ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ายอดขาย Nintendo Switch 2 ในประเทศญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นราว 200,000 เครื่องต่อสัปดาห์ เนื่องจากผู้คนแห่กันไปซื้อหลัง Nintendo ประกาศเตรียมขึ้นราคาจาก 49,980 เยน (ประมาณ 10,200 บาท) เป็น 59,980 เยน (ประมาณ 12,300 บาท) ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ซึ่งจากการเก็บข้อมูลของ Famitsu สื่อเกมรายใหญ่ของญี่ปุ่นทำให้เราพบว่า ในสัปดาห์หลังจากการขึ้นราคามีผลบังคับใช้ ยอดขายของ Nintendo Switch 2 ในประเทศญี่ปุ่นก็ลดลงทันทีถึง 87% ลงมาอยู่ที่ 31,751 เครื่องต่อสัปดาห์

จริงอยู่ที่ตัวเลข 87% จะเป็นยอดที่ถูกเอาไปเทียบกับช่วงที่คนแห่กันไปซื้อเพราะกลัวการขึ้นราคา แต่หากนำยอด 31,751 เครื่องในสัปดาห์ล่าสุดไปเทียบกับช่วงเวลาปกติก่อนมีการประกาศเตรียมขึ้นราคา เครื่อง Nintendo Switch 2 ก็ขายได้ราว 44,000 - 52,000 เครื่องต่อสัปดาห์ ก็ยังถือว่าลดลงไปอยู่พอสมควร โดยเหตุผลของการขึ้นราคาในครั้งนี้ คุณชุนทาโร่ ฟุรุคาวะ (Shuntaro Furukawa) ประธานของ Nintendo เคยกล่าวไว้ว่า เป็นเพราะราคาของชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ที่จำเป็นต่อการผลิตเครื่องเกมนั้นเพิ่มสูงขึ้นมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปในระยะยาว Nintendo จึงจำเป็นต้องเลือกรักษาผลกำไรของบริษัทไว้ แทนที่จะยอมแบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

อย่างไรก็ตาม Nintendo Switch 2 ก็ยังถือว่าเป็นเครื่องเกมยอดนิยมของผู้เล่นชาวญี่ปุ่นอยู่เหมือนเดิม เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา เครื่อง PS5 ก็ทำยอดขายตามอยู่ห่าง ๆ ที่ราว 8,000 เครื่อง ในขณะที่ Xbox Series X|S ขายไปได้แค่ราว 1,000 เครื่องเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าจับตาดูต่อจากนี้ก็คือ Nintendo จะเข็นเกมที่มีคุณภาพออกมาได้มากแค่ไหน ผู้บริโภคถึงจะรู้สึกว่า Nintendo Switch 2 ยังเป็นเครื่องเกมที่คุ้มค่าเงินอยู่ แม้จะผ่านการขึ้นราคามาแล้วก็ตาม
แปลและเรียบเรียงจาก
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station