รีวิวเกม Mixtape - สุนทรียะแห่งเรื่องราวที่เคล้าท่วงทำนองเพลง

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวเกม Mixtape - สุนทรียะแห่งเรื่องราวที่เคล้าท่วงทำนองเพลง

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยครับ กับเกมนอกกระแสที่จู่ ๆ ก็มีกระแสถาโถมเข้ามาอย่างล้นหลาม ซึ่งสาเหตุก็คงหนีไม่พ้นสื่อใหญ่หลายเจ้ารวมไปถึง IGN ที่ให้คะแนนเกมนี้ที่ 10 คะแนนเต็ม ตัวเกมถูกตราหน้าว่ายัดเงินซื้อคะแนนจากสื่อ และถูกก่นด่าว่าไม่ควรเรียกว่าเป็นเกมเสียด้วยซ้ำ วันนี้พวกเราทีมงาน Online Station ที่ลองซื้อเกมนี้มาเล่นกันหลายคนแบบไม่คิดขอรีฟันด์ จะมีความเห็นอย่างไร มาชมกันได้ในบทความรีวิว Mixtape นี้เลยครับ

Mixtape

ผู้พัฒนา: Beethoven & Dinosaur
แนวเกม: ผจญภัย
แพลตฟอร์ม: PS5, Xbox Series X|S, Switch 2 และ PC
วางจำหน่าย: 7 พฤษภาคม 2026

สำหรับเรื่องราวของ Mixtape นั้นจะเล่าถึงคืนสุดท้ายก่อนช่วงจบมัธยมของแก๊งเพื่อน 3 หน่อ ได้แก่ Stacey Rockford ที่เป็นตัวเอก และเพื่อนอีกสองคน คือ Van Slater กับ Cassandra Morino ที่อาศัยอยู่ในเมืองสมมุติชื่อ Blue Moon Lagoon ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเส้นตายคือเช้าวันรุ่งขึ้นที่ Stacey จะต้องบินไปนิวยอร์คเพื่อไล่ตามความฝันกับอาชีพ Music Supervisor หรือผู้ควบคุมและดูแลด้านดนตรี ดังนั้นคืนนี้คือคืนสุดท้ายในช่วงวัยรุ่นของทั้งสาม ก่อนที่ชีวิตและความเป็นผู้ใหญ่จะดึงพวกเขาออกจากกัน

Mixtape

เอาจริง ๆ แล้วต้องบอกว่า ด้วยเซ็ตติ้งภายในเกมนี้ มันมีความเป็นอเมริกันจ๋ามาก ๆ ผสมผสานกับแนว Coming of Age แบบสุดทาง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะไม่เก็ต ไม่อิน ในหนังหรือเกมที่หยิบเรื่องพวกนี้มาเล่ามักจะมีกิมมิควัยรุ่นอเมริกันหรือตะวันตกแฝงมาไม่มากก็น้อย เช่นเรื่องของการไปปาร์ตี้ ออกไปแฮงค์เอาต์นอกบ้าน ไถสเก็ตบอร์ด งานพรอม โร้ดทริป หรือการทำมิกซ์เทปส่งให้กัน ซึ่งมิกซ์เทปมันถือเป็นแกนหลักและจุดสำคัญของเรื่องราว ว่ากันตามตรง สิ่งเหล่านี้ถือว่าค่อนข้างห่างไกลวัฒนธรรมเอเชียหรืออย่างน้อยก็ในไทย ใครที่เติบโตไม่ทันยุค 90 หรือเก่ากว่านั้นอีกนิดหน่อย ก็แทบจะไม่ได้สัมผัสแผ่นไวนิลหรือเทปคาสเซ็ตกันแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยครับที่หลายคนเมื่อดูคลิปตัวอย่างของเกมนี้แล้วจะรู้สึกไม่อิน

