ฮิเดอากิ นิชิโนะ (Hideaki Nishino) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sony Interactive Entertainment (SIE) ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าว Famitsu ของญี่ปุ่น โดยเขาเชื่อว่าเกมแนวไลฟ์เซอร์วิสเป็นคอนเทนต์ที่ดึงดูดผู้เล่นในระดับโลก ทางบริษัทจึงต้องการที่จะชุบชีวิตตลาดนี้ต่อไป ผ่านตัวเกมทั้งจาก 1st Party และ 3rd Party ซึ่งจะไม่เพียงแค่มุ่งเน้นไปที่การโปรโมตเกมออกใหม่เท่านั้น แต่จะพิจารณาถึงสิ่งที่ยังสามารถทำได้กับเกมเก่า ๆ ที่เปิดให้เล่นไปแล้ว ในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย อีกทั้งในปีนี้ก็มีแผนที่จะปล่อยเกมไลฟ์เซอร์วิสในสังกัดของตัวเองอย่าง Marvel Tokon: Fighting Souls และหวังว่าทุกคนจะสนุกกับมันครับ

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าบทสัมภาษณ์ที่ว่านี้น่าจะมีการสัมภาษณ์เอาไว้ก่อนหน้ามาสักพักหนึ่งแล้ว เนื่องจากมีความเห็นที่คุณนิชิโนะเคยพูดไว้เกี่ยวกับเกณฑ์ที่ PlayStation ใช้ตัดสินใจว่าเกมไหนควรเป็นเกมเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบนเครื่อง PlayStation เท่านั้น และเกมไหนควรนำไปลง PC ด้วย โดยข้อความเหล่านี้เคยถูกโพสต์และมีการพูดถึงบนเว็บไซต์ ResetEra ไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนนั่นเอง
สำหรับบทสัมภาษณ์นี้มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ Sony เพิ่งประกาศเลิกจ้างพนักงานในสตูดิโอ Bungie เป็นจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเพิ่งเข้าซื้อกิจการสตูดิโอแห่งนี้เมื่อปี 2022 ด้วยมูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 120,000 ล้านบาท) โดย ณ เวลานั้น จิม ไรอัน (Jim Ryan) ที่ยังดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SIE ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Gamesindustry.biz ว่าข้อตกลงในการซื้อขายดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกมมัลติเพลเยอร์และเกมแนวไลฟ์เซอร์วิสเพียว ๆ

ขณะเดียวกัน หากนับย้อนไปในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ Sony มีเกมแนวไลฟ์เซอร์วิสเพียงเกมเดียวที่ประสบความสำเร็จอย่างดี นั่นก็คือ Helldivers 2 ที่มีรายงานว่าทำยอดขายไปได้มากกว่า 20 ล้านชุด และทำรายได้ไปมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 23,300 ล้านบาท) เลยทีเดียว
แปลและเรียบเรียงจาก
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station