***บทความนี้มีการดัดแปลงและเรียบเรียงใหม่จาก https://twinfinite.net***

เราคงจะได้เห็นกันไปแล้วนะครับว่าเกม Resident Evil 2 นั้นสามารถจุดกระแสเกมแนวสยองขวัญให้กลับมาคึกคักได้ แม้ว่าเวอร์ชั่นรีเมคกับเวอร์ชั่นดั้งเดิมจะเว้นช่วงห่างกันนานถึง 21 ปีแล้วก็ตาม และล่าสุดก็ดูเหมือนจะมีกระแสเรียกร้องให้ Capcom นำ Resident Evil 3 มารีเมคเพิ่มอีกภาคด้วยซ้ำไป ซึ่งนอกเหนือไปจากซีรีส์ Resident Evil แล้ว ก็ยังมีอยู่อีกหลายซีรีส์ที่บรรดาเกมเมอร์ทั่วโลกอยากให้ค่ายเกมที่ถือครองสิทธิ์ในซีรีส์เหล่านั้นหันมาปัดฝุ่น และนำมารีเมคตาม Resident Evil 2 บ้าง โดยจะมีซีรีส์อะไรบ้างนั้น เรามาชมกันเลยดีกว่าครับ


1. Parasite Eve
เกมนี้ถือเป็นซีรีส์แนวสยองขวัญยุคบุกเบิกของ Squaresoft (หรือ Square Enix ในปัจจุบัน) เลยครับ แถมยังเป็นการดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเรื่องเดียวกัน และมีการใช้โลเคชั่นในเกมที่อิงตามสถานที่จริงคือกรุงนิวยอร์คด้วย นอกจากนี้ ธีมของตัวเกมก็มาในแนวไซไฟ มีอิงเรื่องของชีววิทยามาเป็นพล็อตเรื่องเช่นกัน แม้ว่าเกม Parasite Eve จะมาในแนวกึ่งสยองขวัญ แต่โครงสร้างของเกมเพลย์ก็ยังมีกลิ่นอายของความเป็น RPG สอดแทรกอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นระบบการสวมใส่อาวุธชุดป้องกัน หรือระบบการเก็บเลเวลเพื่อเพิ่มความสามารถตัวละคร ตามแบบฉบับของค่ายตัวพ่อแห่งเกมแนว RPG อย่าง Square Enix เปี๊ยบเลย


2. Clock Tower
สำหรับซีรีส์ Clock Tower นี้ มีจุดเริ่มต้นด้วยความเป็นเกมแนว Point and Click ที่เคยได้รับความนิยมอยู่ในช่วงปลายทศวรรษ 90 และมีจุดเด่นอยู่ตรงที่การทำเส้นเรื่องให้แตกหน่อออกเป็นหลายๆ เหตุการณ์ ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น ตลอดจนช่วงเวลาที่ผู้เล่นกระทำสิ่งต่างๆ ก็มีผลกับความเป็นไปของเรื่องราวด้วย ซึ่งเอกลักษณ์อีกอย่างของ Clock Tower ก็คือรูปลักษณ์ของมนุษย์กรรไกร ที่เป็นตัวร้ายประจำซีรีส์นั่นเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้ยินเสียงกรรไกรดังฉับๆ ก็เหมือนเป็นการสั่นโสตประสาทเรากลายๆ แล้วว่า “ต้องหาที่ซ่อนแล้วเฟ้ยยยย!”
แต่สิ่งที่เกมเมอร์ยุคนี้อาจต้องทำใจก่อนจะให้ซีรีส์นี้ถูกนำมารีเมคก็คือ ระบบ Point and Click ที่เราต้องเลื่อนเคอร์เซอร์ไปมาในจอแล้วคลิกเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุนั้นๆ มันล้าสมัยไปมากแล้วหากเทียบกับเกมยุคปัจจุบันที่เน้นฉับไว ผู้เล่นต้องคิดเร็วทำเร็ว ดังนั้นหาก Clock Tower จะมีการรีเมคเกิดขึ้น เราอาจจะได้เห็นเกมเพลย์ที่เน้นแอ็กชั่นมากกว่าเดิม และมีการปรับปรุงแก้ไขในข้อด้อยที่ Clock Tower 3 เคยประสบมาอย่างหนักครับ


