รีวิวหนัง Mercy 90 นาทีสั่งตาย - นั่งคุยกันเกือบทั้งเรื่องแต่กลับเดือดดาลไม่เกรงใจใคร

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง Mercy 90 นาทีสั่งตาย - นั่งคุยกันเกือบทั้งเรื่องแต่กลับเดือดดาลไม่เกรงใจใคร

Mercy เป็นภาพยนตร์ที่จะว่ายังไงดี มีการโปรโมตน้อยจนน่าตกใจคือกว่าจะรู้ว่าหนังเรื่องนี้มีตัวตนอยู่ก็คือราวๆ 1 วีคก่อนหนังเข้าเท่านั้น ทั้งๆ ที่มีดารานำเป็นระดับ Chris Pratt และ Rebecca Ferguson แท้ๆ จนอดจะรู้สึกตะงิดๆ ไม่ได้ เหมือนกับมีกลิ่นไม่ดีบางอย่าง แต่ก็อีกแหละ ดาราระดับนี้เลยนะ แถมผู้กำกับยังเคยกำกับยอดหนังแอคชั่นอย่าง Wanted มาด้วย ก็เลยเป็นเหตุผลให้อยากลองมาดูรอบสื่อฯ เสียหน่อย

แล้วก็ได้ประหลาดใจอีกต่อว่าหนังเรื่องนี้หน้าหนังเหมือนจะธรรมดาแต่ดัน Film for IMAX อีก ความคาดหวังก็เลยเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ในภาพรวมทางความรู้สึกคือไม่ได้คาดหวังกับมันไว้มากมายขนาดนั้น ขออย่างเดียวแค่ไม่แย่ก็พอ ทว่าสิ่งที่ได้กลับเป็นของดีที่หลายคนน่าจะมองข้ามมันไปแน่ๆ ไม่ว่าจะโปสเตอร์หรือเทรลเลอร์ก็อาจจะไม่ดึงดูดพอ เพราะหนังจริงนั้นเก็บงำทีเด็ดเอาไว้ คือการนำเสนอสุดล้ำแถมยังเร้าไปพร้อมๆ กัน แม้ช่วงจบอาจจะง่ายดายไปนิด แต่ระหว่างทางยังคงน่าจดจำ มันสดใหม่ ฉวัดเฉวียน ราวกับผู้ชมโดนสืบสวนไปพร้อมๆ กับตัวเอก และ Mercy คืองานช่วงต้นปีที่อยากให้คนที่ชอบภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนได้ลองจริงๆ

Mercy จะเล่าเรื่องของโลกที่ AI ก้าวล้ำจนถูกมนุษย์นำมาใช้เป็นศาลตัดสินคดี โดยทำมาแล้ว 18 คดีไม่เคยพลาด ตัวเอกอย่างเจ้าหน้าที่ Raven เมาๆ มึนๆ ตื่นขึ้นมาบนเก้าอี้พิพากษาและต้องเผชิญหน้ากับศาล AI ที่เขามีเวลาเพียง 90 นาทีในการใช้เทคโนโลยีและ AI ของศาลที่แทบจะเข้าถึงทุกภาคส่วนของชีวิตมนุษย์ในการหาหลักฐานมาแก้ต่างจากข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ฆาตกรรมภรรยาตัวเองให้จงได้

Mercy

เอาจริงๆ หนังเรื่องนี้นอกจากดาราเบอร์ใหญ่ 2 คนข้างต้นที่กล่าวมา ก็อาจไม่ได้มีโปรดักชั่นใหญ่โตอะไรนัก เพราะว่ากันตามตรงเกือบทั้งเรื่องคือเราจะนั่งจับเจ่าอยู่กับเจ้าหน้าที่ Raven (Chris Pratt) ที่นั่งคุยกับ AI ผู้พิพากษา {Rebecca Ferguson) ภายในห้องเล็กๆ เท่านั้น แต่ทีเด็ดของหนังคือการนำเสนอที่แปลกใหม่มีความฉวัดเฉวียน แต่กลับสร้างความเร้าในเหตุการณ์ที่ดำเนินไปได้อย่างเหลือร้าย

ถ้าคุณเคยดูหนังอย่าง Searching มาก่อน มันก็จะคล้ายๆ กันคือตัวเอกพยายามสืบค้นข้อแก้ต่างและความจริงเพื่อไปสู้คดี แต่ใน Mercy คือตัวเอกไม่ใช่แค่ค้น แต่ยังมี AI เป็นคู่สนทนาที่บางครั้งก็อาจจะแนะนำบางอย่าง หรือบางครั้งความตรงไปตรงมาเน้นลอจิคโดยไม่คำนึงถึงอารมณ์มนุษย์ก็จะคอยช็อตฟีลปัดตก หรือผลักอารมณ์ที่ขมุกขมัวของตัวเอกให้ไปอยู่ปากเหวโดยไม่คิดอะไรได้เช่นกัน

