D) น้องสู้ตายค่ะคุณพรี่!?

เรื่องที่คุณอาจสนใจ