3. Fatal Frame
Fatal Frame เป็นซีรีส์เกมสยองขวัญที่มีเครื่องหมายการค้าเด่นชัดคือรูปแบบเกมเพลย์ที่เราต้องตามไปถ่ายภาพบรรดาผีที่อยู่ตามฉาก ซึ่งก็มีทั้งผีที่สถิตอยู่เป็นที่ๆ และผีพยาบาทที่จ้องจะเล่นงานเรา โดยธีมของผีที่ปรากฏส่วนใหญ่ก็ผีญี่ปุ่นดีๆ นี่แหละครับ กาลเวลาผ่านไป ซีรีส์ก็ทำมาหลายภาค แต่ความนิยมก็เสื่อมถอยตามไปด้วย ปัญหาแรกที่เกมเมอร์บ่นกันก็คือ ตัวเกมแทบไม่กล้านำเสนออะไรที่ให้เกมเมอร์รู้สึกว้าวได้อีกเลย หนำซ้ำเกมเพลย์ภาคแรกเคยทำมายังไง ภาคหลังๆ ก็ยังดูเดิมๆ แค่เปลี่ยนโลเคชั่นและเพิ่มชนิดผีเข้ามาบ้างเท่านั้น ไปๆ มาๆ Koei Tecmo ก็หันไปเพิ่มชุดวับๆ แวมๆ ให้ตัวเอกใส่ล่าท้าผีซะงั้น กลายเป็นว่าแทนที่จะได้กลัวผี ก็ต้องมาเห็นฉากเซอร์วิสไปโดยปริยาย


4. Silent Hill
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อละครับว่า หนึ่งในซีรีส์อันโด่งดังของ Konami อย่าง Silent Hill ก็มีช่วงพีคที่สั้นเหลือเกิน โดยภาคที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็เป็นช่วงภาค 2 กับ 3 จากนั้นมาก็ค่อยๆ สาละวันเตี้ยลง บุคลากรที่เคยพัฒนาซีรีส์นี้สมัยแรกๆ ก็ทยอยลาออกไปจาก Konami พอโยกโปรดักชั่นไปให้สตูดิโอต่างประเทศช่วยทำ ก็ดันไม่ปังเท่าที่ภาคเก่าเคยทำไว้เสียอีก กระทั่งเมื่อปี 2014 ก็มีกระแสว่า ฮิเดโอะ โคจิม่า ตัดสินใจหยิบซีรีส์นี้มาทำภาคใหม่ แต่ก็ดันเกิดดราม่าระหว่างเจ้าตัวกับ Konami เสียก่อน โปรเจ็กต์ก็เลยโดนยุบ และเราก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับซีรีส์นี้อีกเลย ตอนนี้เลยได้แต่ภาวนาว่า Konami จะเพลาๆ เรื่องการทุ่มทุนไปกับตู้ปาจิสล็อต แล้วหยิบซีรีส์นี้มารีเมคสักทีเถิด อย่างน้อยก็น่าจะให้คนก่นด่า Konami น้อยลงไปได้บ้างนะ


5. Dino Crisis
ดูทรงแล้ว ซีรีส์นี้น่าจะมีความหวังมากที่สุดในลิสต์ที่กล่าวมาทั้งหมดครับ เพราะ Capcom เองก็พยายามจะโยนหินถามทางเกมเมอร์กันอยู่ว่ามีซีรีส์ไหนอยากให้นำกลับมารีเมคบ้างมั้ย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะดูยอดขายควบคู่ไปด้วย ถ้าซีรีส์ไหนลองเชิงด้วยรีมาสเตอร์แล้วยอดขายไม่เวิร์ค ก็อาจเท ไม่รีเมคไปเลย เป็นต้น โดยหาก Capcom มีการนำ Dino Crisis มารีเมคจริง เราอาจจะได้เห็นไดโนเสาร์ในเกมมีลูกเล่นที่แพรวพราวมากขึ้นตามเทคโนโลยีการพัฒนาเกมสมัยนี้ ซึ่งเราก็ได้แต่รอว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่เท่านั้นครับ

ข่าวประชาสัมพันธ์

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น