Chaos Zero Nightmare (CZN) เกม RPG แนว Chaos-Loop ในโลก Dark Fantasy สุดเข้มข้น ที่ทั้งโหดร้ายและงดงาม เพิ่งเปิดให้เล่นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตัวเกมได้หยิบนำองค์ประกอบเรื่องการสุ่มและการจัดเด็คมารวมกัน ทำให้การเล่นในแต่ละรอบไม่ซ้ำกัน ทั้งยังสามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ไหนจะมีโหมดเกมอันมากมาย ผลกระทบเชิงอารมณ์ และความเครียดของตัวละครที่ส่งผลต่อการต่อสู้ บวกกับรายละเอียดดีเทลอีกเพียบ เรียกได้ว่าเยอะจัด ๆ จนต้องมีคนแอบมึน ๆ กันแน่นอน ดังนั้นในบทความ CZN Beginner's Guide นี้เราจะมาพูดถึง "สิ่งที่ควรรู้" พื้นฐานสำหรับผู้เล่นใหม่ก่อนเล่นเกม Chaos Zero Nightmare (CZN) กัน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มเล่น CZN
ในช่วงแรกคุณจะได้เล่น บทนำ ก่อน ซึ่งมันจะช่วยสอนให้รู้จักพื้นฐานของเกม และสอนกลไกต่าง ๆ รวมทั้งระบบการต่อสู้เบื้องต้นให้เราเข้าใจก่อน ดังนั้นเราจะไม่พูดถึงตรงจุดที่เกมสอน แต่เราจะมาเน้นตรงรายละเอียดที่เกมไม่ได้ลงลึกกัน
HUD
ใน HUD (Heads-Up Display) หรือหน้าจอต่อสู้ของเกม Chaos Zero Nightmare (CZN) มีข้อมูลเยอะมาก! ดังนั้นเราจะมาอธิบายส่วนต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้รู้กันว่าอะไรอยู่ตรงไหน และหมายถึงอะไรบ้าง

