ในช่วงสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานหลุดมาก่อนว่า Microsoft กำลังวางแผนที่จะปิดตัวสตูดิโอในสังกัดหลายแห่ง ได้แก่ Compulsion Games (ที่เคยทำเกม We Happy Few กับ South of Midnight), Double Fine (ที่เคยทำเกม Keeper) และ Ninja Theory (ที่เคยทำเกม Hellblade) รวมถึงสตูดิโออื่น ๆ ที่อาจจะมีเพิ่มเติม โดยหากไม่เป็นการยุบสตูดิโอเหล่านี้ทิ้งก็อาจจะเป็นการ "ปลด" ออกจากการเป็นสตูดิโอในสังกัดของ Xbox กลายเป็นค่ายเกมอิสระไปแทน ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในมาตรการเลิกจ้างพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายและปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ก็ว่าได้
ทว่าล่าสุดได้มีรายงานระบุอีกว่า Microsoft นั้นทราบดีอยู่แล้วว่าพวกเขาจะปิดสตูดิโอ Ninja Theory ก่อนที่จะมีการประกาศเปิดตัวเกม Hellblade ภาคใหม่ที่มีชื่อว่า Senua ไลฟ์สตรีมงาน Xbox Games Showcase เพียงไม่กี่วันด้วยซ้ำ และสอดคล้องกับรายงานอีกฉบับที่เผยว่าทั้ง Ninja Theory, Compulsion Games และ Double Fine กำลังเจรจากับ Microsoft เพื่อขอซื้อกิจการคืนให้ตัวเองได้เป็นอิสระจากกัน ซึ่งเมื่อเป็นอิสระแล้ว เท่ากับว่าทางสตูดิโอจะต้องบริหารกันเอง พร้อมกับต้องหาเม็ดเงินลงทุนจากภายนอกในการทำโปรเจกต์ถัดไปจากนี้ครับ

นอกจากนี้ คุณ Stephen Totilo ผู้สื่อข่าวจาก Game File.news ได้กล่าวเสริมว่าการที่ Microsoft วางแผนที่จะปิดตัวหรือแยกทางกับ Ninja Theory ก่อนที่เกม Senua จะเปิดตัว เพราะพวกเขาคาดหวังว่าการประกาศเปิดตัวจะช่วยดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนภายนอกให้เข้ามาซ์้อกิจการของ Sena Theory นั่นเอง
ขณะเดียวกัน คุณ Asha Sharma ซีอีโอคนล่าสุดของ Xbox ก็เพิ่งมีแจ้งกับพนักงานเป็นการภายในไปว่าบริษัทได้ใช้เงินไปมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 650,000 ล้านบาท) กับการลงทุนที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ด้วยความที่รายได้ต่อปีดันลดลงเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน จึงไม่สามารถดำเนินการลงทุนตามที่กล่าวไว้ข้างต้นได้อีกต่อไป อีกทั้งคุณ Craig Duncan ผู้บริหารของ Xbox Game Studios ที่ดูแลภาพรวมของสตูดิโอกับเกมต่าง ๆ ในสังกัดก็ดันลาออกไปในเวลาไล่เลี่ยกันด้วย

น่าสนใจว่าชะตากรรมของบรรดาค่ายในสังกัดของ Xbox จะเป็นอย่างไรต่อไป คุณ Asha จะสามารถแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ได้หรือไม่ ต้องรอดูกันครับ
แปลและเรียบเรียงจาก
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station