เกมนับได้ว่าเป็นสื่อบันเทิงประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงแก่ผู้เสพให้ได้เพลิดเพลิน ผ่อนคลายไปกับโลกที่ถูกจำลองนั้น ๆ และก็นับว่าเป็นสื่อที่ครองใจผู้คนหลากวัยมากมาย และอีกปัจจัยที่ทำให้เกมสามารถครองใจผู้คนได้มากมายก็คือความดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เรามักจะถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเกมนั้นมีหลากหลายประเภท แต่รู้หรือไม่ว่าหนึ่งในแนวเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ "เกมยาก" ที่ดูความนิยมได้จากยอดขายของเกมซีรีส์ Souls ที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินได้เลย
และเมื่อพูดถึง "เกมยาก" แน่นอนว่าเราต้องนึกถึงเกมชวนหัวร้อน ศัตรูสุดโหด บอสสุดยาก ที่ดูยังไง้ ยังไง ก็ยากจะเอาชนะ ที่ตัวเกมจะพาเราไปวนตายซ้ำตายซากในฉากเดิม ๆ กับศัตรูตัวเดิม ๆ ที่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็มีกลวิธีที่ทำให้เราไม่สามารถถอนตัวได้ แม้จะต้องเจอกับลูปการตายซ้ำ ๆ เพราะมันต้องไม่ใช่การตายที่ไร้เหตุผลจนเกินไป แต่เป็นการตายที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่า "ครั้งนี้พลาดเอง รอบหน้าต้องทำได้แน่"
ซึ่งความยากที่ว่าก็จะมาจากหลาย ๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะ ระบบ Checkpoint ที่จำกัด, ศัตรูที่ว่องไว, ด่านที่ซับซ้อน, พัซเซิลยาก ๆ และการบังคับที่ต้องแม่นยำ ซึ่งมันจะท้าทายขีดจำกัด กรอบความคิด รวมทั้งสกิลเพลย์ของเราจนถึงขีดสุด และในวันนี้เราจะมาแนะนำรายชื่อ เกมยาก สุดโหด ที่ไม่ว่าจะถูกขนานนามว่า ยากที่สุด หรือ หัวร้อนที่สุด ก็จัดมาให้ในบทความนี้สำหรับสายฮาร์ดคอร์ไปหามาลิ้มลองแล้ว
Hollow Knight (2017-2025)

แนว : Metroidvania, Action-Adventure
แพลตฟอร์ม : PC, Nintendo Switch, PlayStation, Xbox One
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 40 - 60 ชั่วโมง (เนื้อเรื่องหลัก + ออกสำรวจ)
Hollow Knight มี 2 ภาค คือ Hollow Knight และ Hollow Knight Silk Songs ซึ่งก็สามารถครองใจผู้เล่นได้ทั้ง 2 ภาคเลยทีเดียวเชียวล่ะ โดยตัวเกมจะพาคุณดิ่งลึกเข้าไปใน Hallownest อาณาจักรที่วาดด้วยมืออย่างสวยงามแต่แฝงไปด้วยความวังเวง มันคืออาณาจักรที่กำลังล่มสลายซึ่งเต็มไปด้วยความลับ การกระโดดข้ามแพลตฟอร์มที่ต้องเป๊ะ และการต่อสู้ที่กัดไม่ปล่อย คุณจะได้เคลื่อนที่อย่างพริ้วไหวไปตามถ้ำที่เชื่อมต่อกัน พร้อมปลดล็อกสกิลที่ทำให้คุณพุ่งตัว กระโดดชิ่ง และฟาดฟันศัตรูได้อย่างแม่นยำ ซึ่งงานภาพของเกมนี้มาในสไตล์โกธิคโทนสีหม่น ๆ ที่เล่นกับแสงได้อย่างลงตัว
แต่สิ่งที่ทำให้ Hollow Knight ยากจนเป็นตำนานจริง ๆ คือบททดสอบสุดโหดอย่างการสู้กับบอส 42 ตัวรวด ซึ่งแต่ละตัวจะทดสอบขีดจำกัดของคุณแบบไม่มีจุดเซฟให้พักหายใจ นี่แหละคือบททดสอบของเหล่าเกมเมอร์สาย Metroidvania ที่ยอดเยี่ยมที่สุดและโหดหินที่สุดตลอดกาล
NINJA GAIDEN 2 Black (2008/2025)

