วันที่ 24 ธันวาคม 1988 หรือวันนี้เมื่อ 37 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของเกม Rockman 2 บนเครื่อง Famicom ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งภาคนี้ถือเป็นการยกระดับ และสร้างมาตรฐานใหม่ ๆ ให้กับซีรีส์นี้จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก และลากยาวมาจนถึงปัจจุบันครับ
โดยหลังจากที่เกม Rockman ภาคแรกวางจำหน่ายไปในปี 1987 ปรากฏว่าตัวเกมดันไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และยอดขายก็ไม่ดีพอที่จะให้มีการพิจารณาทำภาคต่อด้วย แต่คุณอากิระ คิตามุระ (Akira Kitamura) ผู้กำกับเกม Rockman ภาคแรกก็ได้แจ้งความต้องการกับทาง Capcom ไปว่าตนเองอยากทำภาคต่อของซีรีส์นี้ ทว่าคุณโทคุโระ ฟุจิวาระ (Tokuro Fujiwara) ผู้เป็นโปรดิวเซอร์ของ Rockman ภาคแรกกลับไม่เห็นด้วยกับคุณคิตามุระสักเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนี้ คุณคิตามุระเลยตัดสินใจเข้าพบรองประธานบริษัท Capcom เพื่อขออนุมัติในการทำภาคต่อ กระทั่งทาง Capcom ยอมอนุมัติให้คุณคิตามุระทำ Rockman 2 ได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าทางทีมงานจะต้องพัฒนาเกมอื่นควบคู่กันไปด้วย กล่าวคือ ช่วงเวลานั้นทีมของคุณคิตามุระมีโปรเจ็กต์พัฒนาเกมอยู่ก่อนแล้ว พอได้รับอนุมัติโปรเจ็กต์พัฒนาเกม Rockman 2 ทีมพวกเขาเลยต้องเอาเวลาว่างที่เหลือจากการทำโปรเจ็กต์หลักมาพัฒนาเกม Rockman 2 ด้วยนั่นเอง ซึ่งสุดท้ายเกมนี้ก็ใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 3-4 เดือนจึงแล้วเสร็จ
(ล่าง) ปกเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่น

(ล่าง / จากซ้ายไปขวา) ปกเกมเวอร์ชั่นอเมริกาและยุโรป


ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่มีการพัฒนาเกม Rockman ภาคแรก ทางคุณเคย์จิ อินาฟุเนะ (Keiji Inafune) ที่เป็นนักวาดตัวละคร ณ เวลานั้นได้รับหน้าที่เป็นผู้วาดและออกแบบตัวละครต่าง ๆ โดยในภาค 2 คุณอินาฟุเนะก็ได้รับเชิญให้มาร่วมมีส่วนในการพัฒนา Rockman 2 มากขึ้น ทว่าในภาคนี้เขาไม่ได้มีส่วนในการออกแบบพวกตัวละครที่เป็นบอสต่าง ๆ แล้ว เนื่องจากคุณคิตามุระอยากจะให้แฟน ๆ จากทางบ้านได้มีส่วนร่วมกับตัวเกมบ้าง ก็เลยจัดกิจกรรมประกวดขึ้น พร้อมกับเปิดรับสมัครผลงานจากแฟน ๆ ทั่วญี่ปุ่นให้วาดรูปบอสมาส่งกัน และก็มีผู้สมัครที่ส่งรูปมาเข้าร่วมประกวดมากถึง 8,370 ผลงานเลยทีเดียว ท้ายที่สุดแล้ว บอส 8 ตัวจากแฟน ๆ ทางบ้านก็ได้ถูกรับเลือก โดยทีมงานมีการปรับดีไซน์ของผู้เข้าประกวดเล็กน้อย ก่อนจะนำดีไซน์เหล่านั้นไปใช้จริงในเกมครับ


