สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่โลกของ Neverness to Everness (NTE) ทุกท่าน วันนี้เราจะพามาส่อง ไกด์มือใหม่ NTE คู่มือการใช้ชีวิตในเมือง Hethereau ที่ "เรื่องเหนือธรรมชาติ" ปะปนอยู่กับ "คนธรรมดา" ซึ่งจะมาเจาะลึกตั้งแต่ระบบพื้นฐานที่ต้องรู้ การปั้นตัวละคร ไปจนถึงทริคดี ๆ ที่ไม่ควรพลาด เพื่อเป็นการปูพื้นฐานก่อนให้เพื่อน ๆ ได้เข้าไปเริ่มต้นการเดินทางในเมืองแห่งความโกลาหลแห่งนี้กัน!?
ไกด์มือใหม่ NTE - Neverness to Everness
- ทำความเข้าใจกับ 2 เลเวลหลัก
- วิธีอัปเลเวลให้ไวทันใจ
- สร้างเนื้อสร้างตัว (Tycoon System)
- เปิดร้านคาเฟ่
- City Stamina และวิธีใช้ให้คุ้มที่สุด
- เอาเงินไปใช้กับอะไรดี?
- อพาร์ตเมนต์และระบบบ้าน
- การต่อสู้และระบบธาตุ
- การทำงานของระบบปฏิกิริยาธาตุ
- อุปกรณ์สวมใส่
- Arcs (อาวุธ)
- Consoles (อาร์ติแฟกต์)
- เคล็ดลับการปั้นตัวละคร
- Awakenings
- ความสามารถของ Esper
- เคล็ดลับส่งท้ายก่อนเข้าสู่ NTE

ทำความเข้าใจกับ 2 เลเวลหลัก

ก่อนจะเริ่มทำอย่างอื่น เพื่อน ๆ จำเป็นต้องรู้ก่อนนะว่า Neverness to Everness มีระบบเลเวลอยู่ 2 ประเภท
- Hunter Level : จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเกม และทุกครั้งที่เลเวลอัปก็จะได้รับของรางวัล
- Appraisal Level : จะปลดล็อกออกมาเมื่อ Hunter Level ถึงจุดหนึ่ง เลเวลตัวนี้สำคัญมาก ๆ เพราะมันจะช่วยให้เราเข้าไปลุยในด่านที่ยากขึ้นได้ ทั้งยังช่วยให้เราอัป Level Cap ของตัวละครให้สูงขึ้นด้วย
สรุปสั้น ๆ คือ Hunter Level เป็นตัววัดความขยันรายวัน ส่วน Appraisal Level เป็นตัววัดระดับไอดีเพื่อปลดล็อกคอนเทนต์ที่โหดและลึกขึ้น ทั้งสองอย่างต้องเดินไปคู่กันเสมอเพื่อให้ไอดีของเพื่อน ๆ เติบโตและเข้าถึงความสนุกของเกมได้ครบทุกมิตินั่นเอง
วิธีอัปเลเวลให้ไวทันใจ

วิธีที่จะปั๊มเลเวล (EXP) ให้ไวที่สุดก็คือการใช้ค่า Stamina ไปกับพวก Anomaly Zones โดยค่าพลังงานนี้จะฟื้นฟู 1 แต้มในทุก ๆ 6 นาที และมีเพดานสูงสุดอยู่ที่ 240 แต้ม ซึ่งก็คือต้องใช้เวลาเต็ม ๆ 24 ชั่วโมงถึงจะเต็มพอดี
และถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะลงโซนไหนดี? ขอแนะนำให้เริ่มที่ Houdini's Magic Stage ก่อนเลยแนะนำให้เริ่มที่ Houdini's Magic Stage ก่อนเลย เพราะที่นี่จะดรอปของที่ใช้เพิ่มเลเวล ซึ่งเอาไปใช้ได้กับทุกตัวละคร
อีกทั้งในแต่ละโซนสามารถกดรับ Double Rewards ได้ด้วยนะ ซึ่งดีมาก ๆ สำหรับใครที่มีเวลาเล่นน้อย แค่ลงแบบด่วน ๆ วันละ 3 รอบ ก็เพียงพอแล้วล่ะ
วิธีเจ๋ง ๆ อื่น ๆ ในการเก็บ EXP
- Daily missions
- Exploration guides
- Anomaly commissions
- Side quests
- ทำกิจกรรมเรื่อยเปื่อยในเมือง
กิจกรรมส่วนใหญ่พวกนี้เพื่อน ๆ สามารถค่อย ๆ ทำไปตามจังหวะของตัวเองได้เลยนะ เพราะมันเป็นแบบที่ทำครั้งเดียวจบ (One-time) ไม่ต้องรีบร้อนอะไร แค่ล็อกอินเข้ามาทำภารกิจรายวันให้ครบ แล้วก็ใช้ Stamina ที่มีให้หมดทุกวัน แค่นี้ก็เก่งนำหน้ามือใหม่คนอื่น ๆ ไปไกลแล้ว
สร้างเนื้อสร้างตัว (Tycoon System)

