รีวิวหนัง The Up Rank อาชญาเกม – เส้นเรื่องตื้นแต่ดราม่าตึง อีกงานที่ควรต้องลอง

ช่วงที่ผ่านมาไม่นานมานี้หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินชื่อของ The Up Rank Project มาบ้าง ซึ่งมันถือว่าเป็นโปรเจ็กใหญ่ของทางค่ายกันตนาซึ่งร่วมมือกับทาง Xspring และมีสปอนเซอร์ร่วมพริวิลเลจของรางวัลต่างๆ มากมายผ่านทางแอปพลิเคชั่นชื่อเดียวกัน โดยในแง่ของเกม ก็มีเกม PUBG Mobile ที่ร่วมมืออยู่ในนั้นกับไอเทมเอ็กคลูซีฟที่หาไม่ได้จากแอปฯ ไหนๆ นอกเสียจากในแอปฯ นี้

The Up Rank อาชญาเกม

ขณะเดียวกันภาพยนตร์ “The Up Rank อาชญาเกม” ก็เป็นอีกหนึ่งพาร์ทของโปรเจกต์นี้เช่นกัน และแม้มันจะเป็นแบบนั้น แต่ตัวหนังก็ไม่ได้ออกมาเล่นๆ เราสังเกตเห็นได้ถึงความตั้งใจและใส่ใจ แน่ล่ะว่าบทภาพยนตร์ในภาพรวมมันอาจจะดูตื้นและราบเรียบไปหน่อย ทว่าด้วยการแสดงของนักแสดงหลัก และงานโปรดักชั่นที่ดูดีมีชาติตระกูล ท้ายที่สุดกันตนาก็ยังคงไว้ลายความเป็นเบอร์ใหญ่ในวงการไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

***บทความนี้ไม่มีสปอยล์

“The Up Rank อาชญาเกม” เป็นภาพยนตร์ที่ยกประเด็น “การปั๊มแรงค์” ที่ผิดกฎเกมแต่ไม่ผิดกฎหมายมาเป็นหัวข้อหลักในการเล่าเรื่อง บางคนอาจจะรู้สึกไม่เก็ตว่าจะมีไปทำไม หรือจริงจังถึงขนาดต้องจ้างกันเลยเหรอ การปั๊มแรงค์ในเกมเนี่ย ส่วนตัวผมที่แม้จะทำงานอยู่ในวงการเกมแต่ก็ไม่ได้อินกับพวกเกมแนวคอมเพทิทีฟนัก ก็รับรู้ได้ว่ามันมีแหละ ทว่าพอไม่ได้สนใจก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวไปหน่อย ซึ่งพอมันไกลตัวก็กลายเป็นว่าสามารถรับสาส์นของหนังได้มากกว่าเดิม

คือผมไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่ปรากฎอยู่ในหนังมันจริงขนาดไหน เพราะถ้าถามความรู้สึกก็คือมันมีความเหนือจริงอยู่บ้าง แต่พอคิดว่า เฮ้! ที่นี่ประเทศไทย ก็เลยมีความรู้สึกแซงหน้าออกมาเช่นกันว่างั้นอะไรก็คงเกิดขึ้นได้ล่ะมั้ง

อย่างไรก็ตามหัวข้อหลักที่กล่าวมามันดูเหมือนจะกลายเป็นแค่สื่งที่ยืดโยงตัวละคร 4-5 ตัวไว้ด้วยกันเฉยๆ เพราะแทนที่จะเน้นหรือลงลึกเรื่องการรับจ้างไต่แรงค์หรือพาดูความจัดจ้านของฝีมือกลุ่มตัวเอกว่าสะแด่วแห้วขนาดไหนถึงกล้าเสนอหน้ารับงานกัน ตัวภาพยนตร์กลับใช้การให้เราอนุมานเอาว่าพวกมันเก่งมากๆ นั่นแหละ แค่ 20 นาทีแรกของหนังกลุ่มตัวเอกก็เข้าสู่ยุครุ่งโรจน์แล้ว แต่หลังจากนั้นคือช่วงดาวน์ฟอลล์ และฉายให้เห็นถึงปัญหาที่ประดังประเดเข้ามาเมื่อทุกคนเลือกจะเข้ามาในพื้นที่สีเทา

