วันที่ 24 มกราคม 2017 หรือวันนี้เมื่อ 9 ปีที่แล้ว เป็นวันวางจำหน่ายของเกม Resident Evil 7: Biohazard บนเครื่อง PS4, Xbox One และ PC พร้อมกันทั่วโลก โดยภาคนี้เป็นการคัมแบ็คที่ Capcom ตัดสินใจปฏิวัติซีรีส์นี้อีกรอบหลังจากที่เคยทำมาแล้วตอนภาค 4 ซึ่งสำหรับภาค 7 ได้มีการเปลี่ยนโฉมเกมเพลย์หลายอย่าง รวมถึงมุมกล้องที่เปลี่ยนเป็นมุมมองบุคคลที่ 1 ตามที่คุณชินจิ มิคามิ (Shinji Mikami) เคยตั้งใจอยากให้ซีรีส์นี้เป็นตั้งแต่สมัยทำภาคแรก แต่เนื่องด้วยประสิทธิภาพของเครื่องเกมคอนโซล ณ เวลานั้นยังไม่อำนวย และไม่สามารถทำให้ภาพดูสมจริงได้เท่ายุคปัจจุบัน พอมาเป็นยุคนี้จึงได้นำแนวคิดนั้นกลับมาทำให้เป็นรูปเป็นร่าง กลายเป็นใบเบิกทางสู่ประสบการณ์การเล่นแบบใหม่ไปในตัว
(ล่าง) ปกเกมเวอร์ชั่น PS4 ที่จำหน่ายในอเมริกาและญี่ปุ่น


เรื่องราวของ Resident Evil 7 จะกล่าวถึงอีธาน วินเทอร์ส (Ethan Winters) วิศวกรหนุ่มที่ได้รับอีเมล์ลึกลับจากมีอา (Mia) ภรรยาของเขาที่หายตัวไปนานถึง 3 ปี โดยเนื้อความในอีเมล์ระบุว่าเธออยู่ที่เมืองดัลวีย์ รัฐลุยเซียน่า เมื่ออีธานเดินทางไปถึงก็พบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นบ้านไร่ของตระกูลเบเกอร์ และเจอกับมีอาที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดิน มีอาได้เตือนอีธานว่าทั้งเธอกับเขาจะต้องหาทางหนีออกไปให้ได้ก่อนที่เจ้าของบ้านเบเกอร์จะมาพบ แต่ก่อนที่จะได้หนี มีอาก็เกิดคลุ้มคลั่งและพุ่งเข้าทำร้ายอีธานโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้อีธานจำต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตัวจนมีอาแน่นิ่งไป ระหว่างนั้นอีธานก็ได้รับการติดต่อจากหญิงสาวนามว่า โซอี้ (Zoe) ลูกสาวของบ้านเบเกอร์ที่ต้องการจะช่วยเหลือ แต่ไม่นานนัก มีอาก็ฟื้นขึ้นมาแล้วโจมตีอีธานอีกครั้ง ซึ่งรอบนี้เขาพลาดท่า ทำให้มือซ้ายถูกตัดขาด แถมยังถูก แจ็ค (Jack) หัวหน้าครอบครัวเบเกอร์กระทืบจนสลบและพาตัวไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง ก่อนที่อีธานจะฟื้น โซอี้ได้ลอบเข้ามาช่วยด้วยการเย็บมือของอีธานกลับเข้าที่และใช้การได้เหมือนเดิม
(หากต้องการอ่านเนื้อเรื่องจนจบให้กดดูสปอยล์ด้านล่าง)
