เกมเมอร์อย่างพวกเราเคยสงสัยกันไหมว่า ระหว่างโหมดจัดอันดับสุดตึงที่ต้องสู้กันเอาเป็นเอาตายกับโหมดเล่นขำ ๆ ชิล ๆ กับเพื่อน ฝั่งไหนมันดึงดูดใจและทำให้คนอยากเล่นเกมนั้นไปนาน ๆ มากกว่ากัน?
และล่าสุดมีทีมนักวิจัยระดับโลกจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กและมหาวิทยาลัยชิคาโก ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้เล่นจากดาต้าเกมกีฬาระดับ 100 ล้านก๊อปปี้แบบเจาะลึก แล้วเอาผลลัพธ์มาแชร์ให้เราฟังกันแบบเคลียร์ ๆ บอกเลยว่าผลวิจัยชิ้นนี้อาจจะทำให้ผู้พัฒนาเกมหลายค่ายต้องหันกลับมาคิดทบทวนเรื่องการออกแบบโหมดเกมกันใหม่เลยทีเดียวล่ะ!
งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลการเล่นเกมอย่างละเอียด ทั้งระยะเวลาในการเล่น โหมดที่เลือก และประวัติการเติมเงินของเกมเมอร์ โดยแบ่งผู้เล่นออกเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ตัวแม่ท็อป 20% กับกลุ่มผู้เล่นทั่วไปสายชิล

ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า กลุ่มตัวแม่ฮาร์ดคอร์นั้นจะปักหลักเล่นแต่โหมดแข่งขันจัดอันดับอย่างสม่ำเสมอแบบไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากกลุ่มผู้เล่นทั่วไปที่จะค่อย ๆ ใช้เวลาค้นหาแนวทางที่ตัวเองชอบไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนชั่วโมงบิน ยิ่งเล่นเยอะก็ยิ่งเข้าใจรสนิยมตัวเองชัดขึ้น ทีมนักวิจัยจึงได้สร้างแบบจำลองพฤติกรรมเพื่อทดสอบว่า หากตัวเกมมีการปรับเปลี่ยนโหมดหรือปล่อยโหมดการเล่นออกมาช้าเร็วต่างกัน จะส่งผลต่อพฤติกรรมคนเล่นอย่างไรบ้าง
สิ่งที่น่าทึ่งจากการจำลองผลลัพธ์ก็คือ โหมดตึงเครียดกับการเล่นขำ ๆ มันส่งผลต่อพฤติกรรมคนละแบบอย่างสิ้นเชิง หากเกมนั้นตัดโหมดแข่งกันเองออกไปเหลือแต่โหมดชิล ๆ ผลปรากฏว่าเวลาเล่นต่อรอบของเกมเมอร์จะนานขึ้นก็จริง แต่ความต้องการที่จะเปิดเกมเข้ามาเล่นในวันต่อ ๆ ไปจะลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย

ในทางกลับกัน ถ้าเกมมีแต่โหมดแข่งขันเพียว ๆ แม้เวลาเล่นต่อรอบจะไม่ได้ยาวนานมาก แต่โอกาสที่ผู้เล่นจะล็อกอินกลับเข้ามาเล่นเกมสม่ำเสมอในระยะยาวกลับมีสูงกว่ามาก เนื่องจากโหมดแข่งขันเป็นตัวเร่งให้ผู้เล่นเกิดการสะสมฝีมือและพัฒนาทักษะตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้คนอยากกลับมาเล่นซ้ำนั่นเอง
นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าช่วงเวลาสัปดาห์แรก ๆ ที่เกมวางจำหน่ายคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะหากผู้พัฒนาเกมตัดสินใจปล่อยโหมดแข่งขันออกมาล่าช้าเกินไป มันจะไปขัดขวางการสะสมฝีมือของผู้เล่นในช่วงต้น ส่งผลให้ดาต้าความอยากเล่นเกมในอนาคตลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยก็ไม่ได้บอกว่าโหมดไหนดีกว่าโหมดไหน เพราะทางออกที่ดีที่สุดคือการผสมผสานโหมดใหม่ ๆ ที่ให้น้ำหนักความตึงและความชิลต่างกันออกไป เช่น การเพิ่มโหมดเน้นแข่งจะช่วยดึงคนหน้าใหม่ให้เข้ามาลองได้ดี ส่วนการเพิ่มโหมดชิล ๆ ที่เน้นการ co-op เล่นกับเพื่อนก็จะช่วยดึงให้คนนั่งแช่อยู่ในเกมนานขึ้นต่อการเล่นหนึ่งครั้ง ถือเป็นดุลยภาพที่ผู้พัฒนาเกมต้องบริหารจัดการให้ดี โดยเฉพาะในยุคที่เกมออนไลน์แนว Live-service กำลังครองเมืองแบบนี้
งานวิจัยชิ้นนี้เลยสะท้อนให้เห็นชัด ๆ เลยว่า อาการปากด่า "เกมหมา" แต่ยังก้มหน้าก้มตาเล่นไม่เลิกเนี่ย ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะสำหรับเกมเมอร์สายตึงแล้ว การได้เข้าไปหัวร้อน โดนตบยับ ๆ แต่ได้เห็นฝีมือตัวเองพัฒนาขึ้น มันคือความฟินที่โหมดชิลไหน ๆ ก็ให้ไม่ได้ สุดท้ายปากบอกพอ แต่ใจน่ะเหรอ... ขออีกตาเถอะน่า!!!!

แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station