ประวัติ Famicom ตอน โปรเจ็กต์ย่อยสู่ความสำเร็จ Part 2

แชร์เรื่องนี้:
ประวัติ Famicom ตอน โปรเจ็กต์ย่อยสู่ความสำเร็จ Part 2

เอาล่ะครับ ได้เวลามาต่อกันอีกแล้วกับเรื่องราวโปรเจ็กต์ต่างๆ ของเครื่อง Famicom ซึ่งก็ต่อจากคราวที่แล้ว http://www.online-station.net/entertainment/hobby-toys/15 ซึ่งเป็นช่วงปี 1983 - 1986 ซึ่งป็นยุครุ่งเรืองของเครื่อง Famicom นะครับ มาคราวนี้ ก็ถึงช่วงยุคปลายกันบ้าง ซึ่งก็มีทั้งโปรเจ็กต์ของทาง Nintendo เอง และของบริษัทอื่นๆ ที่มาร่วมแจมด้วย
*หมายเหตุไอเทมบางชิ้นผมไม่ทราบ วัน-เดือน-ปี จำหน่ายที่แน่ชัด ซึ่งในบทนี้ผมขออธิบายเป็นรายชิ้นไป โดยไม่เรียงตามลำดับการผลิตของสินค้าแต่ละชิ้นนะครับ

Famicom Studybox

เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกชิ้นหนึ่งของเครื่อง Famicom ผลิตโดย บริษัท Fukutake Publishing มีลักษณะเหมือนเครื่องเล่นเทปโดยสามารถเปิดฝาด้านบนเพื่อเล่นเทปได้ ไม่มีปุ่ม Play, Pause, Forward และ Rewind เหมือนเครื่องเล่นเทปทั่วไปในสมัยนั้น แต่จะใช้เป็นปุ่มบนคอนโทรลเลอร์ในการเลือกแทน ซึ่งจุดมุ่งหมายหลักของการสร้าง Studybox คือใช้เป็นสื่อสำหรับการเรียนรู้ของเด็ก ตามเนื้อหาของเทป โดยจะมีแค่เสียง กับเพลงเท่านั้น

Power Pad

อุปกรณ์รูปร่างคล้ายแผ่นรองเต้นของเครื่อง PS1 ที่แรกเริ่มเดิมทีผลิตโดย Bandai ในปี 1986 สำหรับ Famicom จะเรียกว่า Family Trainer ส่วน NES จะเรียกว่า Family Fun Fitness มีทั้งหมด 12 ปุ่ม ซึ่งหลังจากทาง Bandai นำออกจำหน่ายที่อเมริกาแล้ว Nintendo จึงได้ซื้อลิขสิทธิ์และจัดจำหน่ายต่อในปี 1988 ในนามว่า Power Pad พร้อมกับเกม World Class Track Meet โดย Power Pad นั้นจะมีทั้ง Side A8 ปุ่ม และ B12 ปุ่ม (Side A ไม่ค่อยใช้กัน) โดยเพื่อนๆ สามารถชมตัการใช้งานได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=JjS71YRCBw4
 
Famicom Modem/Teleplay Modem

 

ผลิตในปี 1988 เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เนตของเครื่อง Famicom และ NES (ไฮโซ๊... ไฮโซ) แต่ก็ไม่ใช่เอาไว้ใช้เล่น Multiplayer หรืออะไรนะครับ แต่มีไว้เพื่อเชื่อมต่อเซอเวอร์ของ Nintendo ที่มี content ต่างๆ เช่นดาวน์โหลด DLC เล็กๆ มาเล่น หรือเพื่อดูพยากรอากาศเป็นต้น

Famicom Titler

จะเรียกว่าอุปกรณ์ก็คงไม่ได้ เพราะเจ้าสิ่งนี้เหมือนเป็นเครื่อง Famicom อีกเครื่องหนึ่งเลยทีเดียว เกิดมาจากการร่วมมือกันของ Nintendo และ Sharp (อีกแล้ว) ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ในปี 1989 ราคา 43000 เยน เป็นเครื่อง Famicom รุ่นเดียวที่สามารถปล่อยสัญญาณภาพ RGB ได้ และให้ภาพที่คมชัดกว่า C1 NES TV ซะอีก นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องแรกมี output สัญญาณ S-Video นอกจากนี้ยังรองรับคีย์บอร์ด และมีระบบ Touch Screen อีกด้วย ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้อุปกรณ์ตัวนี้ในการ Edit Demo เกมได้เองด้วย

Karaoke Studio

อีก 1 อุปกรณ์เสริมจาก Bandai ในปี 1987 ช่วงที่คาราโอเกะกำลังเฟื่องฟู โดยเกมคาราโอเกะนั้นสามารถให้คะแนนจากเสียงร้องของคนผ่านอุปกรณ์ Karaoke Studio ได้อีกด้วย ผ่านการเล่น 4 โหมด คือ
- Lesson (ร้องเพลงตามใจฉัน)
- Competition (ร้องแบบ Famicom Got Talent โดยมีกรรมการ 3 คนให้คะแนน)
- Super Star (เหมือนกับ Competition แต่เอาจริงเอาจังกว่าคือร้องเพื่อเป็น The Star)
- Game Show (ฟังตัวอย่างเพลง และทายชื่อเพลงให้ถูกต้อง)