พอได้สติกลับมา อีธานก็พบกับแจ็ค, มาร์เกอรีท (Marguerite) ที่เป็นภรรยา และ ลูคัส (Lucas) ลูกชาย และหญิงชราอีกคนที่นั่งรถวีลแชร์อยู่กันพร้อมหน้าตรงโต๊ะอาหาร โดยอีธานอาศัยจังหวะที่พวกแจ็คกับคนอื่น ๆ ออกไปนอกห้องหลบหนีออกมาได้ และหาทางกำจัดมาร์เกอรีทได้สำเร็จ หลังจากนั้นอีธานก็พบโซอี้อีกครั้ง ซึ่งเธอเปิดเผยว่าครอบครัวของเธอทุกคน รวมถึงมีอา ต่างติดเชื้อชนิดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เชื้อนี้สามารถรักษาได้ด้วยเซรุ่มชนิดพิเศษ อีธานจึงไปตามหาส่วนผสมสำคัญมาให้โซอี้ทำเซรุ่ม แต่ก่อนที่อีธานจะกลับมาทัน ลูคัสก็ดันจับตัวโซอี้กับมีอาไป อีธานเลยต้องไปช่วยทั้งคู่ออกมา และแล้วโซอี้ก็นำส่วนผสมมาสร้างเป็นเซรุ่มได้ 2 หลอด ทว่าทันใดนั้นแจ็คก็ปรากฏตัวและอาละวาดใส่พวกอีธาน เจ้าตัวเลยจำเป็นต้องใช้เซรุ่มหลอดแรกฉีดเพื่อกำจัดแจ็คลงได้ในที่สุด
เนื่องจากเซรุ่มเหลืออยู่เพียงหลอดเดียว อีธานจำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้เซรุ่มหลอดนี้เพื่อช่วยใครที่อยู่ตรงหน้า ระหว่างมีอากับโซอี้
- ถ้าผู้เล่นเลือกโซอี้ มีอาจะเสียใจอย่างมาก ส่วนอีธานกับโซอี้จะลงเรือหนีไปด้วยกัน ระหว่างที่ล่องเรือโซอี้จะเผยว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า ครอบครัวเบเกอร์เริ่มติดเชื้อหลังจากที่แจ็คไปพบกับมีอาและเด็กหญิงอีกคนที่ชื่อ เอเวอลิน (Eveline) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเรือบรรทุกน้ำมันอับปางไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก แต่คุยกันยังไม่ทันจบ โซอี้ก็ถูกเอเวอลินสังหาร ขณะที่อีธานก็ถูกวัตถุบางอย่างที่เอเวอลินควบคุมจากระยะไกลโจมตีจนตกจากเรือ
- ถ้าผู้เล่นเลือกมีอา อีธานสัญญากับโซอี้ว่าจะไปตามคนมาช่วย แล้วลงเรือไปพร้อมกับมีอา กระทั่งไปเจอซากเรือบรรทุกน้ำมันอับปางริมฝั่ง จากนั้นทั้งคู่ก็ถูกเอเวอลินโจมตีจนตกเรือไปพร้อมกัน




พอฟื้นมา ผู้เล่นจะเปลี่ยนมาบังคับเป็นมีอา และลุยภายในซากเรืออับปาง ภายในเรือลำดังกล่าวผู้เล่นจะพบว่าจริง ๆ แล้วมีอาคือเจ้าหน้าที่ขององค์กรหนึ่งที่มีชื่อแบบไม่เป็นทางการว่า "The Connections" ซึ่งองค์กรนี้ทำการลักลอบค้นคว้า วิจัย และสร้างอาวุธชีวภาพ โดยเธอได้โดยสารเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้พร้อมกับ อลัน เจ้าหน้าที่อีกคนที่ได้รับมอบหมายภารกิจให้มาคุ้มกันเอเวอลินในฐานะอาวุธชีวภาพร่างต้นแบบชนิดใหม่ผ่านการขนส่งทางทะเล แต่ช่วงเดินทางเอเวอลินดันหลุดจากการควบคุมและอาละวาดจนทำให้อลันกับลูกเรือทุกคนเสียชีวิตทั้งหมด มิหนำซ้ำเอเวอลินยังแพร่เชื้อใส่มีอาเพื่อบังคับให้เธอรับบทเป็นแม่ของเอเวอลินด้วย
มีอาตามหาอีธานจนพบ และมอบหลอดตัวอย่างสารพันธุกรรมของเอเวอลินให้เขา ซึ่งหากผู้เล่นเลือกช่วยโซอี้ก่อนหน้านี้ มีอาจะโดนเอเวอลินควบคุมอีกครั้งและโจมตีอีธาน ทำให้อีธานต้องลงมือฆ่าเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าอีธานเลือกที่จะใช้เซรุ่มกับมีอามาก่อน เธอจะทนการควบคุมเอเวอลินได้อีกครู่หนึ่ง นานพอที่จะให้เธอผลักอีธานออกนอกห้องเพื่อช่วยชีวิตเขา