นี่คือสิ่งที่มือใหม่หลายคนชอบมองข้ามกันแล้วก็ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง เพราะใน Neverness to Everness เขามีระบบบริหารธุรกิจแบบจัดเต็ม ซึ่งพูดตรง ๆ มันเหมือนมีอีกเกมซ่อนอยู่ในเกมหลักเลยล่ะ
ดังนั้นขอแนะนำว่า ให้รีบปั่นเนื้อเรื่องหลักไปจนกว่าจะได้เจอตัวละครที่ชื่อว่า Chiz เพราะเควสต์ของเธอจะช่วยปลดล็อกเมนู Tycoon ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดโลกของร้านกาแฟ, ภารกิจส่งของ, การแข่งรถ และฟีเจอร์เด็ด ๆ อีกเพียบเลยล่ะ
เปิดร้านคาเฟ่
ร้านคาเฟ่จะคอยหาเงินให้เราแบบ Passive Income ในขณะที่เราออกไปลุยกิจกรรมอื่น ๆ ในเกม และที่เจ๋งสุด ๆ คือมันยังทำงานหาเงินให้เราต่อแม้ว่าจะปิดเกมไปแล้วก็ตาม!
- สามารถมอบหมายพนักงานให้ไปประจำที่ร้านกาแฟได้ ซึ่งพนักงานแต่ละคนเขาก็จะมีสกิลติดตัวที่ต่างกัน เช่น Edgar ที่ช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านเพิ่มถึง 18 แต้ม
- สามารถจัดเมนูในร้านได้เอง โดยวัตถุดิบต่าง ๆ ก็หาซื้อได้จากพวกร้านค้าที่กระจายอยู่รอบเมืองนั่นแหละ
- รายได้ของร้านกาแฟจะมากหรือน้อยเนี่ย ขึ้นอยู่กับว่าเราวางระบบและจัดเซ็ตติ้งร้านไว้ดีแค่ไหน
ข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง : อย่ารีบกว้านซื้อวัตถุดิบมาตุนเยอะเกินไปในช่วงแรก! เพราะเมนูในร้านจะมีการอัปเกรดตามเลเวลที่สูงขึ้น ถ้าซื้อวัตถุดิบอย่างเดียวมาเยอะเกินไป (เช่น ตุนแอปเปิลไว้ทำพายแอปเปิลเยอะจัด) พอปลดล็อกเมนูที่ดีกว่าเดิมได้ วัตถุดิบพวกนั้นจะกลายเป็นของเหลือที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทันทีเลย
ในช่วงที่ยังลองผิดลองถูกอยู่ แนะนำให้แวะมา Restock (เติมของ) ทุก ๆ 4 ชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าวันไหนจะปิดเกมยาว ๆ หรือเข้านอนแล้ว จะจัดแบบชุดใหญ่เติมของเผื่อไว้ 24 ชั่วโมงเลยก็ได้ อีกอย่างที่สำคัญคือเฟอร์นิเจอร์!
หากพอมีเงินเหลือเมื่อไหร่ ให้รีบซื้อมาแต่งร้านทันทีนะ เพราะมันจะช่วยเพิ่มค่าความนิยม (Popularity) ซึ่งจะดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านมากขึ้น พอคนเยอะขึ้น เงินก็ไหลเข้ากระเป๋ามากขึ้นตามไปด้วย ลงทุนยังไงก็คุ้มแน่นอน
City Stamina และวิธีใช้ให้คุ้มที่สุด