Famicom 3D System

แว่นตาสามมิติ ที่ต้องเชื่อมต่อกับเครื่อง Famicom มีขายเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้นเช่นกัน ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้ สามารถกรองภาพของเกมบางเกมให้ออกมาเป็น 3 มิติได้ ถึงจะมีผู้ให้ความสนใจมากแค่ไหน แต่ด้วยเกมที่ออกมาซัพพอร์ตนั้นมีแค่ 7 เกมเท่านั้น นอกจากนี้เกม ที่สร้างมาเป็นแบบ 3D นั้นหากมองด้วยตาเปล่านานๆ แล้วจะปวดหัวเป็นอย่างมาก จึงไปได้ไม่ไกลดังที่ตั้งเป้าไว้ครับ

Exciting Boxing

เกม Exclusive ที่ขายพร้อมตุ๊กตาล้มลุกอัดลมหน้าตาคล้าย ลุงโมริ โคโกโร่ นี้เป็นอุปกรณ์สุดไฮเทคยิ่งกว่าเครื่องเกมยุคต่อๆ มาซะอีก โดยมีเซนเซอร์รับแรงกระแทกอยู่ภายในซึ่งสามารถระบุแรงหมัดที่ต่อยลงไปในเกมได้ ไม่ว่าจะเครียดมากจากไหน, เพื่อนแบน, แฟนทิ้ง,ปลิงกัดหัว, หัวหน้างานกึ่มกึ๊ม, Barrettez เขียนข่าวไม่ถูกใจจอร์จ ก็สามารถกลับบ้านมาระบายกับลุงโมริได้ตลอดเวลา จึงเป็นอุปกรณ์ที่ขายดีมาก ถึงแม้แพคเกจจะใหญ่เกะกะแค่ไหนก็ตาม

Top Rider

หากเพื่อนๆ คิดว่า Exciting Boxing ไฮเทคแล้วล่ะก็ มีไฮเทคยิ่งกว่านั้นครับ มันคือ Top Rider นี่เอง อุปกรณ์ที่ทำให้เพื่อนๆ เหมือนมีตู้เกมมอเตอร์ไซด์อยู่ในบ้าน โดยกว่าจะเล่นได้ เพื่อนๆ ต้องต่อสายและอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อยซะก่อน เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอยากแว๊นซื้อไปให้ลูกๆ ซ้อมแว๊นกันแต่เด็ก แต่อุปกรณ์นี้มีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือ ผู้ใหญ่เล่นไม่ได้ครับ >_<

N Family Computer

ปิดฉากยุคของ Famicom อย่างแท้จริงด้วยเครื่องเกม Nintendo Entertainment System (Model NES-101) และ Family Computer (model HVC-101) เครื่องเกมรุ่นสุดท้ายของ Famicom และ NES (ไม่นับ Super Famicom นะครับ) ซึ่งผลิตออกมาในเดือนตุลาคมปี 1993 จนเลิกผลิตในเดือนมีนาคมปี 1994 ซึ่งก็มีการปรับปรุงระบบภาพและเสียงที่ดียิ่งขึ้นแต่ด้วยความที่ยังไง มันก็เป็นแค่เครื่อง Famicom ซึ่งตอนนั้น Nintendo เองก็มุ่งเน้นไปที่ Super Famicom มากกว่าด้วย

แถมท้ายกับเกม"กาก"สุดๆ ของเครื่อง Famicom เท่าที่เคยมีมาครับ

เพื่อนๆ คงเคยสงสัยสินะครับ ว่าเกมอะไรกันนะ ที่ "กาก" สุดๆ แล้วของเครื่อง Famicom อันนี้ไม่ได้มาจากผมเป็นคนตัดสินคนเดียวนะครับ เพราะไม่ว่าจะใครก็ตาม ทั้งฝรั่งหรือญี่ปุ่น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันกว่าเกมนี้ "กาก" จริง ซึ่งนั่นก็คือเกม Action 52 ครับ กากยังไง ผมบรรยายไม่ถูก ต้องพิสูจน์ด้วยตาเพื่อนๆ เองครับ กับคลิปรีวิวเกมๆ นี้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=vBk7BTGM8cw

เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ กับโปรเจ็กต์ปลีกย่อยทั้งหลายของ Nintendo สำหรับเครื่อง Famicom และ NES อาจจะมีหลายอย่างที่เพื่อนๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อนสินะครับ ต่อไป ผมจะนำเสนอประวัติของเครื่องเกมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เท่าที่เคยมีมา อยากรู้สินะครับว่ามันคืออะไร รอติดตามอ่า่นได้วันอังคารหน้านะครับ ^^

แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