Mixtape

ขอย้อนกลับไปเรื่อง Music Supervisor กันสักหน่อยครับ ว่ากันตามตรง นี่เป็นอาชีพที่คนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่ค่อยได้ยินกันเท่าไหร่ จริง ๆ แล้วหน้าที่ของอาชีพนี้คือการคัดเลือกเพลงให้เข้ากับภาพ ไม่ว่าจะเป็นหนัง โฆษณา มิวสิควิดีโอ หรือแม้กระทั่งเกม เพื่อให้ผลงานชิ้นนั้นสื่ออารมณ์ออกมาได้ลงตัวที่สุด ซึ่งตัวเอกของเกมอย่าง Stacey ก็จะทำหน้าที่นี้ตลอดทั้งเกม โดยตลอดระยะเวลาที่เรื่องราวดำเนินไป จะมีบางจังหวะที่เธอหันมามองและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นด้วยการออกมาแนะนำเพลง ศิลปิน และข้อมูลโดยสังเขปของเพลงนี้ ก่อนที่เพลงจะเริ่มบรรเลงและเรื่องราวดำเนินต่อโดยเป็นโครงสร้างที่ถูกร้อยเรียงผ่านคิวเพลงที่เตรียมไว้ 22 เพลงสำหรับทุกช่วงของวัน ทุกแชปเตอร์ ทุกจังหวะที่เป็นแฟลชแบ็ค และทุกโมเมนต์สำคัญของเหล่าก๊วนทั้งสาม

Mixtape

ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการเล่าเรื่องในลักษณะนี้มันมีเอกลักษณ์ดีนะครับ แต่ในทางกลับกันมันก็มีความเฉพาะทางสูงมาก เพราะมันต้องคาดหวังให้ผู้เล่นต้องอินด้วยหลายทาง อย่างแรกเลยคือ คุณต้องอินเรื่องชีวิตวัยรุ่นหรือมีช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่น่าหวนกลับไปคิดถึง อินเรื่องราวประเภท Coming of Age ผ่านการลาจากเพื่อนซี้ที่สนิทกัน รวมไปถึงต้องมีดนตรีอยู่ในหัวใจ มีเพลงที่ฟังแล้วอิน ฟังแล้วมีแรงในการใช้ชีวิต หรือมีเพลงเป็นส่วนสำคัญของชีวิตบ้างไม่มากก็น้อย เพราะ Mixtape มันคือเรื่องราวของวัยรุ่นที่เผชิญปัญหา แล้วจะคิดถึงเพลงที่ฟังหรือเพลงโปรดเป็นอันดับแรก ๆ ในบทสนทนา มีเพลงบางเพลงเป็นแรงบันดาลใจในการมองถึงวันข้างหน้า จดจำคำพูดจากเนื้อเพลงมาปรับใช้ ซึ่งถ้าหากเราไม่ได้มีโมเมนต์หรือจริตแบบนี้บ้างในชีวิตประจำวัน ก็อาจจะจูนติดกับเกมนี้ได้ยากมาก ๆ

Mixtape

ขณะเดียวกัน ศิลปินและวงต่าง ๆ ที่ Stacey เลือกมา ถือว่าค่อนข้างลึกและฮิปสเตอร์เอาเรื่องเลยครับ สารภาพเลยว่าทีมงานเองก็ยังรู้จักไม่ถึง 1 ใน 4 ของเพลงที่ถูกนำมาใช้ในเกมด้วยซ้ำ แถมบางเพลงก็รู้จักแค่ชื่อศิลปินเพียงอย่างเดียว ต้องไปไล่ฟัง ไล่ทำการบ้านเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เพลงที่ทีมผู้พัฒนานำมาใส่ในเกมนั้นเพราะทุกเพลงนะครับ เพียงแค่มันเป็น Vibe เก่า ๆ ที่หลายคนอาจเกิดไม่ทัน แนวเพลงก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นกระแสหลักในปัจจุบัน ถ้าจะให้เปรียบก็คงเหมือนเอาวัยรุ่นสมัยนี้มาดูหนังอย่าง Suck Seed ก็คงไม่ค่อยอินกับศิลปินและเพลงที่อยู่ในหนังเท่ากับคนเจน Y อย่างทีมงานส่วนใหญ่ใน OS เช่นกัน