ใครที่เห็นปกเกมเวอร์ชั่นอเมริกากับยุโรป (Mega Man 2) แล้วรู้สึกว่าทำไมลายเส้นมันคนละเรื่องกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นแบบลิบลับ เรื่องมันมีที่มาจากคุณมาร์ค อีริคเซ่น (Marc Ericksen) ผู้วาดและลงสีให้กับปกเวอร์ชั่นอเมริกาได้กล่าวว่า สาเหตุที่ปกเวอร์ชั่นอเมริกาเป็นรูปร็อคแมนถือปืนพกแล้วยิงใส่ศัตรู ก็เพราะตอนที่เขาจะลงมือวาด เขาไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตัวร็อคแมนเลยสักอย่าง จึงไปถามคนที่อยู่ในตำแหน่งอาร์ตไดเร็กเตอร์ว่าร็อคแมนเขาใช้อาวุธอะไร ก็ได้รับคำตอบว่า น่าจะเป็นปืนพกนะ เพราะผมไม่เห็นว่ามีปืนไรเฟิลเลย จากนั้นคุณอีริคเซ่นก็ใช้เวลาประมาณ 1 วันครึ่งในการวาดและลงสีรูปปกเกม Mega Man 2 จนเสร็จ แต่พอมีคนทักว่าทำไมดีไซน์ของรูปถึงได้ต่างกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นชนิดคนละเรื่อง คุณอีริคเซ่นก็ตอบว่า "นั่นไม่ใช่ความผิดผมมมม...เขาบอกให้ผมวาดร็อคแมนถือปืนพก ผมก็แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเฟ้ย"


เกม Rockman 2 ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายครับ โดยทำยอดขายทั่วโลกไปได้ 1.51 ล้านชุด และภาคนี้ยังเป็นเพียง 1 ใน 3 ภาคจากทั้งซีรีส์ร็อคแมนธรรมดาที่สามารถทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านชุด (อีกสองภาคที่ทำยอดขายทะลุล้านชุดก็คือ Rockman 3 กับ Rockman 11) อีกทั้งแฟน ๆ ต่างก็ยกให้ Rockman 2 เป็นหนึ่งในภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์ด้วย นอกจากนั้นแล้ว เหล่านักวิจารณ์จากสื่อทั่วโลกก็ลงความเห็นว่า Rockman 2 มีข้อดีเหนือกว่าภาคแรกแทบทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านกราฟิก ซาวด์ประกอบ ระบบพาสเวิร์ด และระบบไอเทมเสริม จะมีขัดใจบ้างก็ตรงที่ภาค 2 มีความยากน้อยกว่าภาคแรกเท่านั้น


หลังจาก Rockman 2 วางจำหน่ายได้ไม่นาน คุณคิตามุระ ผู้กำกับ Rockman ภาค 1 และ 2 ก็ได้ถูกวางตัวให้ทำโปรเจ็กต์พัฒนาเกม Rockman 3 ต่อทันที แต่เจ้าตัวตัดสินใจที่จะลาออกจาก Capcom แล้วไปอยู่กับบริษัท Takeru พร้อมกับเริ่มพัฒนาเกม Cocoron เพื่อลงให้กับเครื่อง Famicom และ PC-Engine แต่สุดท้ายก็เกิดปัญหาบางอย่างทำให้มีเพียงเวอร์ชั่นเครื่อง Famicom เท่านั้นที่ถูกวางจำหน่าย และข่าวคราวเกี่ยวกับคุณคิตามุระก็ค่อย ๆ ซาลงไปตามกาลเวลา
นอกจากนี้ สิ่งที่ชาวเกมเมอร์มักเข้าใจผิดกันอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ความจริงแล้วบิดาผู้ให้กำเนิดซีรีส์ร็อคแมนนั้นไม่ใช่คุณเคย์จิ อินาฟุเนะแต่อย่างใดนะครับ หากแต่เป็นคุณอากิระ คิตามุระนั่นเองที่เป็นผู้ให้กำเนิดซีรีส์ Rockman ตัวจริง สาเหตุแรกก็คือ ปกติวัฒนธรรมวงการเกมญี่ปุ่นเขามักจะให้เครดิตคนที่กำกับเกมภาคแรกเป็นผู้ให้กำเนิดซีรีส์กัน และอีกสาเหตุคือ ปกติคนที่เราพบเห็นผ่านสื่อกันบ่อย ๆ เวลามีข่าวคราวเกี่ยวกับซีรีส์ Rockman ในยุคโน้นก็มักจะเป็นคุณอินาฟุเนะซะเยอะ คนเลยติดภาพจำว่าคุณอินาฟุเนะเป็นผู้ให้กำเนิดซีรีส์ Rockman ไปโดยปริยาย


