ถ้าอยากให้ Para ของเราใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเกม Paralives เราก็ต้องมีเงินมาจุนเจือไลฟ์สไตล์ของเรา ซึ่งช่องทางหลักคือการหาประกอบอาชีพนั่นเอง ซึ่งในเกมนี้มีสายอาชีพให้เลือกทำมากมาย แต่การที่ตัวละครของเราจะมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าทำงานได้หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับแต้มการสมัครงาน (Application Points) เป็นหลัก เมื่อได้งานทำแล้ว พวกเขาก็สามารถไต่เต้าเลื่อนขั้นเพื่อรับเงินเดือนที่สูงขึ้น พร้อมทั้งใช้แต้มอัปเกรดเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานหรือรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้ด้วย
ขณะที่เขียนอยู่นี้ Paralives ยังอยู่ในช่วง Early Access เนื้อหาต่าง ๆ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
ระบบการงานอาชีพใน Paralives
วิธีหาและสมัครงาน

สำหรับวิธีหางานก็ทำได้ง่าย ๆ แค่คลิกที่ตัว Para เลือกคำสั่งใช้โทรศัพท์ (Use Phone) แล้วกดหางาน (Find a job) หรือจะหางานผ่านคอมพิวเตอร์และตามป้ายประกาศรับสมัครงานทั่วเมืองก็ได้เช่นกัน (แอบใบ้ว่าเกมนี้มีสูตรโกงเกี่ยวกับอาชีพให้เลือกใช้หลายสูตรเลยนะ!)

แต้มการสมัครงานนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมาก นอกเหนือจากงานระดับ 1 ที่ไม่ต้องใช้แต้มอะไรเลย งานในระดับอื่น ๆ จะต้องการแต้มการสมัครงานให้เท่ากับระดับของตำแหน่งนั้น ๆ ซึ่งแต้มเหล่านี้จะได้มาจากทักษะที่เราอัปเลเวล ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา หรือแม้แต่ค่าสถานะและ Vibe ประจำตัวละคร โดยเราสามารถเช็กหน้าต่างแต้มได้ว่าตอนนี้มีแต้มเท่าไหร่และงานที่เล็งไว้ต้องการกี่แต้มได้ง่าย ๆ แค่เอาเมาส์ไปชี้ที่ประกาศรับสมัครงานนั้น นอกจากนี้ ถ้าเราสมัครงานกับนายจ้างเดิมที่ทำงานให้อยู่แล้ว จะได้รับโบนัสแต้มพิเศษสำหรับการสมัครงานภายในอีก 3 แต้ม และถ้า Para ของเราเป็นสายฮา (Jester) ก็อาจจะมีสุ่มรับแต้มเพิ่มอีก 5 แต้มในบางครั้งด้วย
รายการงานในเกมจะอัปเดตใหม่ทุกวัน ซึ่งจะมีทั้งระดับ ค่าจ้าง และแต้มที่ต้องการแตกต่างกันไป บางตำแหน่งอาจโผล่มาให้เห็นในหลายหมวดหมู่ เช่น งานเฉพาะทางที่พ่วงตำแหน่งระดับการจัดการเข้าไปด้วย ที่สำคัญคือเราสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ตราบใดที่ตารางเวลาไม่ชนกัน ซึ่งเราก็สามารถเข้าไปปรับตารางงานเพื่อจัดสรรเวลาให้ Para ของเรารับงานเพิ่มได้
วิธีลาออกจากงาน

ทีนี้ถ้าทำงานไปแล้วรู้สึกไม่เวิร์ก อยากลาออกก็ทำได้ง่าย ๆ แค่เข้าไปที่แท็บ Occupations แล้วเลื่อนไปด้านล่างเพื่อเลือก 'Quit Job' หรือจะหยิบมือถือขึ้นมาหางานใหม่เลยทั้ง ๆ ที่ยังมีงานอยู่ก็ทำได้ และในแท็บนี้เรายังสามารถปรับเปลี่ยนตารางงานที่ด้านล่างได้ด้วย
ระบบใบเตือน (Strike)