ระบบ Tycoon system จะมีค่าพลังงานเป็นของตัวเองที่เรียกว่า City Stamina ซึ่งเจ้าค่าพลังงานตัวนี้จะรีเซ็ตให้ใหม่ทุกสัปดาห์ และที่สำคัญคือสามารถขยายเพดานสูงสุด (Cap) ของมันให้เก็บแต้มได้เยอะขึ้น โดยการอัปเลเวล Tycoon Level ของตัวเองให้สูงขึ้น
City Stamina ใช้เพื่อ
- ภารกิจส่งของ (Deliveries) : อีกหนึ่งวิธีหาเงินที่น่าตื่นเต้นคือการขนส่งสินค้าไปรอบเมืองเพื่อแลกกับค่าตอบแทน
- การแข่งรถ (Races) : สายซิ่งห้ามพลาดการลงแข่งใน Circuits ต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยมีของรางวัลเป็นทรัพยากรและรางวัลพิเศษไว้อัปเกรดไอดี
- มินิเกมบาริสต้า : จินตนาการถึง Starbucks แต่เป็นเวอร์ชันที่อยู่ในโลกของเกมดูนะ!
- Taxi mode : ไปรับส่งผู้โดยสารตามจุดต่าง ๆ ในเมือง มีคะแนนประเมินการบริการด้วยนะ ยิ่งขับดี ส่งไว และบริการน่าประทับใจ คะแนนประเมินก็จะยิ่งสูง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อค่าตอบแทนด้วย
ไม่ว่าจะเลือกทำกิจกรรมไหนทุก ๆ 1 แต้ม City Stamina ที่จ่ายไป จะมีค่าเท่ากับเงิน 1,000 Fons เสมอ เพราะฉะนั้นไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง ชอบกิจกรรมไหนเป็นพิเศษ หรือถนัดสายไหนมากกว่า ก็เลือกทำอันนั้นได้ตามใจชอบเลย
เอาเงินไปใช้กับอะไรดี?
พอเริ่มสะสมเงินได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว นี่คือลำดับความสำคัญง่าย ๆ ในการใช้เงินที่เราอยากแนะนำ
- เอาเงินกลับไปลงทุนต่อในร้านคาเฟ่ : ทั้งเฟอร์นิเจอร์, วัตถุดิบ และเมนูที่ดีกว่าเดิม
- Hunter Exchange : เป็นแหล่งที่สามารถเอาแต้มไปแลกเป็น Pool Currency ไว้สุ่มกาชา และพวกวัตถุดิบสำหรับอัปเกรดตัวละครได้
- รถยนต์และแฟชั่น : พวกของสวย ๆ งาม ๆ อย่างการแต่งรถหรือชุดแฟชั่นเนี่ย มันเป็นอะไรที่สนุกและน่าตื่นเต้นมากก็จริง แต่มันยังไม่ใช่เรื่องด่วนในช่วงเริ่มแรกหรอกนะ
อพาร์ตเมนต์และระบบบ้าน

เมื่อซื้ออพาร์ตเมนต์ห้องแรกได้แล้ว เพื่อน ๆ จะสามารถเอา Anomaly Furniture มาวางประดับห้องได้ ซึ่งของพวกนี้ได้มาจากการออกไปกำจัดเจ้าพวก Anomaly ตามจุดต่าง ๆ ในเมือง
และขอบอกว่าของพวกนี้ไม่ได้มีไว้ตั้งโชว์สวย ๆ อย่างเดียวนะ แต่มันยังมี Passive Bonus ให้เราด้วย! อย่างเช่น "นวมชกมวย" จะช่วยเพิ่มความแรงคริติคอล หรือ "โทรศัพท์" ที่จะช่วยให้สามารถวาร์ปกลับบ้านได้ทันที
นอกจากนี้ การตกแต่งห้องยังช่วยเพิ่มค่า House Comfort ซึ่งจะช่วยอัปเกรดฟีเจอร์อื่น ๆ ในบ้านให้ดีขึ้น และที่ฟินสุด ๆ คือสามารถชวนตัวละครมาอยู่ด้วยกันได้ด้วยนะ!
พวกเขาจะมีรีแอคชันกับเฟอร์นิเจอร์ในห้อง และเรายังสามารถทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเพิ่ม Bond Level ได้อีกด้วย หรือจะเลือกเป็นสายเปย์ด้วยการให้ของขวัญทุกวันก็ได้เหมือนกัน เพราะยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งปลดล็อกการไปเดต, รางวัลพิเศษ และโบนัสอื่น ๆ อีกเพียบเลยล่ะ
การต่อสู้และระบบธาตุ