หลังออกมาจากซากเรือ อีธานก็เดินทางต่อจนพบห้องทดลองลับภายในเหมืองเกลือใต้ดิน ที่นั่นอีธานก็ได้ทราบความจริงทั้งหมดว่า เอเวอลินเป็นอาวุธชีวภาพในร่างมนุษย์ที่มีโค้ดเนมว่า E-001 ซึ่งเธอนั้นถูกดัดแปลงพันธุกรรมและยีนส์จากโปรเจ็กต์การวิจัยอาวุธชีวภาพเจเนอเรชั่นใหม่ที่ผ่านการดูแลและควบคุมโดย The Connections ทั้งนี้ เอเวอลินเป็นอาวุธชีวภาพที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถกำจัดเป้าหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าปะทะต่อสู้หรือใช้กำลัง และจากผลของการผสานเชื้อแบคทีเรียจำนวนหนึ่งเข้าไปในยีนส์ของเอเวอลินตั้งแต่เธอยังเป็นแค่ตัวอ่อน ทำให้เอเวอลินมีความสามารถในการควบคุมจิตใจใครก็ตามที่ถูกเธอสัมผัสร่างกาย รวมถึงความสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของร่างกายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทว่าด้วยความที่เอเวอลินเป็นอาวุธชีวภาพชิ้นแรก ๆ ของ E-Series เลยทำให้ยังมีข้อบกพร่องอยู่ นั่นก็คือสภาพจิตใจของเธอที่โหยหาการมีครอบครัวอย่างแรงกล้า อยากจะมีพ่อแม่เหมือนเด็กคนอื่น ๆ ทั่วไป และต้องการที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยวิธีการของเธอเอง
อนึ่ง เอเวอลินนั้นเกิดในช่วงปี 2014 แต่เธอถูกปรับแต่งโครโมโซมและเซลล์ในร่างกายให้โตไวกว่าปกติจนมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเด็กอายุ 10 ขวบเพื่อให้ง่ายต่อการนำเธอไปแทรกซึมกับเป้าหมายที่ต้องการกำจัด โดยการสร้างเอเวอลินขึ้นมานี้ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันในตลาดค้าอาวุธทั่วไปและอาวุธชีวภาพจนเป็นประเด็นอยู่ เนื่องจากว่าความสามารถของเธอนั้นสามารถใช้หยุดการสู้รบได้ด้วยการเข้าไปควบคุมจิตใจคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแล้วความจำเป็นในการใช้อาวุธทั่วไป อาวุธเคมี ตลอดจนอาวุธนิวเคลียร์ก็จะลดลง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของธุรกิจค้าอาวุธชนิดอื่นๆ ได้


ทีนี้ ต้องย้อนความไปอีกว่า หลังจากที่บริษัท Umbrella ได้ถูกเปิดโปงถึงความชั่วร้ายต่าง ๆ ออกสู่สาธารณะจนมีอันต้องล่มสลายไปในช่วงปี 2003-2004 ในเวลาต่อมา Umbrella ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ในรูปแบบขององค์กรทหารรับจ้างมาตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งมีอดีตทหารหลายคนจาก Umbrella เดิมได้ถูกถ่ายโอนมายัง Umbrella ที่เป็นโฉมใหม่ด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือตามล้างตามเช็ดในสิ่งที่ Umbrella เคยทำเลวเอาไว้ และมุ่งปราบปรามอาชญากรทุกคนที่คิดจะพัฒนาหรือจำหน่ายอาวุธชีวภาพ รวมถึงผู้ที่สนับสนุนการกระทำดังกล่าวให้หมดสิ้นไป