ทางด้านเกมเพลย์ สิ่งที่ Rockman 2 ได้ทำการปรับปรุงขึ้นมาจากภาคแรกมีดังนี้
- เพิ่มจำนวนบอส Robot Master จากเดิมภาคแรกที่มี 6 ตัว ก็เพิ่มเป็น 8 ตัว ส่วนบอสที่ปรากฏในภาค 2 ก็ได้แก่ Bubble Man, Air Man, Quick Man, Heat Man, Wood Man, Metal Man, Flash Man และ Crash Man ซึ่งทั้งหมดล้วนมาจากการออกแบบโดยแฟนเกมจากทางบ้านครับ
- นำระบบไอเทมพิเศษขึ้นมา 3 ชิ้น ได้แก่
- No.1 เป็นการสร้างแพลตฟอร์มให้ร็อคแมนขึ้นไปยืนกลางอากาศ และค่อย ๆ ลอยไต่ระดับขึ้นไปได้ โดยจะสามารถสร้างได้ต่อเนื่องสูงสุด 3 ชิ้นในหน้าจอ
- No.2 เป็นการสร้างแพลตฟอร์มที่ให้ร็อคแมนขึ้นไปเหยียบแล้วเดินทางไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นต้นแบบให้กับ Rush Jet ในภาคหลัง ๆ
- No.3 เป็นการสร้างแพลตฟอร์มให้ร็อคแมนขึ้นไปยืนกลางอากาศ และค่อย ๆ ลอยไต่ระดับขึ้นไปได้ แต่จะต่างกับ No.1 ตรงที่จำเป็นต้องปาใส่กำแพง เพื่อให้มันไต่ระดับไปตามกำแพงนั่นเอง
- ใส่ระบบพาสเวิร์ดเข้ามา โดยเป็นการใส่จุดสีแดง 9 เม็ดลงไปในตารางขนาด 5 x 5 ซึ่งช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถกลับมายังจุดที่เล่นค้างไว้ในรอบก่อนได้ โดยในภาคแรกนั้นผู้เล่นจะต้องเล่นแบบรวดเดียวจบ ไม่มีพัก เพราะตัวเกมไม่มีทั้งระบบพาสเวิร์ดและระบบเซฟเกมให้เลย
- เพิ่มระบบ Energy Tank หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า "ถัง E" โดยถัง E จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถเติมพลังชีวิตจนเต็มระหว่างเล่นได้ มีประโยชน์มากในการเจอบอสโหด ๆ ทำให้เราไม่ต้องตายแล้วกลับไปเริ่มสู้ใหม่ ทั้งนี้ ใน Rockman 2 ผู้เล่นจะเก็บสะสมถัง E ไว้ได้สูงสุด 4 ถัง ทว่าถ้าหากผู้เล่นเกิดพลาดท่าเกมโอเวอร์ขึ้นมา ถัง E ที่เก็บมาทั้งหมดจะหายเรียบทันที
- ตัดระบบการให้คะแนนออกไป ให้ผู้เล่นสามารถเสพอรรถรสของเกมอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาห่วงเก็บไอเทมเพื่อปั่นคะแนนอีกต่อไปแล้ว

ความลับในเกม Rockman 2
ความลับที่ 1
Rockman 2 ถือเป็นภาคแรกที่มีการนำระบบพาสเวิร์ดเข้ามาใช้ครับ แล้วเกมในยุคนั้นมักจะใช้การบันทึกข้อมูลเกมเพื่อกลับมาเล่นอยู่ 2 แบบ โดยแบบแรกคือการเซฟเกมปกติที่ในตลับเกมของเครื่อง Famicom ซึ่งจะมีชิพเก็บข้อมูลพร้อมกับการใช้ถ่านเซฟในการสำรองไฟ (ถ่านจะเป็นรูปทรงเดียวกับถ่านนาฬิกาข้อมือ ถ้าถ่านหมดก็ต้องแงะตลับเกมออกมาเปลี่ยนเอง) ส่วนแบบที่ 2 ก็คือการจดพาสเวิร์ดแบบในรูปด้านล่างครับ
ทีนี้ ระบบพาสเวิร์ดเกม Rockman 2 เนี่ย มันจะเป็นตารางแบบ 5 x 5 ช่อง พร้อมกับเม็ดสีให้เราวางเพียง 9 เม็ด ซึ่งในตารางแต่ละช่อง ทางผู้พัฒนาเกมเขาได้เขียนโปรแกรมเอาไว้หมดแล้วว่าหากเราใส่เม็ดสีลงไปในช่องไหน จะเกิดผลอย่างไรบ้าง ดังนี้
A1 - ไม่มีถัง E อยู่กับตัว
A2 - มีถัง E จำนวน 1 ถัง
A3 - มีถัง E จำนวน 2 ถัง
A4 - มีถัง E จำนวน 3 ถัง
A5 - มีถัง E จำนวน 4 ถัง
B1 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Crash Man
B2 - เคลียร์ด่าน Air Man
B3 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Flash Man
B4 - เคลียร์ด่าน Metal Man
C1 - เคลียร์ด่าน Heat Man
C3 - เคลียร์ด่าน Quick Man
C4 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Wood Man
C5 - เคลียร์ด่าน Flash Man
D2 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Bubble Man
D3 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Quick Man
D4 - เคลียร์ด่าน Crash Man
D5 - เคลียร์ด่าน Bubble Man
E1 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Air Man
E2 - เคลียร์ด่าน Wood Man
E4 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Heat Man
E5 - ยังไม่เคลียร์ด่าน Metal Man
ดังนั้น หากเราใส่เม็ดสีไปตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน ก็จะสามารถล็อคผลให้เราเริ่มเล่นเกมโดยมีผลตามที่เราต้องการได้ทันที ยกตัวอย่างรูปด้านล่าง ซึ่งเป็นพาสเวิร์ดที่เมื่อกรอกแล้วเราจะไปโผล่ปราสาท ดร.ไวลี่ ด่านแรก พร้อมกับมีถัง E จำนวน 4 ถังอยู่กับตัว ขณะเดียวกัน สาเหตุที่ใครลองมั่วพาสเวิร์ดแล้วมันขึ้นว่า Error นั่นก็เป็นเพราะว่าคน ๆ นั้นไปใส่เม็ดสีตรงตำแหน่งที่แสดงผลขัดแย้งกัน เช่น ใส่ B2 (เคลียร์ด่าน Air Man) แล้วยังไปใส่ E1 (ยังไม่เคลียร์ด่าน Air Man) ด้วย นั่นเอง จากระบบที่กล่าวมา ผู้เล่นจึงสามารถออกแบบและพลิกแพลงพาสเวิร์ดด้วยตัวเองได้หลากหลายวิธีตามใจชอบเลย (เช่นบางคนเกลียดเลเซอร์ในด่าน Quick Man ก็ไปกรอกพาสเวิร์ดให้ลงช่อง C3 และเลี่ยงที่จะไม่ลงเม็ดสีในช่อง D3 อะไรประมาณนี้)
(ล่าง) พาสเวิร์ดที่ช่วยให้เราเริ่มที่ปราสาท ดร.ไวลี่ ด่านแรก โดยมีถัง E อยู่กับตัวครบ 4 ถัง

