คิดว่าใครที่เคยประทับใจเกมฝ่าดงกระสุนแล้วเกิดตายวนเวียนอย่าง Returnal น่าจะรอคอยการมาถึงของ SAROS เกมแนวเดียวกันจากค่ายพัฒนาเดียวกันจากสตูดิโอ Housemarque อยู่ไม่น้อยครับ เพราะต้องยอมรับว่าเกมทรงคล้ายๆ กันนี้มีตัวเลือกไม่ค่อยเยอะนักในตลาด แถมถ้าจะหาทีมที่ปรุงรสเกมให้อร่อยปากถึงเครื่องก็ยิ่งน้อยลงไปอีก ดังนั้นแล้วความคาดหวังของแฟนๆ ที่มีต่อ SAROS จึงพุ่งสูงอย่างช่วยไม่ได้
ข่าวดีก็คือหลังจากถูกทาง Sony ไทยเชิญไปลองเล่นอยู่ราวๆ 3 ชั่วโมงก็พบว่าในภาพรวมนั้นต้องบอกว่าเกมค่อนข้างดูดีเลยทีเดียวครับ ออกตัวก่อนว่าตัวผมเองไม่เคยเล่น Returnal มาก่อน แต่ก็พบว่าไม่มีปัญหากับการเล่นแต่อย่างใด นอกจากนี้เพื่อนๆ สื่อฯ อีก 2 ท่านในรอบเดียวกันซึ่งเคยเล่น Returnal มาก่อนนั้น ต่างก็ยืนยันว่า Saros คือพัฒนาการในอีกระดับที่ลงตัวมากขึ้นของ Returnal ไม่ว่าจะในพาร์ทของแอคชั่น หรือการเคลื่อนไหวที่ปราดเปรียวหวือหวาทวีความมันส์มากยิ่งขึ้นในแทบทุกส่วนสัด และด้านล่างนี้คือความรู้สึกคร่าวๆ หลังจากที่ได้ทดสอบเกมไปราวๆ 3 ชั่วโมงครับ
เรื่องราวที่งำความลับและถูกนำเสนออย่างมีจังหวะน่าสนใจ
SAROS จะเล่าถึงตัวเอกอย่าง "อรชุน เทวราช" เจ้าหน้าที่ของหน่วย Soltari ที่ถูกส่งมากู้ภัยอาณานิคมมนุษย์บนดาว Carcosa พร้อมกันนั้นตัวเขาเองก็มีเป้าหมายส่วนตัวคือการตามหาคนๆ หนึ่งให้เจอให้จงได้
ในตอนเริ่มเกมเราแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาเลย หากเกมเต็มเปิดขึ้นมาไม่ต่างกับเวอร์ชั่นทดสอบก็อาจหมายความได้ว่าเป็นความตั้งใจของทีมพัฒนาที่อยากให้ผู้เล่นปะติดปะต่อเรื่องราวในองค์รวมเอาเอง ในช่วง 10 นาทีแรกเราจะถูกสอนเพียงการเล่นพื้นฐานขณะที่ในมิติของด้านเนื้อเรื่องผู้เล่นจะรับรู้เพียงแค่กระทาชายนายอรชุนของเราตื่นขึ้นมาบนดาวที่อารยธรรมล่มสลาย ตัวเขาจะห้อยจี้รูปดวงอาทิตย์ไว้ราวกับเป็นของสำคัญ พูดแค่ราวๆ ว่า "ต้องช่วยเธอให้ได้" จากนั้นเมื่อคุณตายครั้งแรก เกมจะขึ้นเพลง OP แล้วอรชุนจะมาโผล่ที่ The Passage ฐานบัญชาการของเจ้าหน้าที่ Soltari ที่ก็วุ่นวายเพราะสมาชิกสูญหายไปกว่าครึ่ง แถมตัวเอกของเรายังถูกบอกอีกว่าตัวเรานั้นหายไปหลายวัน และไม่มีใครรู้เลยว่าเราหายตัวไปไหน
ถ้าถึงตรงนี้ยังแคตช์อัปไม่ทันก็ไม่เป็นไรครับ เพราะจริงๆ แล้วเกมดูจะจงใจเหลือช่องว่างหรือรอยโหว่เอาไว้ให้ผู้เล่นค่อยๆ หาจิ๊กซอว์มาเติมเอาภายหลัง แถมตัวผู้เล่นเองในช่วงนั้นอาจจะยังไม่ได้สนใจเนื้อเรื่องมากนักเนื่องจากต้องเอาเวลาไปโฟกัสกับการศึกษาเกมเพลย์ของตัวเกมก่อน ทั้งนี้หลังลองไปได้ 3 ชั่วโมง ก็ยังอาจไม่ได้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นเท่าไหร่ แต่เกมจะค่อยๆ เล่าผ่านบทสนทนาหรือบันทึกต่างๆ ภายในเกมที่ต้องไล่เก็บไล่หาตามฉาก หรือในบางครั้งการตายของเราก็จะช่วยให้เราเห็นเนื้อเรื่องหรือคำบอกใบ้ต่างๆ เพิ่มเติม จัดว่าเป็นการเล่าที่น่าสนใจและมีชั้นเชิงไม่เบา