The Connections ได้สืบทราบมาว่าทาง Umbrella กำลังแกะรอยมายังองค์กรและพยายามที่จะกำจัดเอเวอลินทิ้ง พอถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม 2014 องค์กรเลยตัดสินใจที่จะพาเอเวอลินไปซ่อนในที่ปลอดภัย ด้วยการเคลื่อนย้ายผ่านเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ไปยังแล็บอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตอนกลางของสหรัฐอเมริกา พร้อมกับมอบหมายให้อลันกับมีอา เจ้าหน้าที่ขององค์กร 2 คนคอยดูแลเอเวอลินระหว่างการขนย้าย ทว่าระหว่างที่เดินทางอยู่นั้น เอเวอลินได้เริ่มสนิทสนมกับมีอาอย่างรวดเร็ว และมองมีอาเป็นเหมือนแม่

แต่แล้ววันที่ 5 ตุลาคม เรือบรรทุกสินค้าที่เอเวอลินโดยสารมาก็ถูกลอบโจมตีโดยกลุ่มทหารรับจ้าง แถมเป็นจังหวะเดียวกับที่พายุเฮอริเคนถล่มเข้าใส่ด้วย ทำให้สภาพจิตใจของเอเวอลินเกิดแปรปรวน เธอได้สังหารอลันและวิ่งหนีหายไปเพราะไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในแล็บอีก ขณะเดียวกัน ระหว่างที่เอเวอลินซ่อนตัวอยู่ในเรือ เธอได้ออกไปฆ่าลูกเรือคนอื่น ๆ จนตายเรียบ พร้อมกับแพร่เชื้อใส่มีอาด้วย แต่เอเวอลินเลือกที่จะเก็บมีอาไว้เพื่อหวังจะใช้ประโยชน์จากการควบคุมจิตใจเธอนั่นเอง สุดท้ายเรือก็อับปางลง มีอากับเอเวอลินลอยไปเกยตื้นที่ลำน้ำแห่งหนึ่งในรัฐลุยเซียน่า ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ จนแจ็ค เบเกอร์ได้ไปพบร่างของมีอากับเอเวอลินเข้าในวันที่ 10 ตุลาคม เลยพามาพักฟื้นที่บ้านของตนเอง หารู้ไม่ว่าคืนนั้นเอเวอลินได้จัดการแพร่เชื้อใส่สมาชิกบ้านเบเกอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแจ็ค, มาร์เกอรีธ, ลูคัส และ โซอี้ จนทุกคนในบ้านเบเกอร์ต่างตกอยู่ในการควบคุมของเอเวอลินไปโดยปริยาย
ภายในช่วง 3 ปีนับตั้งแต่เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นที่บ้านตระกูลเบเกอร์ เอเวอลินได้บงการแจ็ค มาร์เกอรีธ และลูคัส ออกไปลักพาตัวคนไร้บ้านและบรรดานักท่องเที่ยวในละแวกใกล้เคียงเพื่อนำมาแพร่เชื้อให้กลายเป็นสมาชิกครอบครัวเพิ่มให้กับเธอ แต่ลูคัสนั้นได้รับการติดต่อจากองค์กรที่สร้างเอเวอลินเข้ามา พร้อมกับได้รับเซรุ่มที่ช่วยให้ลูคัสไม่โดนเอเวอลินควบคุมจิตใจได้ (แต่ยังมีความสามารถในการฟื้นฟูบาดแผลตามร่างกายอยู่) โดยแลกกับการที่ลูคัสต้องจับตามองพฤติกรรมและความเคลื่อนไหวของเอเวอลินแล้วรายงานกลับไปที่องค์กรเป็นระยะ ซึ่งลูคัสแกล้งทำเนียนว่าตนเองยังตกอยู่ใต้อาณัติของเอเวอลินเพื่อตบตาเอเวอลินมาตลอด