(ล่าง) พาสเวิร์ดที่ช่วยให้เราเริ่มเกมตั้งแต่แรก แบบยังไม่ปราบบอสตัวใดเลย แถมยังมีถัง E อยู่กับตัวครบ 4 ถังด้วย ซึ่งในทางปฏิบัตินั้น หากเราไม่กรอกพาสเวิร์ดดังกล่าว เราจะไม่สามารถทำด้วยวิธีปกติได้ เนื่องจากภาค 2 นี้หากเราเกมโอเวอร์ปุ๊บ ถัง E ที่เราเก็บมาทั้งหมดจะหายไปทันที และภาคนี้ก็เป็น 1 ในไม่กี่ภาคที่ผู้เล่นไม่สามารถเข้าไปเล่นด่านใดซ้ำได้ถ้าปราบบอสไปแล้ว จึงทำให้ฟาร์มของในด่านเดิมด้วยการเก็บของแล้วปล่อยเกมโอเวอร์ หรือเก็บของแล้ววิ่งไปห้องบอสเพื่อหนีออกจากฉากไม่ได้นั่นเอง

ความลับที่ 2
ปกติแล้ว Metal Man หนึ่งในบอสของภาคนี้จะแพ้อาวุธที่ชื่อว่า Quick Boomerang ที่ได้จากการปราบ Quick Man แต่นอกเหนือจากนั้น เจ้า Metal Man จะมีแพ้อาวุธอีกอย่างที่เมื่อโดนแล้วจะได้รับความเสียหายมากกว่าการยิงด้วย Quick Boomerang เสียอีก อาวุธที่ว่านี้ก็คือ Metal Blade ซึ่งเป็นอาวุธที่ได้จากการปราบ Metal Man นั่นเอง (แพ้อาวุธตัวเอง) ซึ่งความลับนี้เพื่อน ๆ ทุกคนสามารถพิสูจน์ได้ในฉากที่ 5 ของปราสาทด็อกเตอร์ไวลี่ที่เราจะได้เจอกับแคปซูลรวมบอส 8 ตัว โดยให้เข้าแคปซูลบอส Metal Man แล้วใช้ Metal Blade (อักษร M ในเมนู) ยิงใส่มันดู จะพบว่าแค่ 2 นัดก็สามารถเอาชนะมันได้อย่างสบาย

