ผลวิจัยชี้ คนที่ "คลั่งไคล้" ดาราหรือไอดอลหนัก ๆ มีแนวโน้ม IQ ต่ำกว่าคนทั่วไป!

แชร์เรื่องนี้:
ผลวิจัยชี้ คนที่ "คลั่งไคล้" ดาราหรือไอดอลหนัก ๆ มีแนวโน้ม IQ ต่ำกว่าคนทั่วไป!

มีผลการศึกษาที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัย Pázmány Péter Catholic ในประเทศฮังการี เผยว่า ผู้คนที่ "คลั่งไคล้" (Obsessed) ในตัวคนดังหรือไอดอลอย่างหนักหน่วง มีแนวโน้มที่จะมี IQ ต่ำกว่าคนทั่วไป โดยงานวิจัยชี้ว่าการยึดติดกับคนดังมากเกินไปอาจเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองด้านการรับรู้ (Cognitive function) และช่วงความสนใจ (Attention span) ที่ลดลง

ทั้งนี้คนที่มีสติปัญญาสูงเองก็ยังอาจได้รับผลกระทบนี้ได้ หากพวกเขาก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่าง "แฟนตัวยง" (Passionate fan) ไปสู่การเป็นคนที่ "หลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น" (Completely absorbed) ในชีวิตของไอดอล และเมื่อถึงจุดนั้น ความชื่นชมจะกลายเป็นการเสพติด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการทำงาน การเรียน หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ส่วนตัว

Japan

ในการศึกษานี้ นักวิจัยชาวฮังการีได้เชิญผู้ใหญ่ 1,763 คนเข้าร่วม โดยทั้งหมดต้องตอบแบบสอบถามที่ออกแบบมาเพื่อวัดระดับความชื่นชมและการยึดติดกับคนดัง ซึ่งเรียกว่า "Celebrity Attitude Scale" (แบบวัดทัศนคติต่อคนดัง)

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังต้องทำแบบทดสอบสติปัญญาอีกหลายชุด เพื่อประเมินความสามารถทางปัญญา 2 ประเภท ได้แก่ สติปัญญาแบบลื่นไหล (Fluid intelligence) ซึ่งวัดความสามารถในการแก้ปัญหาและการปรับตัวต่อข้อมูลใหม่ ๆ และ สติปัญญาแบบตกผลึก (Crystallized intelligence) ซึ่งหมายถึงความรู้ที่สะสมมาจากการเรียนรู้และประสบการณ์

ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ยิ่งตัวอย่างมีระดับความคลั่งไคล้ในตัวคนดังสูงเท่าไหร่ คะแนนในแบบทดสอบสติปัญญาทั้งสองประเภทก็ยิ่งต่ำลงเท่านั้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ "ยิ่งใครยึดติดกับคนดังมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพการรับรู้ทางปัญญาก็ยิ่งมีแนวโน้มลดลง"

Japan

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ผู้วิจัยได้ให้คำอธิบายที่เป็นไปได้ไว้ 2 ประการ อย่างแรกคือ คนที่มี IQ ต่ำนั้นอาจมีแนวโน้มที่จะคลั่งไคล้อะไรมากเกินไปอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะพวกเขาแยกแยะไม่ออกว่า ชื่อเสียงนั้นเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยสื่อและเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า

สมมติฐานที่สองคือ แม้แต่คนฉลาด เมื่อทุ่มเทเวลาและพลังงานมากเกินไปกับการติดตามชีวิตของคนดัง ก็อาจลงเอยด้วยการสูญเสียสมาธิและทรัพยากรทางจิตใจไป ภาระทางอารมณ์ที่มากเกินไปนี้อาจลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน สมาธิ และความสามารถทางปัญญาลงได้เมื่อเวลาผ่านไป

ทั้งนี้การเป็นแฟนคลับของศิลปิน นักแสดง หรือนักร้องนั้นถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ตราบใดที่อยู่ภายในขอบเขตที่เหมาะสม แต่ปัญหาจะเริ่มขึ้นเมื่อความชื่นชมกลายเป็น "ความรู้สึกพึ่งพิง" (Dependency) นอกจากนี้คนที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเสพเนื้อหาเกี่ยวกับไอดอล หรือใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาการยอมรับ ก็อาจกำลัง 'ยึดติดหนัก' จนถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย

Japan

แม้ว่างานวิจัยนี้จะมีการตีพิมพ์และเผยแพร่มาตั้งแต่ปี 2022 แต่กลับกลายเป็นไวรัลในญี่ปุ่นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และจุดประกายให้เกิดการถกเถียงและแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์

“ก็สมเหตุสมผลดีนะ นี่มันงานวิจัยจากข้อมูลมหาวิทยาลัยเลยนี่นา เอาเวลาไปลงทุนพัฒนาตัวเองยังจะดีกว่าเอาเงินไปผลาญกับไอดอลนะ”

“ใครก็ตามที่คลั่งไคล้อะไรขนาดนั้นก็น่าจะมีปัญหาทางจิตแล้วล่ะ”

“การสร้างสรรค์อะไรด้วยตัวเอง พัฒนาตัวเองต่างหาก นั่นแหละคำตอบที่แท้จริง”

“ฉันคิดมาตลอดเลย คนพวกนี้บางคนเขาคงเป็นอาหวัง นึกว่าซักวันตัวเองจะได้ไปเดตกับไอดอลของตัวเองล่ะสิ”

“ความเป็นแฟนสุดขั้วมันจะกลายเป็นศาสนา ไม่แปลกใจที่คนเหล่านี้จะยอมเอาเงินไปทิ้ง”

“ถ้ามันช่วยคลายเครียดได้ก็โอเค แต่มันจะกลายเป็นปัญหาเมื่อคนเราเป็นหนี้เป็นสินเพื่อมัน”

แม้ว่าผลการศึกษานี้จะสร้างข้อถกเถียงมากมาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างความชื่นชมในฐานะแฟนคลับ และการเสพติดที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งเส้นแบ่งบาง ๆ นี้เองเป็นสิ่งที่เหล่าแฟนคลับควรตระหนักอยู่เสมอก่อนที่จะถลำลึกเกินไปจนกลายเป็นผลเสียต่อตนเองและคนรอบข้างได้โดยที่ไม่รู้ตัว

แปลและเรียบเรียงจาก
Vocesabianime


ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Shirosaki-han
About the Author

Shirosaki-han

นักเขียนอิสระผู้ชื่นชอบเกมและอนิเมะ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