ตายแล้วเกิด ตายแล้วแกร่ง
SAROS ยังคงมีคอนเซปต์เกิดตายวนเวียนเพื่อผ่านด่านคล้ายๆ กับผลงานก่อนหน้าอย่าง Returnal แต่อาจจะไม่ลำเค็ญเท่าเพราะเกมมาพร้อมโปรเกรสชั่นแบบใหม่ที่เมื่อตัวละครตายก็สามารถนำแต้มที่ได้กลับไปเสริมแกร่งให้ตัวละครได้แบบถาวรก่อนจะหวนกลับมาบู๊ใหม่ พูดง่ายๆ คือตัวละครอรชุนจะเก่งขึ้นในทุกครั้งที่ตายลงไป ทำให้สามารถสู้กับศัตรูสุดหินได้อย่างสูสีมากขึ้นในทุกๆ รอบหลังจากที่แตกพ่าย ถึงอย่างนั้นเกมก็อาจจะไม่ได้ใจดีขนาดว่ายอมให้ผู้เล่นตายจนอัปเกรดพลังของอรชุนมาเต็มสตรีมได้ เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งผู้เล่นจะเจอผังสกิลคอขวดที่ต่อให้แต้มเยอะขนาดไหนก็ปลดขั้นถัดไปไม่ได้จนกว่าจะเคลียร์เงื่อนไขบังคับคือต้องปราบบอสประจำฉากให้ได้ก่อนนั่นเอง
ทั้งนี้ในช่วงทดสอบหรือในช่วงแรกของเกม สกิล 2 ผังแรกที่มีให้อัปเกรดจะเป็นเหมือนไฟต์บังคับที่เน้นในแง่ของพวกค่าพลังพื้นฐาน ก่อนจะไปแตกย่อยสายในภายหลัง ซึ่งผมเล่นไม่ถึงเพราะยังปราบบอสไม่ได้ในเวลา 3 ชั่วโมง ดังนั้นแล้วในช่วงนี้จะเป็นเหมือนการเรียนรู้ระบบเกมพื้นฐานทั้งหมดและบอสตัวแรกก็จะเป็นบททดสอบสุดท้ายว่าคุณพร้อมจะก้าวเข้าสู่โลกของ SAROS ที่แท้จริงแล้วหรือยังนั่นเอง

อุปราคามหาภัย
ชื่อของ SAROS นั้นมาจากภาษาทางดาราศาสตร์ที่ใช้เรียกปรากฎการณ์อุปราคา (สุริยะคราส, จันทรคราส) เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้เกมนั้นมีความท้าทายขึ้น กล่าวคือเมื่อตัวเกมเข้าสู่เฟสของอุปราคาแล้ว ทิวทัศน์ของฉากจะแปรเปลี่ยนไปในโทนของความเป็นคอสมิคเฮอเรอร์มากยิ่งขึ้น และศัตรูเองก็จะแกร่งขึ้น อึดขึ้น โจมตีได้แรงยิ่งขึ้น แถมแรงขึ้นไม่พอมันยังมาพร้อมสถานะคอรัปชั่นที่หากอรชุนโดนโจมตีเข้าก็จะถูกลด Max HP ลงให้ตายง่ายขึ้นอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตามเฟสของอุปราคานั้นจะเกิดขึ้นในช่วงหลังของด่านเมื่อตัวละครเราฟาร์มของมาได้ระดับหนึ่งแล้ว แม้จะท้าทายขึ้นมหาศาลแต่ก็พอสู้ได้ด้วยอุปกรณ์และ Artifact ที่ดีขึ้น บังเกิดเป็นความมันส์ที่ต้องใช้ทักษะการบังคับที่รวดเร็วและแม่นยำในการเอาตัวรอดไปสู่ห้องบอสให้จงได้
