และแล้วเราก็มาถึงช่วงสัมภาษณ์ทีมพัฒนากลุ่มสุดท้ายของงาน E3 2018 ที่ทางทีมงาน OS ได้มีโอกาสไปสัมผัสมาเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแล้วครับ โดยกลุ่มที่ว่านี้คือทีมผู้พัฒนาเกม Dragon Quest XI จากบริษัท Square Enix ได้แก่คุณฮิคาริ คุโบตะ (ซ้าย) ตำแหน่ง Assistant Producer, คุณโฮคุโตะ โอคาโมโตะ (กลาง) ตำแหน่ง Producer และคุณทาเคชิ อุจิคาวะ (ขวา) ตำแหน่ง Director ที่จะมาอธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ ระหว่างการพัฒนาเกมดังกล่าวครับ เรามาชมบทสัมภาษณ์กันเลย


OS: เป้าหมายแรกตอนที่คุณเริ่มสร้างเกม Dragon Quest XI คืออะไรครับ?
A: ด้วยความที่เกม Dragon Quest ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่มานานกว่า 30 ปีแล้ว ดังนั้นเป้าหมายหลักๆ ของเกมภาคนี้ก็คือการรักษาผู้เล่นเดิมที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเกมเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็อยากจะทำให้ผู้เล่นใหม่ๆ สามารถเข้าถึงตัวเกมได้ในเวลาเดียวกันด้วยน่ะครับ


OS: อะไรคือจุดที่ยากที่สุดในการสร้างเกม Dragon Quest XI ครับ?
A: สิ่งที่ยากที่สุดของตัวเกมภาคนี้ก็คือการคิดว่าจะทำยังไงให้สามารถสานต่อตำนานของ Dragon Quest ต่อไปได้อย่างราบรื่นครับ ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว มันยากตรงที่เราต้องมานั่งคิดว่าจะทำยังไงถึงจะสามารถทำให้ทั้งผู้เล่นเก่าและผู้เล่นใหม่สามารถเข้าถึงเกมได้ทั้งคู่นั่นแหละครับ และการจะหาคำตอบให้กับคำถามนั้น เราก็ต้องย้อนกลับไปคิดใหม่ตั้งแต่แรกว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เกม Dragon Quest เป็น Dragon Quest ได้จนถึงทุกวันนี้ และเราก็ตัดสินใจได้ในที่สุดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเกมนี้ก็คือเนื้อเรื่องของเกมนั่นเอง พวกเราจึงตั้งใจว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาในส่วนของเนื้อเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งจุดที่ยากที่สุดก็คือช่วงของการไตร่ตรองจนได้คำตอบนี้ออกมานั่นละครับ


OS: คุณคิดว่าการพัฒนาเกมโดยใช้ Unreal Engine 4 นั้นยากกว่าการใช้เอนจิ้นของตัวเองในภาคก่อนๆ รึเปล่าครับ?
A: สำหรับเกม Dragon Quest นั้น ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคใหม่ของเกมนี้เลยล่ะครับ เราต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะมากๆ และถ้าพูดกันตามตรงแล้ว เราก็ไม่ได้มีตัวเลือกอะไรเท่าไหร่ นอกจากการใช้ Unreal Engine 4 เพราะถ้าหากเรายังต้องสร้างเอนจิ้นของตัวเองขึ้นมาอีก การพัฒนาคงใช้เวลามากกว่านี้อีกโขเลยละครับ นอกจากนี้ ทางเราเองก็อยากจะพัฒนาเกมให้เสร็จทันในช่วงงานเฉลิมฉลอง 30 ปีของเกม Dragon Quest ด้วย และ Unreal Engine นั้นก็เป็นตัวเลือกที่ดีและเร็วที่สุดสำหรับตอนนี้ครับ