แนว : Action, Hack & Slash
แพลตฟอร์ม : Xbox 360, Xbox One, Xbox Series, Steam, PS5
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 15 - 25 ชั่วโมง
NINJA GAIDEN 2 Black ไม่ได้แค่ส่งศัตรูมาสู้กับคุณธรรมดา ๆ แต่มันส่งกองทัพนักล่าที่กัดไม่ปล่อย แถมยังฉลาดถึงขั้นอ่านได้ว่าเราจะกดปุ่มอะไร หากลังเลไปเพียงวิมียับแน่นอน ทางรอดเดียวคือต้องฝึกใช้คอมโบที่เร็วปานสายฟ้า หลบหลีกให้เป๊ะ และงัดทุกไอเทมที่มีออกมาใช้ให้หมด
หัวใจสำคัญคือการต่อสู้ด้วยดาบที่พริ้วไหวและรวดเร็ว มีทั้งการสวนกลับอาวุธที่ซัดเข้ามา และการใช้สภาพแวดล้อมสังหารศัตรู ซึ่งตัวเกมจะให้รางวัลกับคนที่เน้นบุกแบบดุดัน งานภาพในเกมนี้เต็มไปด้วยความรุนแรงที่มีสไตล์และเฉียบคม ทั้งแขนขาปลิวว่อน ศัตรูที่กรูเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง จนหน้าจอของคุณจะกลายเป็นระบำเลือดและคมดาบที่วุ่นวายแต่สวยงามไปเลยทีเดียว
Returnal (2023)

แนว : Roguelike, Bullet Hell, Third Person Shooter
แพลตฟอร์ม : PC, PS5
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 40 - 50 ชั่วโมง (เนื้อเรื่องหลัก), 80+ ชั่วโมง (เคลียร์ครบทุกคอนเทนต์)
Returnal จะขังคุณไว้ในโลกต่างดาวสุดอันตรายที่จะ "รีเซ็ต" ใหม่ทุกครั้งที่คุณตาย ตัวเกมเป็นการผสมผสานระหว่างการยิงมุมมองบุคคลที่สามที่ดุเดือดเข้ากับด่านที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ รูปแบบศัตรูที่คาดเดาไม่ได้ และบรรยากาศแนวไซไฟสยองขวัญที่ชวนขนลุก คุณต้องพึ่งพาทักษะการตอบสนองที่รวดเร็ว การหลบหลีกที่ชาญฉลาด และการปรับตัวให้เข้ากับอาวุธหรือของอัปเกรดที่สุ่มมาให้ เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดในวงจรนรกนี้
Elden Ring (2022)

แนว : Action RPG, Soulslike
แพลตฟอร์ม : PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series, PC
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 60 - 100 ชั่วโมง (เนื้อเรื่องหลัก), 150+ ชั่วโมง (การสำรวจ + DLC)
Elden Ring ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับเกมแนว Open-world Soulslike ด้วยการผสมผสานการสำรวจโลกกว้างเข้ากับความยากที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ "ดินแดนมัชฌิมา" ที่เต็มไปด้วยความลึกลับชวนให้เราอยากรู้อยากเห็น บอสลับที่เฝ้าอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งบอสระดับตำนานอย่าง "มาเลเนีย" ที่จะจัดหนักให้ผู้เล่นได้รู้ซึ้งถึงความเหี้ยมโหด เราจะได้ควบขี่เจ้าม้าวิญญาณทอร์เรนท์ข้ามผ่านทิวทัศน์ที่กว้างใหญ่เพื่อเผชิญหน้ากับเหล่ากึ่งเทพ ดันเจี้ยนที่ซับซ้อน และศัตรูที่สามารถสังหารคุณได้หากลังเลเพียงเสี้ยววิ
Sekiro: Shadows Die Twice (2019)

