นับตั้งแต่ที่ทำลายสถิติยอดขายสูงสุดไปในปีงบประมาณ 2020 ที่ 58.4 ล้านชุด เกมในเครือของ Sony ทั้งสำหรับ PS4 และ PS5 ก็ทำยอดขายได้น้อยลงเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปี และต่ำจนเหลือไม่ถึงครึ่งของจุดสุดยอดที่ 28.9 ล้านชุดในปีงบประมาณ 2024 แต่ล่าสุดเทรนด์การร่วงโรยดังกล่าวก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว เพราะจากการเปิดเผยยอดขายอย่างเป็นทางการของ Sony ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่า ปีงบประมาณ 2025 ที่สิ้นสุดไปในเดือนมีนาคม 2026 นั้น เกมในเครือของ Sony ทำยอดขายรวมไปได้ 32.1 ล้านชุด นับเป็นครั้งแรกที่ยอดขายโตขึ้นหลังจากยอดตกอย่างต่อเนื่องมานานถึงสี่ปี

ช่วงปีงบประมาณ 2020 นอกจากเกมดังที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับแพลตฟอร์ม PlayStation ได้เป็นอย่างดีทั้ง The Last of Us Part II, Ghost of Tsushima, Marvel's Spider-Man: Miles Morales, และภาครีเมคของ Demon’s Souls แล้ว อีกปัจจัยก็คือการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องกักตัวกันอยู่ที่บ้านแทบจะตลอดเวลา จนทำให้ยอดขายเข้าถึงสื่อบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ โตขึ้นในทุกวงการ แต่หลังจากนั้นเราก็จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นเกม IP ใหม่หรือเกมภาคต่อ มันก็ไม่สามารถคงความนิยมของช่วง COVID-19 ได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมภาคต่อชื่อดังอย่าง God of War Ragnarök และ Marvel's Spider-Man 2 หรือเกม IP ใหม่เจ้าของรางวัล Game of the Year อย่าง Astro Bot ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้เกมในเครือของ Sony มียอดขายที่โตขึ้นในปีงบประมาณล่าสุดก็คือจำนวนผู้ใช้เครื่อง PS5 ที่เพิ่มมากขึ้นผ่านหลัก 90 ล้านเครื่องไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเกมฟอร์มยักษ์ที่ออกมาในช่วงปลายปีก่อนอย่าง Ghost of Yōtei ที่ Sony บอกว่าตัวเกมทำยอดขายได้รวดเร็วกว่า Ghost of Tsushima ในระยะเวลาที่เท่ากันเสียอีก แล้วในปีนี้ Sony ก็จะมี Marvel's Wolverine ช่วงกลางเดือนกันยายน ตามมาด้วย Until Dawn 2 ภายในปีหน้า และอีกเกม IP ใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยที่ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายอย่าง Intergalactic: The Heretic Prophet โดยทีมงาน Naughty Dog เช่นกัน
แปลและเรียบเรียงจาก
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station