ความต้องการที่จะขยายครอบครัวของเอเวอลินมีสูงขึ้นจนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นางได้ควบคุมให้แจ็คกับมาร์เกอรีธจับคนมาแพร่เชื้อเพิ่มรัว ๆ กระทั่งทางสื่อมวลชนเริ่มตีข่าวบุคคลสูญหายจำนวนหลายสิบคนในรัฐลุยเซียน่าจนใหญ่โต และทางเจ้าหน้าที่รัฐต้องออกลาดตระเวนเพื่อกวดขันเรื่องนี้อย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน ร่างกายของเอเวอลินในช่วงครึ่งหลังของปี 2016 กลับเกิดอาการแทรกซ้อนกำเริบ เซลล์ในร่างกายของเธอเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รูปร่างและผิวพรรณของเอเวอลินแก่เร็วกว่าคนปกติถึง 25 เท่า จนเมื่อต้นปี 2017 รูปลักษณ์ของเอเวอลินก็ดูโรยเหมือนหญิงชราอายุประมาณ 80 ปี ต้องนั่งวีลแชร์มานับแต่นั้น และเป็นคนเดียวกับหญิงชราที่เราเจอตรงโต๊ะอาหารตอนต้นเกมนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นเอเวอลินได้ควบคุมมีอาให้เธอส่งอีเมล์ไปหาอีธาน ผู้เป็นสามีให้มาหาเธอที่บ้านเบเกอร์ โดยหวังว่าอีธานน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการสวมบทเป็นพ่อให้กับเอเวอลิน ในขณะที่อีธานที่ไม่ได้รับการติดต่อจากมีอามาตลอด 3 ปีและเชื่อว่าเธอน่าจะเสียชีวิตไปแล้วก็รู้สึกดีใจและเดินทางไปหลุยส์เซียน่าอย่างไม่รอช้า ไม่ได้ระแคะระคายเลยว่ามีอันตรายรอเขาอยู่เบื้องหน้า นั่นคือเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนวันที่อีธานมาถึงบ้านเบเกอร์ครับ
อีธานจัดการนำ DNA ของเอเวอลินมาใส่เครื่องสร้างสารพิษสำหรับใช้สังหารเธอ แต่พอนำไปฉีดเข้าร่างของเอเวอลินแล้ว เธอกลับกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ เคราะห์ดีที่มีเฮลิคอปเตอร์จากหน่วย Umbrella บินมาถึงที่เกิดเหตุพอดีและโยนปืนลงมาให้อีธานใช้ปราบเอเวอลินจนสิ้นฤทธิ์ได้ จากนั้นอีธานกับมีอาก็ได้รับการช่วยเหลือจาก คริส เรดฟิลด์ (Chris Redfield) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก Umbrella และขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากไป



ทางด้านเกมเพลย์ของภาคนี้ถือเป็นภาคหลักภาคแรกที่ใช้มุมกล้องแบบมุมมองบุคคลที่ 1 ผู้เล่นจะได้บังคับเป็นตัวละครอีธาน โดยอีธานจะมีทักษะในการตั้งการ์ด (Guard) เพื่อบล็อกการโจมตีของศัตรูจากด้านหน้า และเพิ่มทักษะการย่อตัว (Crouch) เข้ามาเพื่อให้อีธานใช้ลอดผ่านพื้นที่แคบ ๆ หรือใช้ในการลอบเร้นไม่ให้ศัตรูได้ยินเสียงผีเท้า ส่วนการใช้อาวุธปืน อีธานสามารถยิงแบบไม่กดปุ่มเล็งก็ได้ แต่จะมีความแม่นยำที่ลดลง พร้อมกับระบบเมนูไอเทมที่เป็นเรียลไทม์ ผู้เล่นยังถูกศัตรูเล่นงานได้เปิดเมนูไอเทมไม่ดูตาม้าตาเรือ หรือใช้เวลากับมันนานเกินไปจนศัตรูมาเห็น ขณะเดียวกัน สมุนไพรฟื้นพลังชีวิตก็ยังคงมีอยู่เช่นเคย แต่จะใช้ชื่อว่า Herb เฉย ๆ โดยไม่จำแนกสีแบบภาคก่อน ๆ ซึ่งผู้เล่นต้องนำสมุนไพรไปผสมเพื่อให้ได้เป็นน้ำยาสมานแผลที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูพลังชีวิตได้ดีกว่ามาก
ระดับความยากในเกมจะมีให้เลือกปรับ 3 ระดับ ได้แก่ Assisted, Normal และ Madhouse โดย Madhouse ตำแหน่งปรากฏตัวของศัตรูและชนิดของศัตรูที่เจอจะเปลี่ยนไป รวมถึงการเซฟจะต้องใช้เทปคาสเซ็ต ซึ่งมีให้เก็บจำนวนจำกัด นอกจากนั้นแล้วตัวเกมยังรองรับการเล่นโหมด VR ผ่านอุปกรณ์ PlayStation VR ของ PS4 ด้วยเช่นกัน




กระบวนการพัฒนาเกมภาค 7 ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Evil Dead ที่ฉายเมื่อปี 1981 ด้วยเหตุนี้ทีมงานเลยตัดสินใจลดสเกลพื้นที่ของเกมให้เกิดขึ้นในสถานที่เพียงแห่งเดียวคือบริเวณบ้านตระกูลเบเกอร์และพื้นที่รอบ ๆ รวมถึงใช้มุมกล้องแบบมุมมองบุคคลที่ 1 เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้น และพยายามชูคอนเซปต์ที่เน้นความน่ากลัว ผู้เล่นต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเป็นหลัก หลังจากที่ Resident Evil 6 ได้รับคำวิจารณ์แง่ลบจากผู้เล่นที่เน้นแอ๊กชั่นมากเกินไป ซึ่งขั้นตอนการพัฒนาภาค 7 เริ่มขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2014 พร้อมกันนี้ คุณมาซาชิกะ คาวาตะ (Masachika Kawata) โปรดิวเซอร์ของภาคนี้ก็ตั้งใจที่จะให้ผู้เล่นได้ควบคุมตัวละครที่เป็น "คนใหม่" ของซีรีส์ ที่ไม่ได้มีทักษะเป็นซูเปอร์ฮีโร่อย่างลีออนหรือคริส ตลอดจนพัฒนากราฟิกด้วย RE Engine โดยออกแบบให้เกมเล่นได้ทั้งแบบปกติและแบบ VR ที่สอดคล้องกับมุมมองบุคคลที่ 1 ด้วยเช่นกัน แต่การพัฒนาส่วนของ VR นั้นเริ่มในเดือนตุลาคม 2015 เพราะต้องการโฟกัสที่การเล่นแบบปกติก่อน