แนว : Action-adventure, Soulslike
แพลตฟอร์ม : PS 4, Windows, Xbox One
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : ~30 ชั่วโมง (เนื้อเรื่องหลัก), ~47 ชั่วโมง (สายเก็บครบ)
Sekiro: Shadows Die Twice เกมสไตล์ Soulslike ที่เน้นไปที่การปัดป้อง (Parry) และทำให้ศัตรูเสียการทรงตัว ซึ่งจังหวะต้องเป๊ะสุด ๆ โดยทุกครั้งที่คุณ Parry สำเร็จ เกมจะเปิดโอกาสให้คุณได้สวนกลับศัตรูอย่างรุนแรง แต่ถ้าพลาดจังหวะไปนิด ก็เตรียมพบกับความพ่ายแพ้ได้เลย โดยตัวเกมจะมาในธีมของญี่ปุ่นยุคเซ็นโงกุ ทั้งโทนสี สภาพแวดล้อม รายละเอียด และเอฟเฟกต์สภาพอากาศต่างก็ถูกทำออกมาอย่างประณีตที่ช่วยดึงอารมณ์ร่วมและความกดดันของผู้เล่นให้พุ่งปรี๊ดเลยทีเดียว
Cuphead (2017)

แนว : Run-and-Gun, Boss Rush
แพลตฟอร์ม : PC, Xbox One, PS 4, Nintendo Switch
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 10 - 15 ชั่วโมง
Cuphead เป็นการเอาเสน่ห์ของการ์ตูนวาดมือยุค 1930 มาผสมเข้ากับเกมเพลย์ที่โหดร้ายที่สุดในบรรดาเกมยุคใหม่เลยก็ว่าได้ ภายใต้ภาพที่ดูน่ารักขี้เล่นและเพลงแจ๊สสุดรื่นเริง มันคือความท้าทายแนว Run-and-Gun ที่ไร้ซึ่งความปรานี โดยมีเหล่าบอสตัวเป้งที่พร้อมจะมอบบทเรียนให้คุณตลอดทั้งเกม และเนื่องจากไม่มีจุดเซฟระหว่างสู้ ดังนั้นความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจะส่งคุณกลับไปนับหนึ่งใหม่ทันที
Dark Souls Series (2011-2016)

แนว : Action RPG, Soulslike
แพลตฟอร์ม : PS3, PS4, PS5, Xbox 360, Xbox One, Xbox Series, PC, Nintendo Switch
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 50 - 100 + ชั่วโมง
Dark Souls Series คือบททดสอบสุดโหดที่เต็มไปด้วยกองทัพศัตรูที่จ้องจะเหยียบซ้ำ แม้คุณจะกลายเป็นศพแล้วก็ตาม... ตัวเกมถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน และมีเหล่าบอสที่ถูกขนานนามว่าโหดสุดในประวัติศาสตร์เกม นอกจากการบริหารหลอด Stamina และ Mana ที่ใช้ในการร่ายสกิลหรือออกแอ็กชันของตัวเองแล้ว คุณยังต้องสอดส่ายสายตาระแวดระวังทุกซอกทุกมุมให้ดี เพราะในเกมนี้ บางครั้งจุดที่คุณคิดว่าปลอดภัย ก็อาจกลายเป็นสถานที่สุดท้ายในชีวิตครั้งนี้ของคุณก็เป็นได้
ตัวเกมได้ผสมผสานการต่อสู้ระยะประชิดที่แม่นยำ การปรับแต่งสายอาวุธที่หลากหลาย และระบบการใช้ Stamina สุดหิน เพื่อสร้างความท้าทายที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่หยุดหย่อน และการสู้กับบอสอย่าง Nameless King (Dark Souls 3) หรือ Pontiff Sulyvah (Dark Souls 3) ก็ถือเป็นบทเรียนชั้นดีในการฝึกจดจำรูปแบบการโจมตีและการหลบหลีกศัตรู ส่วนงานภาพก็มาในสไตล์โกธิคอันเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยมหาวิหารที่ชวนขนลุก ซากปรักหักพังที่เป็นเถ้าถ่าน และกองไฟที่ลุกไหม้ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่มืดมนและกดดัน เข้ากับความยากระดับโหดหินของเกมได้เป็นอย่างดีทีเดียว
Super Meat Boy (2010)

