รู้จักกับ Gaming Gear อุปกรณ์เทพของเกมเมอร์เทพ ตอนที่ 3 : หูฟัง

แชร์เรื่องนี้:
รู้จักกับ Gaming Gear อุปกรณ์เทพของเกมเมอร์เทพ ตอนที่ 3 : หูฟัง

     มาแล้วจ้า หลังจากที่ได้เคยพูดถึง Gaming Gear ทั้งสองอย่าง ได้แก่เม้าส์ และคีย์บอร์ดไปแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงอุปกรณ์ตัวที่สามกัน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยหน้าเจ้าสองตัวก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ หูฟังเกมมิ่ง 

หูฟังเกมมิ่ง 

 

 

     หูฟังเกมมิ่งนั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างสำคัญตัวหนึ่งสำหรับเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะขา FPS ที่ต้องใช้เสียงในการบอกตำแหน่งของคู่ต่อสู้ รวมถึงการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมผ่านทางไมโครโฟนเพื่อการเล่นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราไปดูกันว่าเจ้าหูฟังเกมมิ่งนั้นจะต่างจากหูฟังธรรมดาอย่างไร

ให้รายละเอียดและทิศทางของเสียงได้ดี

     หูฟังเกมมิ่งนั้นจะสามารถแยกแยะทิศทางและรายละเอียดของเสียงได้ดีกว่าหูฟังธรรมดา ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบ Full Size หรือหูฟังครอบหัว เนื่องจากเป็นรูปแบบที่แยกทิศทางของเสียงได้ดีที่สุด นอกจากนั้นยังมีระบบเสียงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่นดังนี้

2.0

     หูฟังแบบ 2.0 นั้นจะมีช่องทางของเสียง 2 ทาง ได้แก่ซ้าย และขวานั่นเอง การแยกแยะทิศทางของเสียงถือว่าทำได้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างโอเค และเป็นระบบที่ดีที่สุดสำหรับการฟังเพลงด้วย (หูฟังสำหรับฟังเพลงจะเป็น 2.1 หมดทุกตัว ) เพราะจะให้เสียงที่เป็นธรรมชาติมากกว่า ด้านราคาก็ยังพอคบหากันได้ ไม่โหดร้ายเท่าไหร่

5.1

     หูฟังแบบ 5.1 จะมีช่องทางของเสียงเพิ่มเข้ามาอีก 3 ทาง จะแบ่งเป็น Surround ซ้ายขวา, Front ซ้ายขวา และ กลาง หมายความว่าหูฟังแค่ละข้างจะมีลำโพงเล็กๆ อยู่ข้างละ 3 ตัว ระบบ 5.1 นี้จะให้รายละเอียดและทิศทางเสียงได้ดีกว่าแบบ 2.1 เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องใช้การแยกรายละเอียดของเสียงเช่นเกมแนว FPS และยังเหมาะสำหรับการดูหนังอีกด้วย ส่วนราคาก็ถือว่าพอทำเอาเลือดซิบๆ ได้อยู่

5.1 แบบจำลอง

     สำหรับหูฟังแบบ 5.1 จำลองนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับหูฟังแบบ 5.1 ธรรมดา แต่จะมีลำโพงเพียงแต่ข้างละตัวเหมือนกับ 2.1 โดยจะใช้โครงสร้างพิเศษและ Software ในการจำลองทิศทางเสียงให้มีลักษณะใกล้เคียงกับ 5.1 มากที่สุด ซึ่งให้รายละเอียดและทิศทางค่อนข้างดี แต่จะสู้ 5.1 แบบแท้ๆ ไม่ได้ และมีค่าตัวที่ถูกกว่า 5.1 แท้ๆ

7.1

     หูฟังแบบ 7.1 นั้นจะมีช่องทางเสียงด้วยกันถึง 7 ทางเลยทีเดียว ซึ่งให้รายละเอียดและทิศทางของเสียงที่สูงที่สุด เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องใช้ความแม่นยำของทิศทางเสียงที่สูง และเหมาะที่สุดสำหรับการดูหนัง แต่จะด้อยในเรื่องของการฟังเพลง ด้านราคาก็เรียกว่าโหดพอตัวเลยทีเดียว

7.1 แบบจำลอง

     หูฟัง 7.1 แบบจำลองนั้นก็ใช้หลักการเดียวกับ 5.1 แบบจำลอง แต่อาจจะมีลำโพงมากกว่าข้างละตัวและให้รายละเอียดทิศทางได้ดีกว่า 5.1 แบบจำลอง แต่โดยรวมแล้วยังสู้ 5.1 แท้ๆ ไม่ได้อยู่ดี

*หูฟังระบบ 5.1 และ 7.1 จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อเมื่อเกมหรือหนังตัวนั้น มีระบบเสียงที่ซัพพอร์ตกับหูฟัง ยกตัวอย่างเช่น Dolby Digital, DTS หรือ DTS Neo:X *

