เครก บาร์เรตต์ ชี้เอเชียอาคเนย์จะก้าวหน้าด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา

แชร์เรื่องนี้:
เครก บาร์เรตต์ ชี้เอเชียอาคเนย์จะก้าวหน้าด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา


     กรุงเทพมหานคร – 8 เมษายน 2547 ประธานกรรมการฝ่ายบริหารของ
อินเทล คอร์ปอเรชั่น ดร. เครก บาร์เรตต์ เชื่อมั่นว่านานาประเทศในแถบ
เอเชียอาคเนย์จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนา
เยาวชนรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับการแข่งขันและการก้าวไปสู่ความสำเร็จในระดับโลก

ดร. บาร์เรตต์ ได้กล่าวอภิปรายในระหว่างการเยือนประเทศมาเลเซียเมื่อเร็วๆ นี้
ว่า การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรู้
จะช่วยให้เยาวชนสามารถศึกษาหาความรู้ได้อย่างถ่องแท้และพัฒนาทักษะของตนในระดับสูงขึ้นเพื่อเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต
รวมทั้งเป็นการสร้างพื้นฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ภูมิภาคนี้ในระยะยาว

     “เทคโนโลยีดิจิตอลใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นมา ตลอดจนการผสมผสานเชื่อมโยง
กันระหว่างคอมพิวเตอร์กับเทคโนโลยีการสื่อสารกำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ของรูปแบบการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน รวมทั้งการบริโภคข่าวสารและความบันเทิง
ของผู้คนทั่วโลกก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน” ดร. บาร์เรตต์ กล่าว “การนำเทคโนโลยี
มาผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพเป็นการช่วย
เปิดมิติใหม่ที่น่าตื่นเต้นของการเรียนรู้ ทำให้เด็กๆ รุ่นใหม่ได้มีการพัฒนาความรู้และ
ทักษะซึ่งจะนำไปสู่การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ และการประสบความสำเร็จในชีวิตในขณะที่
สภาพการแข่งขันในอนาคตนับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ”

     ในการเตรียมพร้อมสำหรับโลกดิจิตอลในอนาคตนั้น ดร. บาร์เรตต์
เรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เน้นการใช้เทคโนโลยี
เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษา และหนึ่งในโครงการที่แต่ละ
ประเทศควรเร่งดำเนินการก็คือการทุ่มเทความพยายามในการอบรมครูเพื่อ
ให้มีทักษะและความเข้าใจที่จะนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสอน
ในชั้นเรียนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และประสบผลสำเร็จ
ในการศึกษามากยิ่งขึ้น

     “อินเทลได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะร่วมมือกับภาครัฐของประเทศต่างๆ ใน
ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในการจัดอบรมบุคคลากรครูให้รู้จักการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
เข้าไปประกอบในการวางแผนการสอนให้ได้จำนวน 1 ล้านคน
นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารแบบไร้สายไปสู่โรงเรียนจำนวน 100,000 แห่ง
และเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนให้ได้ถึงจำนวน 10 ล้านเครื่อง” ดร. บาร์เรตต์
กล่าวเสริม

     ดร.บาร์เรตต์ ยังเร่งเร้าให้รัฐบาลของประเทศในภูมิภาคนี้ให้ความสำคัญแก่
การศึกษาในการพิจารณา จัดสรรงบประมาณของประเทศ ดำเนินการพัฒนาระบบ
โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภายในห้องเรียนโดยเฉพาะ
เทคโนโลยีแบบไร้สายอย่างเร่งด่วน รวมทั้งให้เน้นความสำคัญของการศึกษา
ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมทั้งการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการตั้งคำถาม
ให้นักเรียนค้นคว้าวิจัยหรือที่เรียกว่า inquiry-based learning

     “ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ นักการศึกษา และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์
จะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานในกระบวนการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้มีการพัฒนาทักษะและความสามารถในการแข่งขันของคนรุ่นใหม่” ดร.บาร์เรตต์กล่าว

     ดร.บาร์เรตต์ กล่าวเสริมอีกว่า การนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบไร้สายเข้า
ไปสู่สถานศึกษาจะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ใน
การวางแผนการสอน และเป็นการเปิดโอกาสให้มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบอื่นๆ
เข้ามาสู่ห้องเรียนมากยิ่งขึ้นด้วย

     ที่ผ่านมาอินเทลได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของประเทศต่างๆ
ในภูมิภาคนี้ดำเนินโครงการต่างๆ มากมายภายใต้แนวคิด
Intel® Innovation in Education ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ
อินเทลในการช่วยประเทศเหล่านี้พัฒนาเยาวชนให้พร้อมที่จะเป็นบุคคลากรที่มี
คุณภาพสำหรับโลกอนาคต อินเทลได้ดำเนินโครงการ Intel® Teach to the Future ซึ่งเป็นการอบรมครูให้มีทักษะในการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสอน
อย่างมีประสิทธิภาพไปแล้วมากกว่า 78,000 คน ทั่วภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
นอกจากนี้อินเทลยังสนับสนุนการแข่งขันด้าน วิทยาศาสตร์ในระดับประเทศในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งผู้ชนะจากการแข่งขันเหล่านี้จะได้มีโอกาสไปชิงชัย
ในเวทีระดับโลกต่อไปในงานแข่งขัน Intel International Science and Engineering Fair ส่วนในด้านการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นมหาวิทยาลัยและงานวิจัยด้าน
วิทยาศาสตร์สาขาสำคัญๆ นั้น อินเทลก็ได้มีโครงการความร่วมมือกับ
ประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์







[วันที่แก้ไขล่าสุด Monday May,10 2004 (02:06)]
แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