Capcom เลือกที่จะใช้กลยุทธ์โปรโมตเกม Resident Evil 7 แบบเงียบเชียบ พวกเขาเริ่มจากการปล่อยเดโมเกม VR แนวสยองขวัญบุคคลที่หนึ่ง ใช้ชื่อว่า KI7CHEN ให้ผู้ที่ร่วมงาน E3 2015 ได้ทดลองเล่นกัน โดยเป็นช็อตที่แคลนซี่ จาวิส (Clancy Javis) ตากล้องของรายการ Sewer Gators ที่เป็นแนวล่าท้าผี ออกไปสำรวจตามบ้านร้างหรือสถานที่ที่ลือกันว่ามีผีสิง ถูกจับตัวมาขังในกระท่อมหลังหนึ่งพร้อมกับปีเตอร์ วอลเคน (Peter Walken) ผู้ดำเนินรายการเดียวกัน แต่ระหว่างที่ปีเตอร์พยายามแก้มัดให้กับแคลนซี่ เขาก็โดนมีอาที่ถูกเอเวอลินควบคุมอยู่ฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม แล้วเดโมก็จบลง ซึ่งตอนนั้นแทบไม่มีใครระแคะระคายเลยว่านั่นคือส่วนหนึ่งของเกม Resident Evil 7 กระทั่งเกมถูกเปิดตัวในงาน E3 2016 ครับ (จะมีก็แต่เลข 7 ในคำว่า KI7CHEN ที่ Capcom จงใจใช้แทนตัว T เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกับภาค 7 นั่นเอง) นอกจากนั้นแล้ว ภาค 7 ยังใช้ทีมผู้พัฒนาร่วมกันประมาณ 120 คน และเป็นครั้งแรกของซีรีส์ที่ใช้คนเขียนบทเป็นชาวตะวันตก นั่นก็คือคุณ Richard Pearsey มือเขียนบทเนื้อเรื่องเสริมของเกม F.E.A.R. และเป็นผู้ออกแบบการเล่าเรื่องของเกม Spec Ops: The Line ด้วย




คุณจุน ทาเคอุจิ (Jun Takeuchi) หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของ Capcom เผยว่าช่วงแรกทางบริษัทเคยต้องการให้เกมภาค 7 เป็นแนวไลฟ์เซอร์วิสที่รองรับผู้เล่นในโหมดออนไลน์ได้พร้อมกันหลายคน และพ่วงระบบ Microtransaction แต่นโยบายนี้กลับเป็นการสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลแก่ทีมพัฒนาอย่างมาก สุดท้ายคุณทาเคอุจิจึงถูกดึงเข้ามาดูแลภาพรวมของโปรเจกต์ และตัดสินใจยกเลิกแผนดังกล่าวทั้งหมด จนเป็นตัวเกมที่ทุกคนทั่วโลกได้เล่นกันในทุกวันนี้
หลังเกมวางจำหน่าย ตัวเกมได้รับคะแนนรีวิวจากสื่อและผู้เล่นอยู่ในเกณฑ์ "ดีมาก" โดยสื่อหลายสำนักลงความเห็นว่าภาคนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ซีรีส์กลับมาตั้งหลักได้ จุดเด่นที่ได้รับคำชมคือขุมพลังของ RE Engine ที่เนรมิตงานภาพได้สมจริงแบบก้าวกระโดด, บรรยากาศ, เนื้อเรื่องที่มีจุดหักมุม รวมถึงปริศนาที่ค่อนข้างท้าทาย แต่จุดที่ถูกหักคะแนนคือชนิดของศัตรูที่มีให้สู้น้อยเกินไป และจังหวะของเกมที่ช้าลงไปมากในช่วงครึ่งหลังของเกมทำให้รู้สึกเนือยอย่างที่ไม่ควรจะเป็น อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025 หรือหลังเกมวางขายมาได้ราว 8 ปีเศษ ทาง Capcom ก็รายงานว่าตัวเกมทำยอดขายไปได้ประมาณ 15.4 ล้านชุด ซึ่งยอดขายช่วงแรกถือว่าช้าจนน่าเป็นห่วง แต่ด้วยกระแสปากต่อปากได้เป็นแรงเสริมที่ช่วยให้ยอดขายวิ่งไปอย่างเนิบ ๆ เรื่อย ๆ เลี้ยงระยะมาได้นานดังยอดที่เห็นครับ
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station