แนว : Platformer
แพลตฟอร์ม : PC, Nintendo Switch, PlayStation, Xbox
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 15 - 20 ชั่วโมง (เนื้อเรื่องหลัก), เล่นซ้ำได้ไม่จบสำหรับสายสปีดรัน
Super Meat Boy คือบททดสอบปฏิกิริยา Reflexes ความอดทน และความมุ่งมั่นของเหล่าเกมเมอร์ ตัวเกมจะให้คุณได้เล่นเป็น Meat Boy เจ้าก้อนเนื้อสี่เหลี่ยมสุดกล้าหาญที่ต้องไปช่วย Bandage Girl โดยต้องกระโดดหลบทั้งใบเลื่อย พื้นที่คอยแต่จะถล่มลงมา และทางเดินที่เต็มไปด้วยขวากหนาม แต่ไม่ต้องกังวลเพราะทันทีที่คุณพลาดคุณจะได้เกิดใหม่ทันที ดังนั้นทุกความตายคือบทเรียนให้ได้เรียนรู้ นี่คือเกม Platformer ที่จะสอนให้ร่างกายของคุณได้จำจดทุกจังหวะ ทุกการกระโดด ผ่านบทเรียนอันแสนเจ็บปวดและลูปความตายที่วนซ้ำ
Mushihimesama (2004)

แนว : Bullet Hell, Shoot ’em Up
แพลตฟอร์ม : PC, Nintendo Switch, Xbox One
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 6 - 8 ชั่วโมง (โหมดหลัก), เล่นซ้ำได้ไม่จบ
Mushihimesama คือเกม Bullet Hell แนวตั้งระดับตำนานที่มีกลุ่มแฟนคลับสายฮาร์ดคอร์เหนียวแน่นมาก ตัวเกมจะให้คุณได้รับบทเป็น เรโกะ เจ้าหญิงที่ขี่ด้วงยักษ์ตะลุยผ่านโลกที่เต็มไปด้วยแมลงยักษ์สุดอันตราย แต่ทันทีที่เริ่มเกม หน้าจอของคุณจะกลายเป็นผืนผ้าใบที่เต็มไปด้วยห่ากระสุนสีสันสดใส ผู้เล่นต้องพยายามเอาตัวละครมุดผ่านช่องว่างที่แคบจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ท่ามกลางม่านกระสุน พร้อมกับต้องจัดการศัตรูที่แห่กันออกมา บอกเลยว่าต่อให้เลือกความยากระดับที่ง่ายที่สุด Mushihimesama ก็ยังขึ้นชื่อเรื่องความเดือดแบบไม่พักเลยทีเดียว
Battletoads (1991)

แนว : Beat ’em up, Platformer
แพลตฟอร์ม : NES, Game Boy, Xbox One, Windows, Nintendo Switch
เวลาเฉลี่ยในการเคลียร์ : 5 - 7 ชั่วโมง
Battletoads เป็นตำนานเกม Beat 'em up ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากแบบมหาโหด ในสไตล์ภาพที่สดใสราวกับการ์ตูนตอนเช้าวันเสาร์ โดยมีตัวเอกเป็นกบสามสหาย Rash, Zitz และ Pimple ที่แต่ละคนก็มีคอมโบเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ผู้เล่นต้องมีการจับจังหวะที่แม่นยำอย่างเพราะ เพราะหากพลาดเพียงนิด รู้ตัวอีกทีอาจโดนส่งกลับมายังจุดเซฟก่อนหน้าแล้วก็ได้ นี่คือเกมที่ถูกสร้างมาเพื่อทดสอบความอดทนและปฏิกิริยาตอบโต้ Reflexes ของผู้เล่นโดยเฉพาะเลย
ที่มา : cubix.co, eneba.com, gamerant.com
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station
