หลังจากที่เกม NTE - Neverness to Everness เปิดให้เล่นมาได้ 1 วันแล้ว เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะยังมึน ๆ กับระบบ Esper Cycle และ ธาตุของเกมนี้อยู่ มันต้องจัดยังไง ผสมธาตุยังไง บอกเลยว่าถ้าผสมเป็นจะช่วยให้เพื่อน ๆ เล่นเกมนี้ได้ลื่นไหล และสนุกยิ่งขึ้น! ในบทความนี้ทางเราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปเรียนรู้ NTE ระบบ Esper Cycle และ ธาตุ กัน!

ใน NTE - Neverness to Everness เวลาเราต่อสู้เรามักจะคอมโบแบบต่อเนื่อง โชว์ลีลาไม่พัก แต่ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหนดาเมจมันก็เบาเสียเหลือเกิน... จริง ๆ แล้วเราอาจกำลังมองข้ามสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของเกมนี้ นั่นก็คือระบบ Esper Cycle และ ธาตุ ที่มีผลอย่างมากในการคอมโบสลับตัวละคร บอกเลยว่าถ้ารู้ไว้เราจะเล่นเกมนี้สนุกขึ้น และลื่นขึ้นแน่นอน! ก่อนอื่นเราไปดูกันดีกว่า Esper คืออะไร?
Esper หรือ ธาตุ ใน NTE คืออะไร?

Esper คือระบบธาตุ หรือ พลังเหนือธรรมชาติในเกม NTE โดยตัวละครแต่ละตัวจะถูกแบ่งออกเป็น 1 ใน 6 ธาตุ ระบบนี้จะส่งผลกับทั้งการต่อสู้ (พวกประเภทความเสียหายหรือปฏิกิริยาธาตุ) การจัดทีม ไปจนถึงการสำรวจโลกในเกมด้วย
Esper ทั้ง 6 ประเภท
- Lakshana - Gold / Order
- Cosmos - Silver / Light
- Anima - Green / Life
- Incantation - Red / Force
- Chaos - Purple / Dark
- Psyche - Azure / Mind
ถ้าเราเอาแต่ละธาตุมาคอมโบกันจะเกิด "ปฏิกิริยาธาตุ" ซึ่งจะช่วยรีดดาเมจออกมาได้เยอะสุด ๆ
ระบบ Esper Cycle

ระบบ Esper Cycle คือการสะสม Cycle Gauge เวลาเราต่อสู้ พอ Cycle Gauge เต็ม ตัวละครในทีมตัวไหนที่ทำคอมโบต่อกันได้ก็จะมีสัญลักษณ์เด้งขึ้นมาบอกตามภาพด้านบน ถ้าธาตุของตัวละครเรียงกันถูกต้องตามวงล้อ Esper มันก็จะเกิดการทำปฏิกิริยาธาตุขึ้นมา และอาจเกิดได้มากกว่า 2 ธาตุด้วย
ถ้าเรากดสลับตัวละครที่คอมโบกันได้ลงมาแทน ตัวที่เปลี่ยนเข้ามาจะใช้ท่า Entry Attack ทันที พร้อมกับรีเซ็ต Cycle Gauge ของตัวเก่าให้
วิธีสะสม Cycle Gauge
Cycle Gauge จะเป็นไอคอนวงกลมเล็ก ๆ ข้างรูปตัวละคร ซึ่งแต่ละท่าจะช่วยเติมเกจให้เต็มเร็วช้าต่างกันไป
- Normal Attacks เพิ่มทีละนิดแบบเรื่อย ๆ
- Skill and Ultimate เพิ่มขึ้นมาในระดับปานกลาง
- Dodge Counter เพิ่มขึ้นไวมาก
- Parry ถ้ากดติดเกจจะเต็มหลอดเลย
- Passive bonus แต่ละตัวละครจะมีค่า Cycle Rate ยิ่งเยอะ เกจก็จะเต็มเร็ว
Basic Combat Loop
- สะสมเกจ Esper ของตัวละครให้เต็ม
- สลับตัวละครที่มีสัญลักษณ์เด้งขึ้นลงสนาม
- ทำปฏิกิริยาธาตุเพื่อทำดาเมจ
- สลับไปตัวละครถัดไปที่เกจเต็มแล้ว
- ทำวนไปเรื่อย ๆ
ถ้าใช้ระบบนี้ไม่เป็นจะทำให้ทีมนั้น ๆ เล่นยากมาก แต่ถ้าใช้คล่องมันจะช่วยเราได้เยอะมาก ๆ เลย
Esper Cycle Basic Rule