OS: มีคอนเซ็ปต์หรือระบบเกมอะไรบ้างครับที่คุณจำเป็นต้องตัดทิ้งไปในภาค 11 และอยากที่จะนำกลับมาอีกครั้งในเกมภาคถัดๆ ไป?
A: จริงๆ แล้วในตอนแรกเราตั้งใจจะให้เกมนี้เป็นเกมแนวโอเพ่นเวิลด์ครับ แต่พอลองย้อนกลับมาดูเป้าหมายดั้งเดิมของเราที่อยากจะเน้นไปที่ด้านเนื้อเรื่อง อยากจะถ่ายทอดเนื้อเรื่องที่มีนัยให้กับผู้เล่นแล้ว เรากลับพบว่าแนวเกมแบบโอเพ่นเวิลด์กับการพัฒนาเนื้อเรื่องให้ดีนั้นมันไปด้วยกันไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องตัดระบบโอเพ่นเวิลด์ออกไปก่อนเพื่อที่จะได้เน้นไปที่การถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เป็นหลักครับ แล้วพอเราตัดสินใจตัดระบบนี้ออกไปแล้ว เราก็พบว่าเราสามารถจะโฟกัสไปที่เนื้อเรื่องของตัวเกมได้มากขึ้น ซึ่งผมก็รับรองได้เลยว่ามันจะต้องทั้งเข้มข้นและหนักแน่นอย่างแน่นอน


OS: คุณอยากจะให้เกม Dragon Quest XI นี้ออกวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกเหมือนอย่างเกม Final Fantasy รึเปล่าครับ หรือคุณคิดว่าจะเป็นการดีกว่าถ้าหากจะทิ้งช่วงการวางจำหน่ายตัวเกมที่แปลภาษาและพากย์เสียงทับเรียบร้อยแล้วห่างออกไปสักหน่อย?
A: อยากให้ออกวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกเลยครับ


OS: คุณชื่นชอบตัวละครตัวใดมากที่สุดในเกม Dragon Quest XI ครับ และเพราะเหตุใดถึงชอบตัวละครตัวนั้น?
A: คุณอุจิคาวะชอบ Veronica ทางด้านคุณโอคาโมโตะชอบ Selina และแอบบอกด้วยว่าเพราะเธอเป็นตัวละครที่เจ๋งมากๆ ส่วนคุณคุโบตะก็ชอบ Veronica เหมือนกัน แต่เหตุผลคงบอกไม่ได้ เดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์ไปซะก่อน แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่เน้นเนื้อเรื่องเป็นหลัก ตัวละครแต่ละตัวจะไม่ได้เป็นแค่ตัวดำเนินเรื่องเท่านั้น แต่คุณจะได้ทำความรู้จักกับตัวละครพวกนี้มากขึ้นในระหว่างการเล่นด้วย ในช่วงแรกคุณอาจจะมองตัวละครตัวนึงว่าน่ารัก แต่ถ้าเล่นๆ ไปแล้ว คุณอาจจะพบว่าภายใต้ความน่ารักนั้นมันมีอะไรมากกว่าที่คิดก็ได้


OS: มีอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ของเกม Dragon Quest ทั้งหน้าเก่าและใหม่บ้างมั้ยครับ?
A1: จริงๆ ตัวเกมของเราก็ดังในระดับหนึ่งอยู่แล้วนะครับ แต่เราก็ยังอยากให้คนที่เล่นเกมนี้ได้มานั่งเล่นด้วยกันหน้าจอทีวี ไม่ว่าคุณจะเป็นเพื่อน แฟน หรือครอบครัวเดียวกัน เราก็อยากให้คุณได้มานั่งเล่นเกมพร้อมๆ กัน มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มาร่วมสนุกไปด้วยกันแทนที่จะนั่งเล่นอยู่คนเดียว ยิ่งถ้าหากเป็นผู้เล่นเก่าที่รู้จักกับเกมนี้มาร่วม 30 ปีแล้ว ก็อยากจะให้ชวนเพื่อน ชวนผู้เล่นใหม่ๆ มาทำความรู้จักกับเกมนี้เพิ่มขึ้นครับ
A2: ในสมัยก่อนนั้น เกมญี่ปุ่นอย่างเกม Dragon Quest นั้นจะมีกลิ่นอายเป็นญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ ทำให้ผู้เล่นต่างชาติอาจจะไม่เข้าใจมุกตลกหรือเรื่องขำขันภายในเกม แต่สำหรับในภาคนี้เราได้มีการจ้างทีมแปลที่มีฝีมือมาทำการแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ ดังนั้นผู้เล่นทุกชาติน่าจะเข้าถึงเรื่องราวและมุกตลกต่างๆ ภายในเกมได้ง่ายขึ้นครับ

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์