- HP ทีม - บาร์สีเขียว แสดงถึงหลอดเลือดหรือพลังชีวิตของทีม เมื่อเหลือ 0 ก็แพ้เลย
- ความเครียด - หลอดสีเทาตรงไอคอนตัวละคร บ่งบอกถึงค่าความเครียดของตัวละคร ถ้าเต็มเมื่อไหร่ตัวละครจะเข้าสู่ภาวะ "สติแตก" ทำให้เลือดของทีมอาจลดลงถึงหนึ่งในสาม หรือตัวละครมีพฤติกรรมแปลก ๆ
- Character Resource - สัญลักษณ์เล็ก ๆ ข้างใบหน้าตัวละคร บ่งบอกถึง Resource ที่เกี่ยวกับกลไกเฉพาะของตัวละครนั้น ๆ ซึ่งแต่คนมีไม่เหมือนกัน
- บัฟ+ดีบัฟ (เรา/ศัตรู) - สัญลักษณ์ใต้หลอดเลือดของทั้งทีมเราและศัตรู จะโชว์ให้เห็นบัฟและดีบัฟที่ต่างฝ่ายต่างกำลังได้รับผลอยู่ ส่วนตัวเลข คือการบ่งบอกจำนวน Stack สามารถกดที่ไอคอนเพื่อดูรายละเอียดเอฟเฟกต์ของมันได้โดยตรงเลย
- กองจั่ว - โชว์การ์ดที่เหลือที่คุณสามารถจั่วขึ้นมาได้
- Ego Points - แต้มที่เอาไว้เปิดใช้งาน Ego Skills
- Ego Skills - สกิลสุดแกร่งที่สามารถใช้งานได้แค่ครั้งเดียวต่อการต่อสู้ ยกเว้นจะฟื้นจากภาวะสติแตกก็จะใช้ได้อีกครั้ง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ Ego Points เพื่อเปิดใช้งาน
- คุณสมบัติ/ธาตุ - แถบสีด้านข้างของการ์ด บ่งบอกถึงธาตุหรือคุณสมบัติ ซึ่งมันจะผูกอยู่กับธาตุประจำตัวเจ้าของการ์ดนั่นแหละ ถ้าเราใช้ธาตุที่ถูกต้องมันจะช่วยเพิ่มค่าเบรก (Break Value) ได้เยอะมาก แล้วยังเพิ่มพลังโจมตีให้เราอีก 25% ด้วย
- เจ้าของการ์ด - ตัวละครที่เป็นเจ้าของการ์ด
- Cost - จำนวนแต้มแอ็กชัน (Action Points) ที่คุณต้องใช้เพื่อจะเล่นการ์ดใบนั้น ๆ
- ชื่อการ์ดและประเภท - โชว์ชื่อของการ์ดและประเภทของการ์ดใบนั้น ๆ (โจมตี / สกิล / อัปเกรด / สถานะผิดปกติ)
- AP - AP หรือ Action Points คือแต้มที่คุณต้องใช้เพื่อใช้งานการ์ด
- ออโต้ - ระบบต่อสู้อัตโนมัติ
- เมนู - เปลี่ยนการตั้งค่าต่าง ๆ และออกจากการต่อสู้ได้จากตรงนี้
- ดาเมจโดยรวม - แสดงตัวเลขดาเมจโดยรวมที่เราทำต่อศัตรู
- Action Count - บอกว่าศัตรูจะโจมตีเมื่อไหร่ ซึ่งตัวเลขจะลดลงทุกครั้งที่เราใช้การ์ด พอถึง 0 ปุ๊บศัตรูจะออกแอ็กชั่นทันที แต่ถ้ามันโชว์สัญลักษณ์ Infinity นั่นหมายความว่ามันจะโจมตีตอบเราจบเทิร์นเลย
- จุดอ่อนธาตุ - จุดอ่อนธาตุของศัตรู ถ้าเราใช้การ์ดที่มีธาตุเดียวกันกับจุดอ่อนของมัน จะช่วยเพิ่มความเสียหายในการเบรก (Break Damage) แล้วยังเพิ่มพลังโจมตีให้เราอีก 25%
