ดูเหมือนว่าการที่ Sony ตัดสินใจยุติการผลิตแผ่นเกม PlayStation จะกลายเป็นประเด็นเดือดที่หลาย ๆ คนออกมาให้ความสนใจกัน โดยล่าสุด Mike Ybarra อดีตประธานของค่ายเกมพ่อมดน้ำแข็ง Blizzard ก็ได้ออกมาร่วมแสดงความคิดเห็นกับกรณีนี้ด้วย โดยเรียกร้องให้ทางค่ายหันมาใส่ใจและไม่ละเลยปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อบันเทิง พร้อมทั้งเตือนสติว่าไม่ควรปล่อยให้ผู้เล่นต้องจมอยู่กับความกังวลว่าเกมที่ตนเองซื้อมาจะสูญหายไปในอนาคต
อดีตบอสใหญ่เผยว่าส่วนตัวแล้วเขาไม่ได้เป็นนักสะสมและมักจะซื้อแต่เกมแบบดิจิทัลอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ได้ส่งผลกระทบกับเขาโดยตรง แต่เขาก็เองรู้สึกขัดใจถ้าต้องได้เห็นเด็ก ๆ ที่ตื่นเต้นกับของขวัญในวันพิเศษอย่างวันคริสต์มาส แต่ต้องมาเสียเวลานั่งเซ็ง รอดาวน์โหลดเกมและแพตช์อัปเดตเครื่องอีกนานหลายชั่วโมงกว่าจะได้เล่นเกม แม้จะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงก็ตาม เพราะส่วนตัวแล้ว มนต์ขลังอันแสนวิเศษในวัยเด็กที่ทำให้เขาตกหลุมรักวงการเกม ก็คือการได้เปิดของขวัญและเล่นเกมได้แบบทันทีนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม อดีตบอสใหญ่ของ Blizzard ก็ไม่ได้เรียกร้องว่าทาง Sony ควรเดินหน้าทำเกมแผ่นต่อไปเรื่อย ๆ เท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญที่ควรทำคือ ทางค่ายเกมควรทำ "คำมั่นสัญญาดิจิทัล" ทางค่ายต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับคลังเกมดิจิทัลเพื่อให้ความมั่นใจว่าเกมเหล่านั้นคือสิทธิ์ของผู้เล่นจริงๆ และผู้ให้บริการจะไม่มีสิทธิ์สั่งปิดการเข้าถึงแบบดื้อๆ โดยไม่ได้มีเหตุผลอันสมควรเหมือนพวกเกมมัลติเพลเยอร์ เพราะยังไงเสียผู้เล่นไม่ควรต้องอยู่กับความหวาดระแวงว่าเกมที่ซื้อมาจะเล่นได้หรือไม่ในอนาคต

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการพัฒนาระบบแบ่งปันหรือแชร์เกมให้ดีกว่านี้ เพราะการ์ให้เพื่อนยืมเกมควรจะทำได้ง่าย ๆ ราวกับ "ยื่นแผ่นเกมให้กัน" แม้จะมีข้อจำกัดได้ แต่ในกรณีส่วนใหญ่ ก็ควรทำให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล โดยอาจจะจำกัดวงแชร์เพื่อนและครอบครัวไว้ที่ 3, 6 หรือ 9 คน แล้วทำให้เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมนี้ไปเลย
นอกจากนี้ เขายังย้ำถึงด้วยว่าถึงเวลาที่ต้องปฏิรูประบบร้านค้าดิจิทัลที่หยุดนิ่งมานานเสียที ทางแพลตฟอร์มควรจะสร้างตลาดที่ผู้เล่นสามารถนำเกมดิจิทัลมือสองมาขายคืนให้กับชุมชนผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อแลกเป็นเครดิตหรือเงินสด ซึ่งทางแพลตฟอร์มก็สามารถหักค่าธรรมเนียมจากส่วนนี้ได้ แม้ว่าทางผู้สร้างเกมอาจจะไม่ปลื้มกับไอเดียนี้ก็ตาม แต่คุณ Ybarra มองว่ายังไงเสีย ตลาดเกมมือสองก็ยังคงเป็น "สิ่งที่จำเป็นที่ต้องมี" เพื่อถึงความเป็นมิตรต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง

คุณ Ybarra ยังฝากด้วยว่าสิ่งสำคัญคือการสื่อสารอย่างจริงใจ ค่ายเกมต้องแสดงให้เห็นว่ามีแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจนและแสดงความใส่ใจต่อเกมเมอร์ หากผู้เล่นได้รับความมั่นใจและความอิสระ เกมเมอร์ก็พร้อมที่จะอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว เราก็คงต้องรอดูทิศทางและมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมจากทาง Sony กันต่อไป ว่าจะมีแนวทางในการคุ้มครองผลประโยชน์ของทั้งผู้สร้างเกม และปกป้องสิทธิของฝั่งผู้บริโภคอย่างไรบ้าง เพื่อให้วงการเกมสามารถเดินหน้าและเติบโตต่อไปได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืนในอนาคต
แปลและเรียบเรียงจาก
Dexerto
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station