Para คนไหนที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ก็เตรียมตัวรับใบเตือน (Strike) จากที่ทำงานได้เลย ซึ่งถ้าสะสมครบ 3 ใบเมื่อไหร่ Para ของเราจะถูกไล่ออกทันที แต่ใบเตือนพวกนี้จะมีอายุแค่ 14 วัน ดังนั้นถ้าไม่อยากถูกไล่ออก ก็แค่ระวังอย่าให้โดนเตือนครบ 3 ครั้งภายในเวลาสองสัปดาห์ก็พอ หรือถ้าใครมีไอเทม Story Cards อย่างการ์ด Moon Book ก็สามารถใช้ลบใบเตือนที่มีอยู่ได้เช่นกัน แถมเรายังเข้าไปปรับเกณฑ์การประเมินผลงานสำหรับใบเตือนใน Storyteller Settings ให้ที่ทำงานใจดีขึ้นได้ด้วย
ระบบแต้มอัปเกรด (Upgrade Points)

เมื่อ Para ของเราทำงานเสร็จในแต่ละวัน นอกจากจะได้รับค่าจ้างแล้ว ยังมีโอกาสได้แต้มอัปเกรด (Upgrade Point) ติดมือกลับมาด้วย โดยโอกาสที่จะได้นั้นขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์บนหลอดประสิทธิภาพการทำงานในแท็บ Occupations ยิ่งทำผลงานได้ดีก็ยิ่งมีโอกาสได้แต้มสูง ซึ่งแต้มอัปเกรดนี้สามารถนำไปใช้เลื่อนขั้นตำแหน่ง (Job Rank) เพื่ออัปเงินเดือน หรือจะเอาไปปลดล็อก Job Perk ใหม่ ๆ ก็ได้
โดยเราสามารถสวมใส่ Perk ได้สูงสุดครั้งละ 3 อันเท่านั้น ถ้าอยากใช้อันใหม่ก็อาจจะต้องถอดอันเก่าออกก่อน และ Perk พวกนี้แหละคือช่องทางที่จะทำให้เราได้วันหยุดพักร้อน (Vacation Days) มาใช้งาน ดังนั้นถ้าอยากให้ Para ได้พักผ่อนก็อย่าลืมมากดรับสิทธิประโยชน์ตรงนี้กันด้วยล่ะ

ท้ายที่สุดนี้ ประสิทธิภาพการทำงานนั้นจะได้รับผลกระทบจากลักษณะนิสัยของ Para เช่น Vibe ประจำตัว อารมณ์ในปัจจุบัน และทักษะที่จำเป็นสำหรับงานนั้น ๆ หากอยากพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เคล็ดลับก็คือการดูแลหลอดความต้องการของ Para ให้เต็มอยู่เสมอ เพื่อให้พวกเขาไปทำงานอย่างมีความสุข และอย่าลืมเพิ่มทักษะที่จำเป็นผ่านการให้ตัวละครนั่งอ่านหนังสือแนว DIY หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงสามารถใช้ Story Cards เพื่อบูสต์ประสิทธิภาพการทำงานได้อีกทางหนึ่งด้วย
ระบบอาชีพในเกมนี้ถือว่ามีความลึกและจำลองชีวิตการทำงานออกมาได้สนุกทีเดียว ไม่ว่าจะอยากปั้นตัวละครให้เป็นพนักงานดีเด่นหรือทำงานควบหลายจ๊อบเพื่อสร้างฐานะ ก็สามารถทำได้ตามใจชอบ ลองเอาข้อมูลเหล่านี้ไปวางแผนเส้นทางอาชีพให้ Para ของเพื่อน ๆ กันดูนะครับ
แปลและเรียบเรียงจาก
TheGamer
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station