ล่าสุดกำลังเป็นประเด็นร้อนฉ่าสะท้านวงการคอนโซล เมื่อ Mat Piscatella ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ของสถาบันวิจัย Circana ออกมาเปิดเผยข้อมูลยอดขายแผ่นเกมฝั่ง PlayStation ในอเมริกา ซึ่งขัดแย้งกับกระแสเรียกร้องของเกมเมอร์บนโลกออนไลน์อย่างสิ้นเชิง!
เรื่องของเรื่องคือ หลังจาก SIE (Sony) ประกาศช็อกโลกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมว่า 'จะเลิกผลิตแผ่นเกม (Physical Disc) สำหรับเกมใหม่ของ PS ทั้งหมดตั้งแต่มกราคม 2028 เป็นต้นไป' ก็เกิดทัวร์ลงยับเยิน! มีเกมเมอร์เข้าไปลงชื่อคัดค้านบน Change.org ในแคมเปญ "Don’t Kill the Disc" ทะลุ 3.3 แสนคน แถมยังถล่มคอมเมนต์ใต้คลิปตัวอย่างเกม Marvel’s Wolverine บน YouTube ไปมากกว่า 1 แสนคอมเมนต์เพื่อเรียกร้องให้ Sony เปลี่ยนใจ!
แต่ทว่า... พอส่องดู 'ยอดขายจริง' แล้วมันตลกร้ายมาก! Mat Piscatella ออกมาดักดราม่าและแซะแรงใส่พวกเก่งแต่พิมพ์คอมเมนต์ว่า 'การพิมพ์คอมเมนต์เรียกร้องบนอินเทอร์เน็ตมันทำง่าย แต่ในชีวิตจริง คนซื้อแผ่นกลับน้อยลงจนน่าใจหาย!'
ข้อมูลชี้ชัดว่าในอัปเดตสัปดาห์ล่าสุด มีเกม PS แบบแผ่นแค่ 2 เกมเท่านั้น ที่ทำยอดขายเกิน 10,000 แผ่นในอเมริกา! และตลอดทั้งปีนี้ มีเกม PS ที่ขายแผ่นได้เกิน 100,000 แผ่นเพียงแค่ 7 เกมเท่านั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น สถิติล่าสุดของ Sony เองก็ระบุว่า ยอดขายเกมแบบดิจิทัลดาวน์โหลดพุ่งสูงถึง 78% ส่วนแบบแผ่นเหลือส่วนแบ่งตลาดแค่ 22% เท่านั้น (และในไตรมาสล่าสุดดิ่งลงเหลือแค่ 15%!) ซึ่งนี่แหละคือเหตุผลหลักที่ทำให้ Sony ตัดสินใจตัดใจเลิกผลิตแผ่นดิสก์

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าแผ่นเกมจะตายสนิททุกแพลตฟอร์ม! เพราะฝั่ง Nintendo Switch 2 เกมอย่าง Cyberpunk 2077 Ultimate Edition กลับทำยอดขายแบบแผ่นสูงถึง 75% เนื่องจากตลับมีความจุ 64GB แบบ Plug and Play (เสียบปุ๊บเล่นได้เลยไม่ต้องรอดาวน์โหลดเพิ่ม) และโดยรวมปู่ค่าย N ยังรักษาสัดส่วนการขายแผ่นได้สูงถึง 45.4% เลยทีเดียว!
สรุปคือ วงการเกมกำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว แม้แฟน ๆ จะโวยวายเพราะกลัวเรื่องการครอบครองเกมและสิทธิ์ของบัญชีที่อาจโดนระงับ แต่ยอดขายแผ่นที่ดิ่งเหวกลายเป็นตัวยืนยันว่า 'ปากบอกรักแผ่น แต่กดซื้อดิจิทัล' กันหมดนั่นเอง!

แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station