ตัวละครทุกตัวใน Neverness to Everness จะมีรูปแบบการโจมตีอยู่ 4 แบบ
- Basic Attack
- Hold Attack
- Skill
- Ultimate
ในการต่อสู้เราสามารถสลับตัวละครไปมาได้อย่างอิสระ ซึ่งจะกดสลับด้วยตัวเองแบบแมนนวล หรือจะใช้ระบบ Cycle Skill ก็ได้ ซึ่งความเจ๋งของมันคือ มันจะสร้างเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าธาตุของตัวละครทั้งสองตัวที่กำลังสลับเข้า-ออกในช่วงเวลานั้นเป็นธาตุอะไรด้วยแหละ
การทำงานของระบบปฏิกิริยาธาตุ
ปฏิกิริยาธาตุจะเกิดขึ้นได้เฉพาะกับธาตุที่อยู่ใกล้กันบน Circular Dial เท่านั้น ไม่ใช่ว่าทุกธาตุจะจับคู่กันได้หมดนะ
- Nova : แปะดีบัฟ 5 วินาที พอครบกำหนดเวลาจะเกิดการระเบิดสร้างดาเมจมหาศาล
- Scorch : สร้างความเสียหายต่อเนื่อง (DoT) 15 วินาที
- Discord : เกิดขึ้นเมื่อศัตรูติดทั้ง Nova และ Scorch พร้อมกัน มันจะสร้าง Break Damage ทำลายเกราะศัตรู
- Blossom : สร้างดอกไม้ที่จะระเบิดสร้างความเสียหายในทุก ๆ 2 วินาที ขึ้นมาใกล้ ๆ กับตัวศัตรู
- Remora : ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ของศัตรู
- Charge : มันจะทำงานเมื่อดอกไม้จากปฏิกิริยา Blossom ระเบิดใส่ศัตรูที่กำลังติดสถานะ Remora ผลลัพธ์ที่ได้คือมันจะช่วยฟื้นฟูพลังงานท่าไม้ตายให้เราทันที
- Hex : สร้างดาเมจ Follow-up
- Stain : บัฟเพิ่มพลังโจมตี
สำหรับผู้เล่นสายฟรีขอบอกเลยว่า ทีมที่เน้นปฏิกิริยา Nova นั้นคุ้มค่ามาก ๆ ในช่วงเริ่มแรก เพราะดาเมจที่ทำได้นั้นรุนแรงสุด ๆ และสามารถช่วยให้ผ่านด่านยาก ๆ หรือคอนเทนต์ระดับสูงได้สบาย ๆ
อุปกรณ์สวมใส่

Arcs (อาวุธ)
Arcs ก็คืออาวุธที่เอาไว้ใส่ให้ตัวละคร ซึ่งตัวละครแต่ละตัวเนี่ยเขาก็จะใช้ Arcs ได้แค่ประเภทของตัวเอง โดยเจ้า Arcs พวกนี้จะมาพร้อมกับสเตตัสและ Passive Abilities ที่ต่างกัน ซึ่งสามารถอัปเลเวลพวกมันได้ด้วยการใช้วัตถุดิบต่าง ๆ และถ้ามี Arcs อันเดิมซ้ำกัน ก็สามารถเอามาใช้เพื่ออัปเกรดระดับของ Passive Abilities ให้โหดขึ้นได้ด้วย ส่วนช่องทางการหานั้นสามารถไปหาซื้อได้ที่ Arc Shop หรือจะได้มาจากการออกไปกำจัด Anomalies บางตัวก็ได้
แต่ขอเตือนไว้นิดนึงว่า อย่าเพิ่งรีบร้อนทุ่มทรัพยากรไปกับ Arcs ในช่วงแรกมากเกินไป เพราะแค่เล่นไปเรื่อย ๆ เราก็จะได้รับ Arcs ดี ๆ มาใช้ฟรีเพียบเลย!
Consoles (อาร์ติแฟกต์)
Consoles คือชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ให้สเตตัสแบบสุ่มและโบนัสเซ็ต โดยสามารถไปฟาร์มหาของพวกนี้ได้ที่ Rabbit Hole Anomaly Zone ความเจ๋งที่เป็นมิตรกับผู้เล่นสุด ๆ คือ สามารถมองเห็นสเตตัสรองทั้งหมดได้ทันทีก่อนที่จะตัดสินใจอัปเกรดด้วยล่ะ!
ในขณะที่เกมอื่นที่เราต้องยอมเสียทรัพยากรไปอัปเลเวลก่อนถึงจะรู้ว่าสเตตัสที่สุ่มมานั้นดีหรือเปล่า แต่ใน NTE ถ้าเห็นว่าสเตตัสเน่าก็แค่ทิ้งไป ซึ่งขอแนะนำว่ารอจนถึงเลเวล 30 ก่อนค่อยเริ่มฟาร์ม Consoles แบบจริงจังก็ได้นะ เพราะไอเทมระดับสูง ๆ จะเริ่มดรอปที่เลเวลนั้น
เคล็ดลับการปั้นตัวละคร