แต่อันที่จริงเราจะสังเกตได้ว่าตัวละครเอกทั้ง 4 ตัวนั้นต่างเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้เพราะพยายามจะหนีหรือหาทางแก้ไขปัญหาของตัวเอง ชีวิตมันบีบรัดจนกระทั่งช่องทางทำกินปกติมันเสิร์ฟทางแก้ให้พวกเขาได้ไม่ทันเวลา ดังนั้นแล้วทางลัดที่ไม่ผิดเสียทีเดียวและบทลงโทษไม่ชัดเจนอย่างการปั๊มแรงค์เกมจึงเป็นทางออกไม่กี่อย่างที่สามารถทำได้ทันที

บทภาพยนตร์ของเรื่องนี้มีความตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนไม่ลงลึก และผู้ชมสามารถมองออกได้เลยว่าเหตุการณ์นี้จะนำพาไปสู่อะไร หรือจะจบแบบใดได้บ้าง แม้กระนั้นด้วยดราม่าที่อัดเข้ามากับการแสดงในระดับเอาอยู่หมัดของนักแสดงทุกคนตั้งแต่ตัวหลักยันสมบท ก็ช่วยสร้างบรรยากาศสุดตึงที่ทั้งน่ากลัวและไม่น่าไว้วางใจ รวมถึงแบกหนังพลางตรึงผู้ชมไปได้ตลอดรอดฝั่ง

โดยเฉพาะการแสดงของคุณ เอม ภูมิภัทร ถาวรศิริ ในบทของ “โฮม” ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรซ์เลย มีความเป็นมาสเตอร์มายด์ที่ทั้งขี้แพ้และล้มเหลวในคนเดียวกันได้อย่างน่าสนใจ การ Shift ของอารมณ์ผ่านสีหน้าที่ชวนสะพรึงจากหล่อใสไปเป็นร้ายกาจ คิดว่าถ้าแกได้รางวัลอะไรสักอย่างก็ไม่น่ากังขาเลย คุณภาพมากๆ

อีกคนคือ กิต Three Man Down ที่เล่นบทเด็กเล่นเกมเก่งที่อมทุกข์เพราะเรื่องรอบตัวได้เป็นอย่างดี ไม่มีตะขิดขวง ไม่ดูติดขัด อาจไม่ได้แสดงพลังขนาดคุณเอม แต่ก็จัดว่าผ่านฉลุยแบกหนังได้สบายๆ นอกจากนี้อีกคนที่เซอร์ไพรส์มากๆ คือคุณ เฟิร์ส นักร้องนำวง Slot Machine ที่น้อยแต่มากของจริง กับการแสดงเป็นมาเฟียสุดสะพรึงที่ออกไม่กี่ฉากแต่ก็แผ่ออร่าความสะพรึงออกมาไม่ยั้ง บางฉากอาจดูงงๆ เบียวๆ ไปบ้าง แต่ในภาพรวมคือโคตรเท่ โคตรตึง

“The Up Rank อาชญาเกม” มีความอินเตอร์ในแง่ของงานโปรดักชั่นสูงมาก การถ่ายภาพ การจัดแสง เกรดสี หรือการใช้ภาพเพื่อสร้างมู้ดที่ต้องการ แต่กับการตัดต่อแม้จะมีการเล่นท่ายากฉวัดเฉวียนเพิ่มลูกเล่นอยู่ไม่น้อย แต่บางจุดก็ยังมีตัดโดดๆ งงๆ อยู่บ้าง รวมไปถึงช่วงบทสรุปที่แม้ผมจะซื้อฉากสุดท้าย แต่ก็รู้สึกว่าทั้งองค์นั้นมันเร่งไปหน่อย อยากให้ขยายความหรือเล่าละเอียดกว่านี้ก็จะดีมาก เพราะที่เป็นอยู่คือมันรีบไปสักหน่อย

กระนั้นในภาพรวมคงต้องบอกว่า “The Up Rank อาชญาเกม” ทำได้ดีกว่าที่ผมตั้งความคาดหวังไว้ และดีพอจะเรียกว่าภาพยนตร์ที่คุ้มค่าต่อการรับชม แม้เส้นเรื่องจะไม่มีอะไรให้ลุ้นและตื้นเขินในการถ่ายทอดประเด็นที่ชูโรง แต่โปรดักชั่นที่ยอดเยี่ยม และการแสดงที่น่าประทับใจก็ช่วยให้มันกลายเป็นผลงานที่พิเศษพอจะเชื้อเชิญ

The Up Rank อาชญาเกม

ถ้าอยากพิสูจน์ว่าขึ้นสูงแล้วมันลงไม่ได้จริงหรือไม่ เตรียมรับชมกันได้กับ “The Up Rank อาชญาเกม” 1 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์


VERDICT

7.5/10

คำที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจเรื่องนี้