แต่หากคุณฝ่าฟันจนได้เจอบอสแล้วเกิดพลาดท่าขึ้นมาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเดินไกลขนาดนั้นครับ (หรืออย่างน้อยๆ ก็ในช่วงต้นเกม) เพราะแม้จะยังกลับมาเกิดใน The Passage เหมือนเช่นปกติ แต่รอบนี้เมื่อคุณวิ่งฝ่าไปจนถึงฉากที่จะเปลี่ยนเฟสเป็นอุปราคาแล้ว ผู้เล่นก็สามารถเลือกได้ว่าจะวิ่งฝ่าด่านอุปราคาอีกรอบเพื่อฟาร์มของเพิ่มก่อน หรือจะวิ่งเข้าห้องบอสตรงๆ เลยก็ได้ เพราะหากคุณคิดว่าอัปเกรดพลังอรชุนมาแข็งพอแล้ว จะรัชบอสเลยก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

พลิ้วไหวในดงกระสุน
ผู้พัฒนาย้ำหนักย้ำหนาว่า SAROS ไม่ใช่ Bullet Hell แต่พวกเขาเรียกมันว่า Bullet Ballet (บุลเล็ตบัลเลต์) กล่าวให้เห็นภาพชัดก็คือแม้กระสุนจากศัตรูจะถาโถมหนักหน่วง แต่อรชุนจะทำได้มากกว่าแค่หลบไปมาอย่างตัวเอกเกม Returnal เพราะตัวของอรชุนนั้นนอกจากจะแดชเพื่อหลบกระสุนได้แล้ว ตัวเขายังมีโล่ที่จะดูดซับกระสุนของศัตรูมาเป็นพลังงานของตัวเองได้อีกด้วย ก่อให้เกิดมิติที่หลากหลายมากขึ้นในการเล่น แต่แน่นอนว่าโล่พลังงานก็ไม่ได้อมตะอะไร มันมีลิมิตของมัน ดังนั้นแล้วในการเจอศัตรูแต่ละเวฟจึงต้องพยายามเลือกแนวทางการต่อสู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดรวมถึงเข้ากับอาร์ติแฟคที่เก็บได้ระหว่างทางในรันนั้นๆ ด้วย
โดยในการออกลุยแต่ละรันผู้เล่นจะได้เจอกับฉากที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม ซึ่งเท่าที่สังเกตมันไม่ใช่การสุ่มเจนเนอร์เรตฉากใหม่ทั้งหมด แต่มันคือการที่ทีมงานทำฉากไว้หลายๆ ฉากแล้วให้เกมประมวลผลนำฉากเหล่านั้่นมาผสานเข้าด้วยกันแบบสุ่ม ทำให้เมื่อเล่นไปถึงระยะหนึ่งผู้เล่นอาจจะเริ่มจับทางฉากหลายๆ ฉากได้ครับ แต่เอาล่ะ แม้การทำแบบนี้อาจจะไม่ได้ช่วยให้รู้สึกว่าฉากของเกมมันมีหลายแบบเท่าที่ควร แต่เพราะเป็นงานออกแบบที่พิถีพิถัน ทำให้องค์ประกอบในฉากส่วนใหญ่ล้วนผ่านการคิดมาอย่างดีและมีประโยชน์ต่อเกมเพลย์พอสมควร ไม่ใช่งานเผาๆ แน่นอน
ตัวเกมยังมีความเป็นโร้กไลค์ ด้วยเพราะฉากที่สุ่มอยู่ตลอดก็จะส่งผลกับห้องลับหรือจุดดรอปอาร์ติแฟคตามฉากซึ่งต้องพยายามเดินหาหรือสำรวจ เนื่องจากมันไม่เคยอยู่ในที่เดิม แถมค่าสถานะต่างๆ ยังถูกสุ่มอีกต่างหาก นั่นทำให้ผู้เล่นไม่สามารถแพลนแผนการเล่นหรือบิลด์ล่วงหน้าได้ถนัดถนี่นัก เพราะการสุ่มอาร์ติแฟกนั้นไม่มีการการันตีใดๆ และหลายๆ ครั้งก็ต้องมีการปรับแผนหรือสไตล์การเล่นหน้างานขึ้นอยู่กับค่าพลังอาร์ติแฟกที่สุ่มมาได้ ดังนั้นในตอนจะเก็บอาร์ติแฟคแต่ละชิ้นก็อาจต้องดูให้ดีว่าเราต้องการค่าพลังหรือสกิลเหล่านี้ไหม อีกเรื่องคือช่องเก็บอาร์ติแฟกต์เองก็มีจำกัด ทั้งใน 1 รันเราจะไม่สามารถถอดอาติแฟคอันเดิมทิ้งเพื่อเก็บอันใหม่เมื่อช่องเก็บของเต็มได้ (หรืออย่างน้อยๆ ก็ในเวอร์ชั่นทดสอบ) ทำให้การเลือกเกมอาร์ติแฟกต์แต่ละชิ้นจึงมีความสำคัญที่ในระดับที่ไม่อาจมองข้าม