Awakenings
เวลาที่เราสุ่มกาชาแล้วได้ตัวละครซ้ำมา ตัวละครเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นแต้มสำหรับ Awakenings โดยตัวซ้ำแต่ละตัวจะมอบแต้มให้เอาไปใช้ปลดล็อกโบนัสพิเศษต่าง ๆ ได้ แต่ความเจ๋งสุด ๆ ของเกมนี้คือ เราสามารถกดเปิดหรือปิดโบนัสเหล่านี้ตอนไหนก็ได้ตามใจชอบเลย!
ดังนั้น ต่อให้จะมีตัวซ้ำแค่ตัวเดียวหรือสองตัว ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าตัวละครให้เข้ากับแผนการเล่นได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องถูกล็อกตายตัวอยู่กับสายใดสายหนึ่งแหละ
ความสามารถของ Esper
ช่วยเสริมพลังการโจมตีให้ตัวละคร และปลดล็อก "Life Skills" ที่จะมาช่วยหาเงินในระบบ Tycoon นอกจากนี้ยังมี Support Skills ที่มอบเอฟเฟกต์พิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมให้อีกนะ
แต่ต้องบอกก่อนว่าสกิลพวกนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะอัปเกรดจนเต็ม และที่สำคัญคือมันจะผูกติดอยู่กับระดับการเลื่อนขั้น (Ascension Level) ของเราด้วย ดังนั้นอย่าลืมคำนวณเรื่องนี้ไว้ในระหว่างที่พัฒนาตัวละครไปด้วยนะ
เคล็ดลับส่งท้ายก่อนเข้าสู่ NTE

สรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มือใหม่ควรจำให้ขึ้นใจ
- ใช้ค่าพลังงาน Stamina ให้หมดทุกวัน : โดยเฉพาะในช่วงเริ่มแรก การไปลงที่ Houdini's Magic Stage คือทางเลือกที่เซฟและคุ้มค่าที่สุดสำหรับมือใหม่
- รีบปลดล็อกเควสต์ของ Cheese ให้ไวที่สุด : เพราะระบบ Tycoon มันจะช่วยเริ่มหาเงินให้แบบ Passive Income
- อย่าสต็อกวัตถุดิบในคาเฟ่เยอะจนเกินไป : ให้ใช้วิธีเติมของแค่ทุก ๆ 4 ชั่วโมงก็พอ จนกว่าจะเริ่มรู้ใจลูกค้าและรู้แน่ชัดว่าเมนูไหนกันแน่ที่เป็นตัวทำเงินหลัก
- อย่าลืมตกแต่งคาเฟ่ : เพราะการตกแต่งเนี่ยมันจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเราโดยตรงเลยล่ะ
- เช็กสเตตัสของอุปกรณ์ให้ดีก่อนจะกดอัปเกรด : ใน NTE เขาจะโชว์ข้อมูลทุกอย่างให้เห็นตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์นะ อันไหนสเตตัสดีค่อยอัป
- ให้รอจนถึงเลเวล 30 ก่อนค่อยเริ่มฟาร์ม Console แบบจริงจัง : เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยที่จะไปนั่งปวดหลังฟาร์มหาอุปกรณ์ที่ต้องโละทิ้งในเร็ว ๆ นี้ เก็บแรงและทรัพยากรไว้ทุ่มทีเดียวตอนเลเวลถึงจะคุ้มกว่า
- สนุกไปกับกิจกรรมที่ใช้ค่าพลังงาน City Stamina : เพราะไม่ว่าจะเลือกทำกิจกรรมไหน ผลตอบแทนที่ได้ต่อหนึ่งหน่วยพลังงานนั้นเท่ากันหมดเลย
แม้ดู ๆ แล้ว Neverness to Everness (NTE) อาจจะมีรายละเอียดที่เยอะสักหน่อย แต่มันก็ไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิด ยังไงก็ให้เริ่มต้นจากการอัปเลเวลตัวละครก่อน แล้วรีบไปเปิดกิจการคาเฟ่ให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ และอย่าไปกลัวที่จะออกสำรวจทุกอย่างที่เกมนี้มีกันเล่า เอาล่ะ ถ้าพร้อมก็กระโดดเขาสู่โลกของ NTE ได้เลย!?
แปลและเรียบเรียงจาก : neverness.gg
ติดตามข่าวเกมมือถืออื่นๆ ได้ที่ Online Station