รูปแบบที่หลากหลาย

     อย่างที่ได้กล่าวไปว่าหูฟังแบบ Full Size นั้น เหมาะสมที่สุดกับหูฟังเล่นเกม แต่หูฟังเล่นเกม นั้นก็มีรูปแบบต่างๆ ออกมาให้เลือกกันมากมายซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นก้มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป เรามาดูกันว่าหูฟังเล่นเกมนั้นมีแบบไหนกันบ้าง

In-Ear

     หูฟัง In-Ear หรือแบบสอดหูนั้น มีจุดเด่นที่ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีที่สุดและมีนํ้าหนักเบา อาจจะโดนเพื่อนๆ เขวี้ยงถ้วยถังกาละมังหม้อใส่เวลาที่เรียกแล้วไม่ได้ยิน (เพราะมันกันเสียงภายนอกได้ดีมากๆ) แต่ในด้านของมิติและทิศทางเสียงนั้นจะสู้แบบ Full-Size ไม่ได้ เนื่องจากตัว Driver มีขนาดเล็กนั่นเอง ทำให้ไม่มีระบบเสียงแบบ 5.1 หรือ 7.1 และบางคนก็ไม่ถนัดในการสวมใส่

Earbud

     หูฟัง Earbud จะมีมิติของเสียงมากกว่า In-ear ในระดับหนึ่ง สวมใส่ง่าย มีนํ้าหนักเบา แต่จะตัดเสียงรบกวนภายนอกได้น้อยที่สุด รวมถึงด้านของมิติและทิศทางเสียงนั้นจะสู้แบบ Full-Size ไม่ได้เช่นกัน

Mid-Sized Headset

     หูฟัง Mid-Sized Headset นั้นจะมีมิติของเสียงที่ข้างกว้างขึ้น เนื่องจากมีขนาด Driver ที่ใหญ่กว่า Ear Bud และ In-ear และมีนํ้าหนักที่เบากว่า Full-Size ทำให้สวมใส่สบายกว่า แต่การตัดเสียงรบกวนภายนอกนั้นจะเป็นรอง Full-Size และ In-ear ส่วนมิติและทิศทางเสียงยังเป็นรอง Full-Size อยู่

Full-Size Headset

     Full-Size Headset ถือว่าเป็นหูฟังที่เหมาะที่สุดในการเล่นเกม มีมิติและทิศทางเสียงที่กว้าง แยกรายละเอียดได้ดี รวมถึงกันเสียงรบกวนภายนอกได้ด้วย แต่ด้วยนํ้าหนักและขนาดของมันอาจจะทำให้ผู้เล่นบางคนใส่แล้วรู้สึกไม่สบายเวลาที่ต้องเล่นเกมเป็นเวลานานๆ รวมถึงมีค่าตัวสูงที่สุดในบรรดาทุกประเภทด้วย

ไมโครโฟนคุณภาพสูง ไม่พลาดทุกการสื่อสาร

     หูฟังเกมมิ่งนั้นจะมาพร้อมกับไมโครโฟนคุณภาพสูง มีความคมชัดกว่าไมโครโฟนที่ติดมากับหูฟังทั่วๆ ไป ทำให้ไม่พลาดในการสื่อสารกับผู้ร่วมทีมและเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเกมที่เล่นเป็นทีม (อาจจะพลาดการสื่อสารได้บ้างในกรณีที่เน็ตของผู้ใช้เห่ย อิอิ)

ดีไซน์สวยงาม ออกแบบให้สวมใส่สบายมากที่สุด ตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์ได้เป็นอย่างดี

     ถึงอุปกรณ์มีคุณภาพดีอย่างไร แต่ถ้าดีไซน์ไม่ถึงดูด ก็ยากที่จะดูดเงินจากกระเป๋าตังของเหล่าเกมเมอร์ จึงได้มีการพัฒนาดีไซน์ตัวหูฟังให้ดูสวยงามควบคู่กับคุณภาพด้วย นอกจากนั้นยังได้มีการออกแบบให้สวมใส่สบาย เหมาะกับเกมเมอร์ที่ต้องเล่นเกมเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นความกระชับและนํ้าหนักเบา

     สรุปแล้วก็คงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า หูฟังเกมมิ่งนั้นมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการเล่นเกม สุดท้ายก็ต้องขอยํ้ากันอีกเช่นเคยว่า ส่วนตัวผมให้อัตราส่วนของฝีมือและอุปกรณ์ไว้ที่ 7:3 ส่วน (ฝีมือ 7 อุปกรณ์ 3) ถึงมีอุปกรณ์ที่ดี แต่ขาดการฝึกซ้อมและฝึกฝน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร อาจจะเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุด้วยจ้า ในโอกาสหน้าผมก็จะมาแนะนำในส่วนของอุปกรณ์อื่นๆ ที่เหลือให้ได้ชมกัน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 ในส่วนของเม้าส์และคีย์บอร์ด สามารถตามอ่านได้ที่

http://www.online-station.net/feature/feature/14907 เม้าส์

http://www.online-station.net/feature/feature/14912 คีย์บอร์ด

แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