- Anticipated Action - แอ็กชันที่ศัตรูจะทำทันทีที่ ตัวนับถอยหลัง (Action Count) เป็น 0 จะโจมตี หรือ ใช้สกิล ก็ขึ้นอยู่กับไอคอนที่แสดงอยู่ตรงนั้นแหละ
- HP (ศัตรู) - เลือดหรือพลังชีวิตของศัตรู
- Tenacity - หลอดเบรกของศัตรู พอเราโจมตีจนหลอดแตกมันจะช่วยลดความเครียดของเราลง แล้วเรายังได้ แต้มสกิล (Ability Point) มาใช้ฟรี ๆ 1 แต้มด้วย
- สุสาน/กองทิ้งไพ่ - กองทิ้งก็คือที่อยู่ของการ์ดที่คุณใช้ไปแล้ว และจะถูกสับกลับเข้ากองจั่วอีกครั้ง หากกองจั่วไม่เหลือการ์ดแล้ว
- Protos Skill - กดเพื่อรีเซ็ตแอ็กชันหรือรีเซ็ตเทิร์นของเราได้ แต่จำเป็นต้องใช้ Sands of Time
- End Turn - กดเพื่อจบเทิร์นของตัวเอง
หลักการทำงานของการ์ด
ค่าใช้จ่ายในการเล่นการ์ด
การ์ดทุกใบที่คุณเล่นได้จะมีค่าใช้จ่าย AP (Action Points) อยู่ที่มุมซ้ายบน หลักการง่าย ๆ คือ การ์ดที่ใช้ AP เยอะ มักจะทำความเสียหายได้เยอะกว่า หรือ มีเอฟเฟกต์ที่มากกว่า แต่ก็ไม่จริงเสมอไป! ดังนั้นคุณควรดูให้ดีว่าเอฟเฟกต์ของการ์ดมันคุ้มค่า AP ที่จ่ายไปไหม อย่างเช่น การ์ดที่ไม่มีค่าใช้จ่าย (Zero-cost cards) คุณสามารถใช้ ทำดาเมจฟรี ๆ ได้เลย ถึงแม้ตัวคูณดาเมจจะน้อย แต่มันก็ช่วยให้คุณทำดาเมจเสริมได้ หรือเอาไว้ เปิดใช้งานเอฟเฟกต์บางอย่าง เช่น การโจมตีต่อเนื่อง (Follow-ups)
หรือถ้าในกรณีที่การ์ดไม่แสดงตัวเลขค่า AP แปลว่า ใช้ตรง ๆ ในการต่อสู้ไม่ได้ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขบางอย่างเพื่อเปิดใช้งานมัน ส่วน Cost ที่ขึ้นเป็น X หมายความว่าการ์ดใบนั้นจะ กิน AP ที่คุณเหลืออยู่ทั้งหมด และเอฟเฟกต์ของมันก็จะแรงขึ้นตาม จำนวน AP ที่คุณใช้ไป สุดท้ายนี้ ค่าใช้จ่าย AP ของการ์ดสามารถเปลี่ยนได้ ด้วยการอัปเกรดที่เรียกว่า Epiphanies ถ้าไม่รู้จะเลือกอัปเกรดไหนดี การเลือก Epiphany ที่ช่วยปรับเปลี่ยนค่าใช้จ่าย ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ประเภทของการ์ด
ประเภทของการ์ดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ Attack cards, Skill cards, Upgrade cards และ Status Ailment cards นอกจากนี้ยังมี Common cards ที่หาได้ตามพื้นที่สำรวจหรือในร้านค้า และ Monster cards ที่ได้มาจากการปราบมอนสเตอร์บางตัว โดยเฉพาะในโหมด Chaos Manifestation