- แต่ละธาตุจะทำปฏิกิริยากันได้กับแค่ 2 ธาตุที่อยู่ข้าง ๆ กัน เท่านั้น เรียกว่า Duo Cycle ถ้าเราสลับตัวข้ามธาตุที่ไม่ได้อยู่ติดกัน ก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย
- ถ้าเราทำปฏิกิริยาต่อเนื่องกันได้ครบ 3 ธาตุ (ไม่ว่าจะโซนบนหรือโซนล่างของวงล้อ) มันจะกลายเป็น Triple Cycle หรือการทำคอมโบ 3 ธาตุ
- ตัวละครแต่ละตัวจะมีพาสซีฟที่ช่วยบัฟปฏิกิริยาธาตุเฉพาะสาย ซึ่งบัฟนี้จะส่งผลต่อปฏิกิริยาธาตุของทั้งทีม ไม่ว่าใครจะเป็นคนกดใช้พลังก็ตาม ทำให้เราสามารถจัดทีมที่ใช้ตัวละครที่มีบัฟแบบเดียวกันมาวางซ้อนกันเพื่อให้คอมโบนั้นแรงขึ้นไปอีกได้
Duo Cycle (ปฏิกิริยา 2 ธาตุ)
ในเกมจะมีปฏิกิริยาทั้งหมด 6 แบบ โดยจะเกิดขึ้นเมื่อเราใช้ 2 ธาตุที่อยู่ติดกันบนวงล้อมาผสมกัน
Reaction | Esper | รายละเอียด |
Remora |
Lakshana + Cosmos | สโลว์ และ ลด ATK Speed ของศัตรู ใช้ถ่วงเวลาให้ตัวเองปลอดภัย หรือ set-up คอมโบชุดถัดไป |
Blossom |
Cosmos + Anima | วางป้อมโจมตีแบบ AoE ไม่ต้องใช้เวลายืนบนสนามนาน ๆ |
Hexed |
Anima + Incantation | สร้างความเสียหาย โดยคำนวณจากพลังชีวิตทั้งหมดที่ศัตรูเสียไปในช่วง 12 วินาทีก่อนหน้า |
Scorch |
Incantation + Chaos | สร้างความเสียหายแบบ DoT เป็นเวลา 15 วินาที |
Nova |
Chaos + Psyche | แปะความเสียหายใส่ศัตรู ก่อน burst ดาเมจหลังผ่านไปสักพัก |
Stain |
Psyche + Lakshana | แปะดีบัฟใส่ศัตรู ทำให้ศัตรูโดนความเสียหายธาตุ Psyche และ Lakshana แรงขึ้น |
Triple Cycle (ปฏิกิริยา 3 ธาตุ)
เมื่อเราทำปฏิกิริยาธาตุได้ครบ 2 อย่างจากกลุ่มธาตุเดียวกัน จะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาธาตุที่ 3 ที่รุนแรงกว่าเดิม
Reaction | Esper | รายละเอียด |
Charged |
Lakshana + Cosmos + Anima | เมื่อป้อม Blossom โจมตีโดนศัตรูที่ถูกแปะ Remora ไว้ จะได้รับ Ultimate Energy เพิ่มตามจำนวนครั้งที่โจมตี |
Discord |
Incantation + Chaos + Psyche | ศัตรูที่ติดสถานะ Scorch และ Nova พร้อมกัน เกราะจะแตกไวมาก |
ถ้าไม่ได้ใช้ Esper ต่อสู้ ยังทำอะไรได้อีก?

นอกจากใช้สู้แล้ว Esper ยังช่วยเรื่องการเคลื่อนที่และการไขปริศนาอีกด้วย เช่น ตัวละครธาตุ Anima อย่าง Nanally สามารถเดินบนกำแพงได้ ส่วน Mint ก็พุ่งตัวกลางอากาศเพื่อขึ้นที่สูงได้ Skia (ธาตุ Lakshana) ก็จะแปลงร่างเป็นเงาเพื่อสไลด์ขึ้นกำแพงได้เร็วกว่าการปีนปกติ ส่วน Lacrimosa (ธาตุ Chaos) สามารถก๊อปปี้พลังของศัตรูมาใช้เล่นได้
ในเมืองยังมี Anomalies หรือพื้นที่มิติผิดปกติที่เราต้องใช้พลัง Esper เฉพาะทางเข้าไปจัดการด้วย เช่น ธาตุ Cosmos จะช่วยทำให้พื้นที่เสถียร ธาตุ Psyche เอาไว้แก้ปริศนาเกี่ยวกับจิตใจ ส่วนธาตุ Incantation จะใช้พลังกายทะลวงผ่านอุปสรรคต่าง ๆ
สรุปง่าย ๆ คือพอเราเริ่มเข้าใจว่าวงล้อ Esper มันเชื่อมต่อกันยังไง การต่อสู้ใน NTE จะสนุกขึ้น แค่ลองจัดทีมโดยเลือกตัวละครที่มีธาตุอยู่ติดกันสัก 2-3 ธาตุ แล้วพยายามทำคอมโบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แค่นี้ก็ผ่านด่านที่เคยติดอยู่ได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ!
ที่มา : mobalytics.gg, neverness.gg
ติดตามข่าวเกมมือถืออื่นๆ ได้ที่ Online Station