Mercy

ทั้งเรื่องเลยเป็นทั้งการต่อสู้และการร่วมมือระหว่างคนกับ AI คือคนก็พยายามจะแก้ต่าง AI ก็พยายามแย้ง แต่ขณะเดียวก็อำนวยความสะดวกช่วยเหลือในการสืบค้นไปด้วย ความเจ๋งของเรื่องที่ทำได้ดีเลยคือพรีเซนเตชั่นระหว่างที่พระเอกพยายามหาหลักฐาน คือเพราะพระเอกโดนล็อกตัวอยู่กับเก้าอี้ไต่สวนเลยต้องใช้เครื่องมือผ่าน AI กอปรกับโลกในหนังที่เทคโนโลยีดูล้ำไปกว่าโลกเราไม่มาก เราจึงค่อนข้างรีเลทกับมันพอควร แต่ก็รู้สึกทึ่งในขณะเดียวกันเมื่อหนังเริ่มแสดงให้เห็นเทคโนโลยีที่โลกเรายังไม่มีแต่กลับชวนให้คิดว่าเป็นไปได้ เช่นการที่ AI ของรัฐสามารถเข้าถึงแทบทุกองคาภยพชีวิตของผู้คนในเมือง เป็นต้น

ทั้งตัวเอกและผู้ชมจะรู้สึกเหมือนอยู่ในที่เกิดเหตุหรือออกตามล่าหาหลักฐานไปพร้อมๆ กันผ่านการติดต่อกับบุคคลอื่นๆ ที่จะพาเราไปเจอเรื่องราวต่างๆ ภายนอกห้องพิจารณาคดี จนมันลุกลามใหญ่โตขึ้นในแบบที่ผู้ชมก็อาจไม่คากคิดมาก่อนว่ามันจะออกมาอีหรอบนี้ได้ การไล่เรียงซีเควนซ์ของหนังก็ทำได้ดีครับ เริ่มจากความไม่เข้าใจของตัวเอกที่จะเป็นเฟสอธิบาย Rule ต่างๆ ของหนัง ตามมาด้วยช่วงตามล่าหาความจริงที่ทำได้ชวนระทึกดีและให้ผู้ชมคิดตาม จากนั้นก็ถึงจุดหักมุมและจุดสรุป ที่อาจจะง่ายไปสักหน่อย แต่ก็ยังพอผงกหัวยอมรับมันได้

Mercy

ที่ติดจริงๆ ก็อาจจะเป็นช่วงแรกๆ ที่เรื่องเหมือนเทกระจาดข้อมูลจำนวนมากใส่ทั้งตัวเอกและผู้ชมที่หากไม่ทันก็จะหลุดเอาง่ายๆ กับความฉวัดเฉวียนในการตัดต่อของเรื่องที่อาจทำให้อ่านบางอย่าง หรือสังเกตบางจุดไม่ทัน ตรงนี้ต้องยอมรับว่าความใหญ่ของจอ IMAX ช่วยได้เยอะครับ อย่างน้อยก็เต็มตาพอจะไม่ต้องใช้เวลาในการเพ่งนาน ดังนั้นแล้วถ้างบถึงก็อยากเชียร์ครับ

ในภาพรวม Mercy อาจยังไม่ใช่หนังสมบูรณ์แบบมากนัก ผมยังอยากให้เขานำเสนอให้ละเมียดและเล่นกับอารมณ์มากกว่านี้ เว้นสเปซให้ผู้ชมคิดตามได้ทันเพิ่มอีกหน่อย แต่ขณะเดียวกันด้วยท่าทางแบบที่หนังเป็นอยู่ก็สร้างจังหวะในแบบที่ต่างออกไป และไม่อาจปฏิเสธถึงความเร้าใจของมัน ทั้งๆ ที่เป็นหนังที่คุยกันเกือบทั้งเรื่องแต่กลับสร้างความเดือดได้ไม่เบา เป็นอีกหนึ่งหนังทริลเลอร์ที่เซอร์ไพรซ์และโดดเด่นรับต้นปีจริงๆ ครับ

Mercy

VERDICT 
8/10

Mercy มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 22 มกราคมนี้ในโรงภาพยนตร์
 


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