Attack
Attack cards หลัก ๆ ก็คือการ์ดประเภททำดาเมจนั่นแหละ แต่พวกมันก็สามารถให้บัฟหรือดีบัฟได้ด้วย

Skill
Skill cards ถึงจะใช้ทำดาเมจได้บ้าง แต่หน้าที่หลัก ๆ ของมันคือการ ให้บัฟ/ดีบัฟ, เติมเลือด, ให้โล่, จั่วการ์ดเพิ่ม, หรือ สร้างแต้ม AP โดยเอฟเฟกต์ของการ์ดพวกนี้จะออกผลทันทีที่ใช้ และบางเอฟเฟกต์ก็อาจจะอยู่ได้หลายเทิร์น

Upgrade
ตามชื่อเลย การ์ดพวกอัปเกรดเนี่ยจะช่วยเพิ่มค่าสถานะหรือเพิ่มเอฟเฟกต์ให้กับคนใช้

Status Ailment
Status Ailment cards ส่วนใหญ่แล้วมันจะ ใส่ดีบัฟให้กับทีม แถมมันยังกินช่องการ์ดในมือคุณด้วย
ธาตุ/คุณสมบัติของการ์ด
ระบบธาตุ ในเกม CZN เนี่ยมันทำงานต่างออกไปหน่อยตรงที่ธาตุมันไม่ได้แพ้ทางหรือชนะทางกันเอง นั่นหมายความว่า ตัวละครของคุณจะไม่โดนดาเมจเพิ่มจากการแพ้ธาตุ มีแค่ศัตรูเท่านั้นที่จะได้รับผลจากจุดอ่อนธาตุ ซึ่งคุณจะเห็นจุดอ่อนนี้โชว์อยู่ใกล้ ๆ หลอดเลือด (HP) ของพวกมันนั่นแหละ
Instinct | Justice | Passion | Void | Order |
แท็กการ์ด
แท็กของการ์ด (Card tags) เนี่ย สำคัญมากในเกม CZN เพราะมันจะเปลี่ยนวิธีที่การ์ดนั้นทำงานไปเลย มันจะส่งผลตั้งแต่คุณจะเล่นการ์ดนั้นได้ บ่อยแค่ไหน, น่าเชื่อถือแค่ไหน จนไปถึงมันจะเข้าคู่ (Synergize) กับการ์ดอื่น ๆ ในสำรับของคุณยังไงบ้าง โดยพวกแท็กของการ์ดเนี่ย ก็สามารถถูกเปลี่ยนหรือเอาออกได้ด้วยระบบอัปเกรดที่ชื่อว่า Epiphany นะ และแท็กเด่น ๆ จะมี ดังนี้
- Retain - การ์ดที่มีแท็ก Retain มันจะคงอยู่ในมือคุณต่อไปแม้ว่าคุณจะจบเทิร์นแล้วก็ตาม
- Exhaust - การ์ดที่มีแท็ก Exhaust พอคุณใช้เสร็จแล้ว มันจะถูกส่งไปที่ กอง Exhaust Pile ทันที! ซึ่งจะไม่ถูกสับกลับเข้ากองจั่วอีก หมายความว่ามันใช้ได้แค่ครั้งเดียวต่อ 1 การต่อสู้นั่นเอง
- Ultimate - การ์ดที่มีแท็ก Ultimate พอคุณใช้ปุ๊บมันจะจบเทิร์นทันที ดังนั้นต้องมั่นใจก่อนว่าคุณได้ใช้การ์ดอื่น ๆ และ ใช้แต้ม AP ที่เหลืออยู่จนหมดแล้ว
- Lead - การ์ดที่มีแท็ก Lead จะมีโอกาสที่ค่า AP ที่ต้องใช้ จะลดลง 1 แต้มตอนเริ่มเทิร์น
- Outbreak of War - การ์ดที่มีแท็ก Outbreak of War จะถูกวางอยู่บนสุดของกองจั่ว (Draw pile) เสมอตั้งแต่เริ่มเกม ทำให้คุณสามารถจั่วและใช้งานมันได้ทันทีในตอนเริ่มการต่อสู้

เอฟเฟกต์ของการ์ด
เอฟเฟกต์ของการ์ดนี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะมันเป็นตัวกำหนดบิลด์และรูปแบบทีมของคุณ ซึ่งในตอนแรกตัวละครของคุณจะใช้ Starter cards แต่พอคุณเล่นโหมด Chaos Manifestation ไปเรื่อย ๆ คุณจะปลดล็อก Unique character cards ซึ่งมีเอฟเฟกต์ที่แรงกว่า และกลยุทธ์หลัก ๆ ก็คือการเปลี่ยนเอา Starter cards พื้นฐานออก แล้วใช้ Unique cards ที่ทรงพลังกว่าเข้ามาแทน เพื่อที่จะเพิ่มการเข้าคู่ (Synergy) และความเก่งกาจของสำรับ ทั้งนี้เอฟเฟกต์ของการ์ดก็เหมือนกับค่า cost และแท็ก คือมันสามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านระบบ Epiphany นะ

จัดทีมที่ทำงานเอื้อกัน
พอคุณเข้าใจแล้วว่าการ์ดมันทำงานยังไง ทีนี้เรามาคุยกันเรื่องการจัดทีม ซึ่งหัวใจสำคัญเลยคือการ "สร้างทีมที่การ์ดมันส่งเสริมกัน" โดยต้องคำนึงถึง 2 ปัจจัยหลัก ๆ คือ ทุกคนในทีมต้องมีบทบาทที่ชัดเจน คือ ควรจะมี ตัวทำดาเมจหลัก (Main DPS) 1 ตัว, ตัวซัพพอร์ต 1 ตัว, แล้วก็ ตัวทำดาเมจรอง หรือ ตัวยูทิลิตี้ อีก 1 ตัว ถ้าคุณจัด Main DPS มาสามตัวเลย พวกเขาก็จะแย่งแต้ม AP กันจนเล่นยาก หรือถ้ามีซัพพอร์ตสามตัวเนี่ย ดาเมจก็อาจจะไม่พอ
เรื่องที่สองคือการ์ดในทีมต้องเข้ากัน คือเอฟเฟกต์ของการ์ดแต่ละใบควรจะ เสริมกัน หรือ ชดเชยจุดอ่อน ของเพื่อนร่วมทีมได้ อย่างเช่น การเอา มีดของ Tressa มาใช้คู่กับ การโจมตีต่อเนื่องของ Hugo ก็จะทำให้พวกเขาสามารถตีศัตรูพร้อมกันได้ โดยที่ไม่ต้องเปลืองแต้ม AP

