Vivid V ค่ายวีทูบเบอร์ญี่ปุ่นประกาศล้มละลายหลัง CEO ยักยอกเอาเงินไปใช้ส่วนตัวเกลี้ยง!

แชร์เรื่องนี้:
Vivid V ค่ายวีทูบเบอร์ญี่ปุ่นประกาศล้มละลายหลัง CEO ยักยอกเอาเงินไปใช้ส่วนตัวเกลี้ยง!

เกิดเรื่องสะเทือนวงการวีทูบเบอร์อีกครั้ง เมื่อ LinkUp บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นผู้อยู่เบื้องหลังเอเจนซี่ Vivid V ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ว่าบริษัทได้ยื่นเรื่องขอล้มละลาย โดยมีสาเหตุหลักของเหตุการณ์นี้ เป็นเพราะอดีต CEO นาย Shotaro Nishiguchi นั้น ได้ยักยอกเงินทุนของบริษัทไปใช้ส่วนตัว ซึ่งแม้ว่าเจ้าตัวจะยอมรับผิดและออกมาขอโทษต่อสาธารณะแล้ว แต่ทาง LinkUp ก็ประเมินว่าความเสียหายนั้นรุนแรงเกินกว่าที่บริษัทจะไปต่อไหว

ในคำแถลงขอโทษ นาย Nishiguchi ยอมรับว่าเขา "นำเงินบริษัทไปใช้จ่ายส่วนตัวปะปนกับเรื่องงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า" จนทำให้สถานะการเงินของบริษัทฝืดเคืองอย่างหนัก นอกจากนี้เขายังยอมรับว่าขาดความตระหนักรู้ในฐานะ CEO และบริหารงานผิดพลาดหลายอย่าง เช่น ในช่วงที่ขาดแคลนพนักงาน เขาถึงขั้นแอบไปติดต่อทาบทามครีเอเตอร์ในสังกัด Vivid V เพื่อเสนอสัญญาจ้างเป็นพนักงานประจำ โดยที่ทางบริษัทไม่ได้รับรู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย และแม้ว่าจะตัดสินใจยกเลิกไม่เซ็นสัญญาได้ทันเวลา แต่ก็ไม่ได้อธิบายหรือขอโทษครีเอเตอร์ ทำให้ความสัมพันธ์ต้องบอบช้ำ

วีทูบเบอร์

เรื่องเลวร้ายยังไม่จบแค่นั้น เพราะปัจจัยที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือการที่นาย Nishiguchi ยังดันทุรังจัดงานเทศกาลครบรอบ 1 ปีของ Vivid V แม้ว่าจะมีการวางแผนงบประมาณที่หละหลวม นอกจากจะสั่งซื้อของที่มากเกินความจำเป็นแล้ว บริษัทยังจัดการรับออเดอร์สินค้าหลังจบงานได้ย่ำแย่ จนเกิดปัญหาจัดส่งสินค้าไม่ได้จนแฟน ๆ ต่างพากันขอคืนเงินกันถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า LinkUp นั้นจะมีการบริหารงานที่บกพร่องและเต็มไปด้วยปัญหาเรื้อรังมานานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ ทาง Vivid V ต้องออกมาขอโทษแฟนคลับแบบรัว ๆ มาตลอด ทั้งในเดือนสิงหาคมที่ขอโทษเรื่องส่งสินค้าล่าช้าและคืนเงินช้า พอเดือนตุลาคมก็ต้องมาขอโทษอีกครั้งที่โปรเจกต์ซึ่งระดมทุนจากแฟน ๆ ไปเต็มจำนวนแล้ว ถูกยกเลิกกลางคัน แถมล่าสุดยังมีการเปิดเผยว่าบริษัทค้างชำระเงินกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจบางรายอีกด้วย

วีทูบเบอร์

ขณะนี้ LinkUp และนาย Nishiguchi กำลังหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและบัญชีเพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมด ซึ่งตัวอดีต CEO ยืนยันว่าตั้งใจจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้เป็นการส่วนตัว แต่ผลกระทบที่หนักที่สุดก็ตกอยู่กับเหล่าวีทูบเบอร์และศิลปินในสังกัด ซึ่งจะต้องถูกยกเลิกสัญญากันอย่างถ้วนหน้า ขณะที่บริการแฟนคลับและออเดอร์สินค้าต่าง ๆ ก็จะมีการดำเนินจัดส่งให้แล้วเสร็จ หรือยกเลิกแล้วคืนเงินตามความเหมาะสมต่อไป

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวร้ายของวงการที่ต้องเห็นเอเจนซี่ต้องปิดฉากลงจากปัญหาการบริหารภายในและการทุจริต ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวศิลปินและแฟน ๆ ที่สนับสนุนมาโดยตลอด คล้ายกับที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้กับค่ายวีทูบเบอร์ใหญ่ในฝั่งตะวันตกอย่าง VShojo ที่ต้องล่มสลายเพราะการบริหารจัดการบกพร่องเช่นกัน

แปลและเรียบเรียงจาก
Automaton Media


ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Shirosaki-han
About the Author

Shirosaki-han

นักเขียนอิสระผู้ชื่นชอบเกมและอนิเมะ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