เช่นเดียวกันกับปืนทีดูเหมือนว่าเราจะเก็บมาใช้ได้เพียงชนิดเดียวเท่านั้น หาดกเจอปืนใหม่ก็มีเพียงจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนปืน ไม่มีการเก็บสแปร์ไว้เป็นปืนสำรอง ถึงอย่างนั้นปืนแต่ละชนิดก็มีออพชั่นรอง เช่นยิงออกมาเป็นกระสุนระเบิดหรือกระสุนกึ่งๆ โฮมมิ่งติดตาม ทำให้แม้อาจจะเป็นปืนชนิดคล้ายๆ การ วิธีใช้ก็อาจไม่ใช่แบบเดียวกันเสมอไป และยังมีการจำตีสำรองที่อรชุนต้องดูดซับเอากระสุนพลังงานของศัตรูมาแปรเปลี่ยนเป็นการชาร์จพลังยิงอาวุธสำรองซึ่งมักเป็นการโจมตีหนักหน่วงรุนแรง คล้ายเป็นการบังคับผู้เล่นกลายๆ ว่าจะหลบศัตรูอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องพยายามหาทางใช้ฟีเจอร์เปิดโล่ดูดซับพลังงานให้ถูกจังหวะอีกด้วย

เพอร์ฟอร์แมนซ์ดีแถมมีภาษาไทย
สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือตัวเกมแม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีและอยู่ในช่วงของการขัดเกลาสุดท้าย ทำให้แม้จะยังคงเห็นบั๊กบ้างประปรายในเวอร์ชั่นที่ทดสอบ แต่ก็เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ ทว่านอกเหนือจากนั้นคือเกมรันได้ลื่นปรี๊ดบนเครื่อง PS5 ตัวอ้วนรุ่นธรรมดาแทบไม่มีจังหวะเฟรมร่วงแม้ตอนที่ศัตรูกลุ้มรุมเข้ามาเต็มจอ แถมภาพก็สวย งานกราฟิกทำได้ดีมีความละเอียดโดยเฉพาะโมเดลตัวละคร แต่เซอร์ไพรส์ที่สุดคงเป็นการที่เกมนี้จะรองรับภาษาไทยเพราะตอนแรกนึกว่าจะไม่มีแล้ว ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และทีมงานก็อยากให้ผู้เล่นเปิดเล่นภาษาไทยกันเยอะๆ เนื่องจากมันมีผลต่อการพิจารณาใส่ซับไตเติ้ลในเกมถัดๆ ไปของ Sony นั่นเอง
ต้องบอกว่าในภาพรวมนั้นถึงแม้ผมเองอาจจะไม่ใช่แฟนเกมแนวนี้เสียทีเดียว แต่ SAROS ก็สร้างความประทับใจให้ผมได้มากมายทีเดียว ด้วยแอคชั่นที่ดุดดันฉับไว การเล่าเรื่องที่ค่อยๆ บอกใบ้พ็อยต์สำคัญทีละนิดราวกับการปอกเปลือกผลส้ม งานภาพและงานศิลป์มีสไตล์ที่น่าสนใจ อีกทั้งตัวเกมก็มีโปรเกรสชั่นชัดเจน ถึงจะตายซ้ำตายซากแต่ก็ไม่รู้สึกว่าเราติดขัดหรือตัวละครหยุดอยู่กับที่ เพราะทุกรันล้วนมีความหมายและทุกการตายล้วนทำให้คุณแกร่งขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลกลั่นรวมกันเป็น SAROS ผลงานเกมที่สามารถเล่นเอามันส์ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยสมใจสมความคาดหมายที่ทีมพัฒนาวาดไว้ รบเถิดอรชุน เตรียมระเบิดความมันส์ใน SAROS พร้อมซับไตเติ้ลภาษาไทย 30 เมษายนนี้บน PS5 ครับ

ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station