เลือก Partner ที่ใช่
ส่วนหนึ่งของการจัดทีมก็คือการ เลือกพาร์ทเนอร์ (Partners) ให้ถูกคนมาสวมใส่ ซึ่งพวกเขาไม่ได้แค่ "เพิ่มค่าสถานะ" กับ "เอฟเฟกต์ติดตัว (Passive effects)" ให้ตัวละครคุณเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับ Ego Skill ในตอนต่อสู้ด้วยนะ เพราะ Ego Skill ของพาร์ทเนอร์จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเล่น ดังนั้น คุณต้องเลือกคนที่ส่งเสริมทีมของคุณได้ หรือ เติมเต็มในสิ่งที่ทีมขาดไป เช่น การ ฮีลเพิ่ม, จั่วการ์ด, หรือ ทำดาเมจ นอกจากนี้ให้พยายามเลือกใช้พาร์ทเนอร์ที่มีธาตุเดียวกันกับตัวละคร เพราะคุณจะได้รับโบนัสเอฟเฟกต์เพิ่มเติมด้วยนะ

สำรวจโหมดเกมที่มีทั้งหมด
หลังจากที่คุณจัดทีมเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาลุยโหมดเกมต่าง ๆ ที่มีให้เล่น โดยเฉพาะโหมด Chaos Manifestation ที่จะสามารถเก็บ Save Data ที่มีพวก การ์ดอัปเกรด กับ อุปกรณ์ สำหรับตัวละครแต่ละคนได้ ซึ่งจะทำให้ทีมของคุณแข็งแกร่งขึ้นมาก และ พร้อมลุยคอนเทนต์ที่ยากขึ้นต่อไป
Missions
ภารกิจในเกมนี้จะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ภารกิจเนื้อเรื่อง (Story missions) ที่จะพาคุณไปรับรู้เรื่องราวของเกม และ ภารกิจต่อสู้ (Combat missions) ที่จะมาเป็นด่าน ๆ ให้คุณได้วัดฝีมือ
Chaos
โหมด Chaos มันจะแบ่งออกเป็นสองโหมดหลัก ๆ คือ Chaos Manifestation กับ Zero System ซึ่ง 2 อันนี้แหละคือ โหมด Roguelike หลักของเกม
ในโหมดพวกนี้ คุณจะต้อง ลุยไปตามด่านต่าง ๆ เพื่อ สร้าง Save Data ของตัวละคร ซึ่งก็คือการ์ดและอุปกรณ์ที่อัปเกรดแล้วนั่นแหละ ซึ่ง Save Data เหล่านี้เป็นเหมือน Loadout ที่คุณสามารถเอาไปใช้ในโหมดเกมอื่น ๆ ได้ ทำให้ทีมของคุณเก่งขึ้นสุด ๆ
Simulations
โหมดนี้ก็คือพวก "ดันเจี้ยนรายวัน" กับ "รายสัปดาห์" นั่นแหละ ซึ่งคุณต้องใช้ "ค่าพลังงาน (Stamina)" เพื่อลงไปฟาร์มวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เอาไว้อัปเกรดตัวละคร
ที่มา/ภาพ : prydwen.gg, game8.co
บทความไกด์อื่นของ Chaos Zero Nightmare
- Chaos Zero Nightmare Character Tier List เทียร์ลิสต์ "ตัวละคร" น่าปั้น อัปเดตล่าสุด
- Chaos Zero Nightmare Reroll Guide รียังไง ? รีเพื่อใคร? บทความนี้มีคำตอบ!?
- Chaos Zero Nightmare Best Partners Tier List คู่หูสุดแกร่ง ตัวไหนนะที่ควรเอามาใช้
- Chaos Zero Nightmare Teams Comp ว่าด้วยเรื่องการจัดทีม พร้อมตัวอย่าง
ติดตามข่าวเกมมือถืออื่นๆ ได้ที่ Online Station