ความลับที่ 3
เป็นที่ทราบกันดีว่า อาวุธที่เราได้จากการปราบบอสต่าง ๆ จะมีจำนวนครั้งในการใช้มากน้อยไม่เท่ากัน อาทิ Quick Boomerang (ได้จากการปราบ Quick Man) จะสามารถยิงออกไปได้ 8 นัดต่อการใช้พลังอาวุธ 1 ขีด ส่วน Metal Blade (ได้จากการปราบ Metal Man) ก็จะยิงออกไปได้ 4 นัด ต่อการใช้พลังอาวุธ 1 ขีด ตลอดจน Bubble Lead (ได้จากการปราบ Bubble Man) ก็จะยิงออกไปได้ 2 นัด ต่อการใช้พลังอาวุธ 1 ขีด เป็นต้น ซึ่งในภาค 2 นี้จะมีทริคในการใช้อาวุธพวกนี้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งอยู่ครับ แต่วิธีจะแอบยุ่งยากนิดหน่อย นั่นก็คือ ยกตัวอย่างเช่น หากเรายิง Quick Boomerang ออกไปแล้ว 7 นัด (ถ้ายิงอีกนัดนึงจะเสีย 1 ขีด) ให้เรากดปุ่ม Start เข้าเมนู แล้วเลือกอาวุธ Quick Boomerang มาใช้อีกครั้ง เกมจะนับว่าพลังอาวุธของเรายังเต็มอยู่ และเราก็จะสามารถยิง Quick Boomerang ได้อีก 7 นัด แล้ววนด้วยทริคนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถสแปมอาวุธได้ไม่จำกัดครั้ง ทว่าทริคนี้จะไม่สามารถใช้ได้กับอาวุธที่กดยิงเพียงครั้งเดียวแล้วเสียพลังทันทีนะครับ
ความลับที่ 4
ระหว่างที่เราสู้กับบอส Air Man ให้เราใช้ไอเทมหมายเลข 1 เพื่อสร้างแท่นให้เรากระโดดขึ้นไปเหยียบแล้วไต่ระดับขึ้นไปบริเวณกำแพงทางซ้ายของห้อง ถ้าเรากระโดดได้ถูกจังหวะ (ตามคลิปด้านล่าง) เกมจะเกิดอาการบั๊กและเราจะสามารถวิ่งทะลุประตูห้องบอสที่เราเข้ามาได้ จากนั้นเราจะมาโผล่ในฉากบั๊กที่มีโครงสร้างเหมือนฉากปราสาท ดร.ไวลี่ ด่าน 2 ทันที เพียงแต่การลุยในช่วงแรกจะลำบากหน่อย เพราะเราไม่มีไอเทมหมายเลข 2 ซึ่งใช้ผ่านพื้นหนามที่เป็นระยะทางยาว ๆ ได้ (ไอเทมหมายเลข 2 ได้จากการปราบบอส Air Man) และถ้าเราเจ๋งพอจะบุกไปถึงโซนที่เป็นห้องบอสได้ จะพบว่าห้องนั้นเป็นห้องโล่ง ๆ ไม่มีบอสให้สู้ ต้องกดรีเซ็ตสถานเดียวจ้า
ความลับที่ 5
ในฉากเลือกด่าน ถ้าผู้เล่นกดปุ่ม A และ B พร้อมกันค้างไว้แล้วกดเลือกด่าน พอตัดเข้าฉากที่เป็นบอสแอ็กท่าสวยๆ จะเห็นว่าแบ็คกราวด์ที่เป็นรูปดาวได้ถูกเปลี่ยนเป็นรูปนกแทนครับ ซึ่งนี่เป็น 1 ในอีสเตอร์เอ้กที่ทีมพัฒนาใส่มานั่นเอง เพื่อน ๆ สามารถดูได้จากคลิปด้านล่างครับ
ความลับที่ 6
ก่อนที่เราจะเข้าไปสู้กับ Heatman ภายในห้อง ให้เราเปลี่ยนมาใช้อาวุธ Bubble Lead เสียก่อน จากนั้นก็เข้าห้องบอสไป ทีนี้ ท่าไม้ตายหนึ่งของ Heat Man ที่มันชอบใช้ใส่เราเวลาเราอยู่ห่างจากมันก็คือท่าโยนลูกไฟ 3 ลูกครับ ถึงตอนนี้ให้เรายิง Bubble Lead ใส่มันแล้วกระโดดไปทางประตูที่เราเข้ามาก่อนที่ Bubble Lead จะไปถูกตัว Heat Man เกมจะเกิดอาการบั๊กแล้วเราจะมาโผล่ที่ปราสาท ดร.ไวลี่ ด่านแรกแทน แต่สีของฉากโดยรอบจะเป็นสีออกแดง ๆ ซึ่งเป็นโทนเดียวกับสีของฉาก Heat Man ครับ
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station