Mixtape

ถึงแม้ว่าวิธีการเล่าและอารมณ์ที่เกมนี้ต้องการจะสื่อมันค่อนข้างถูกใจทีมงานพอสมควร แต่แง่ของเกมเพลย์ก็ต้องยอมรับครับว่ามันค่อนข้างบางเอาเรื่องอยู่ โดยมันเป็นมินิเกมให้กดตามจังหวะขำ ๆ และไม่ได้ส่งผลอะไรมากนักต่อการเล่น ความจริงจังของระบบจับจังหวะมันไม่ได้แม้แต่ครึ่งของเกมแนว Rhythm เลย หากแต่เหมือนการดูมิวสิควิดีโอที่เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับมันได้แค่นั้น แต่ส่วนตัวเข้าใจได้ในจุดนี้ครับ เพราะสิ่งที่ทางผู้พัฒนาต้องการคือคงอยากให้ผู้เล่นได้ดื่มด่ำไปกับการฟังและดูงานภาพเก๋ ๆ ตรงหน้ามากกว่าจะไปโฟกัสกับการกดจังหวะที่เป็นแค่องค์ประกอบเสริม

Mixtape

ความสุนทรีย์ของเกมคือช่วงเวลาที่เพลงเด่นขึ้นมาและเริ่มบรรเลง ซึ่งตัวละครจะไหลตามเพลงไปด้วยกัน บางเพลงผู้เล่นต้องบังคับตัวละครหน่อย ๆ บางเพลงไม่จำเป็นต้องบังคับเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ดีงามคือคุณจะได้เห็นงานภาพที่มันเปลี่ยนอารมณ์ไปตามเนื้อหาของเพลงนั้น ๆ โดยมีอยู่หลายเพลงที่เปลี่ยนทั้งโทนภาพ เฉดสี และบรรยากาศโดยรอบให้มันเข้ากับอารมณ์ของเพลงแบบเซอร์เรียล และด้วยความที่เกมนี้เลือกจะโยนเกมเพลย์แบบ Walking Simulator เข้ามาใช้ทั้งเกม ดังนั้นถ้าหากผู้เล่นไม่ได้เข้าใจหรืออินในเซ็ตติ้งของเกมนี้ มันก็จะกลายเป็นอะไรที่ต่อไม่ติดไปเลยโดยปริยาย

Mixtape

สรุปแล้วเกมนี้คงเป็นเกมที่เฉพาะทางมาก ๆ แหละครับ เพราะตัวเกมเล่นท่ายาก แถมระยะเวลาในเกมก็สั้น ดังนั้นการเล่นบน Game Pass หรือรอลดราคาอาจจะรู้สึกคุ้มกว่า สุดท้ายด้วยจริตของทีมงานเอง ก็คงไม่สามารถตัดสินว่าเกมนี้เป็นเกมแย่หรือเกมคว่ำได้เหมือนกัน ด้วยความที่เกมไม่ได้เล่าเรื่องแบบวิชวลโนเวลจ๋า ๆ ที่มีหลายเส้นเรื่องหรือหลายเส้นทางให้เลือก แต่เป็นเส้นตรงเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่งก็ตาม ซึ่งบรรยากาศ เพลงต่าง ๆ มันถือว่าถูกจริตทีมงานพอสมควร ถึงแม้หลาย ๆ เพลงจะเพิ่งได้ฟังครั้งแรกจากเกมนี้ก็ตามที เอาเป็นว่าถ้าคุณชอบการฟังเพลง มีความพยายามศึกษาแนวเพลงต่าง ๆ มาบ้าง อย่างน้อยถ้าไม่อินกับเรื่องราวของตัวละครในเรื่อง ก็น่าจะเปิดโลกการฟังเพลงได้ไม่น้อยละครับ

คะแนน 7.5 / 10


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Vesper
About the Author

Vesper

Life without passion is not living, it's just existing.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