God of War Sons of Sparta เป็นเกมที่ถูกพูดถึงอยู่พอสมควรในช่วงแรกที่มันมีการปล่อยขายนะครับ ด้วยการทำชาโดว์ดรอปในวันประกาศ God of War ไตรภาคแรกรีเมค ก็เล่นเอาแฟนๆ ที่รอคอยข่าวดีข่าวใหญ่มานานอดส่งเสียงดังในความไฮป์ไม่ได้
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผานไปไม่นาน หลังควันจางและฝุ่นตลบเริ่มอันตรธาน ก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจาณ์ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่อดีตผู้สร้าง God of War ฉบับดั้งเดิมออกมาจวกเกมนี้ด้วยตนเอง ก็ทำให้ความไฮป์ความตื่นเต้นที่เคยมีลี้หายไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งราคาค่าตัวของเกมที่ไม่ได้อยู่ในเรตเกมราคาไม่แพง ก็ส่งให้หากไม่ใช่แฟนคลับจริงๆ การจะทำใจรูดบัตรซื้อมันมาครอบครองก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
และหลังจากลองได้ใช้เวลาพอสมควรไปกับมัน ผมเองก็รู้สึกว่าเห็นจริงตามนั้น แม้จะรู้สึกว่าในด้านคุณภาพ God of War Sons of Sparta จะไม่ใช่เกมแย่และมีช่วงเวลาที่ดีของมันอยู่ แต่การจะแนะนำให้ผู้คนจ่ายราคาเต็มเพื่อซื้อมันก็อาจไม่อยากแนะนำขนาดนั้น ในเมื่อยังมีเกมที่คล้ายกันเป็นตัวเลือกอีกมากมายซ้ำยังสามารถทำได้ดียิ่งกว่าแถมราคาค่าตัวยังถูกกว่าอีกต่างหาก
เนื้อเรื่อง
จุดขายที่เด่นชัดที่สุดของ God of War Sons of Sparta คือการที่เกมบอกว่าจะพาผู้เล่นไปพบกับการผจญภัยในวัยห้าวเป้งของเครโทสและดีมอสผู้เป็นน้องชาย ในช่วงที่พวกเขากำลังฝึกฝนและเชปตัวเองให้เป็นสุดยอดนักรบแห่งนครรัฐที่โดดเด่นด้านการทหารอย่างสปาร์ตา
ก็คือถ้าจะขายแฟนๆ สิ่งนี้คือหมัดฮุคที่ดีที่สุดของเกมครับ เพราะในเส้นทางแห่งการต่อสู้เราได้เห็นเครโทสในแทบทุกช่วงเวลาแล้ว ทว่ารอบนี้จะได้เห็นช่วงแรกสุดๆ ช่วงที่เขายังเป็นเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป ยังไม่ถูกอาบด้วยความแค้นหรือไอสังหาร ตัวเกมทำได้ดีการการให้ผู้เล่นได้เห็นการพูดคุยที่ดูมีความเป็นมนุษย์ทั่วไปและสมวัยของเครโทสซึ่งปฏิสัมพันธ์กับน้องชายอยู่ตลอดเกม โดยที่จะมีน้ำเสียงของเครเทสในช่วงสูงวัยคอยแทรกในเชิงเล่าเรื่องเป็นระยะๆ นัยว่าเป็นการเล่าถึงอดีตของเขา
จุดนี้คิดว่าโอเคดีสำหรับคนที่อยากเติมเต็มเรื่องราวของเครโทส เพียงแต่แม้จะเป็นจุดที่น่าจะดึงคนมาสนใจได้ ทว่าตัวเกมก็ไม่ได้ขับเน้นการเล่าเรื่องในเชิงของเทคนิคและการนำเสนอขนาดนั้น มันดาษดื่นและธรรมดาแบบชั่วไม่มีดีไม่ปรากฎ เกือบทั้งหมดที่เราเห็นคือการเล่าเรื่องผ่านการคุยกันของตัวละครในมุมมองด้านข้างแบบ 2D ซึ่งนอกจากจะเร้าอารมณ์ไม่ได้แล้ว มันยังเดินเรื่องได้ช้ามากๆ กว่าจะเริ่มน่าสนใจขึ้นมาบ้างก็ปาเข้าไปกลางเกม ซึ่งหลายคนอาจจะรู้สึกว่าเนือยเต็มแก่ ยิ่งพอแบกไอพีอย่าง God of War ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องที่ดุดัน คัตซีนสุดทรงพลัง ทั้งยังเร้าอารมณ์ได้ดีมากๆ แม้อาจเอาเรื่องความเป็นเกมทุนไม่สูงมาพูดก็ยังรู้สึกว่าเกมควรทำได้ดีกว่านี้ครับ





กราฟิก และเพอร์ฟอร์แมนซ์
ที่จริงแล้วมันไม่มีความผิดใดๆ ที่เกมจะเลือกมีกราฟิกแบบ 2.5 มิติ พร้อมเกมเพลย์แบบ Metroidvania เพราะมันราวกับว่าทีมพัฒนาเขาชัดเจนในตัวเองแล้ว ซึ่งว่ากันตรงๆ ผมคิดว่างานศิลป์ของเกมก็ไม่แย่นะ มันมีไดนามิคเบาๆ ในฉากหลังกับงานสไตล์ภาพวาดถือว่าใช้ได้อยู่ แต่ผมแค่ไม่เข้าใจว่าพี่เขาจะทำเลเยอร์ให้มองยากไปไหน ผมคิดว่า Metroidvania ที่ดีต้องชัดเจนว่าจุดไหนปีนได้ไม่ได้ โดดได้ไม่ได้ มีลูกเล่นอะไรในฉาก หรือว่าวิ่งต่อไปห้องไหนได้บ้าง บน ล่าง ซ้าย ขวา ควรจะชัดเจน แต่ในเกมนี้ทุกอย่างกลับดูค่อนข้างยาก แยกไม่ได้ง่ายๆ คือไม่ถึงกับมองไม่ออก แต่มันต้องเพ่งดูหรือลองไปปฏิสัมพันธ์ด้วย จึงจะรู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นไม่ใช่ธรรมดา
คาแรคเตอร์ดีไซน์ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากบ่นเพราะมันดูเด่นไม่มากพอ คือเครโทสเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีความไอคอนิคที่สุดของวงการเกม แต่ในเกมนี้หลายต่อหลายครั้งผมรู้สึกราวกับกำลังบังคับเณรวัดเส้าหลินวิ่งไปวิ่งมา โอเคว่าความไอคอนิคหลายๆ อย่างของเครโทสมันอาจไม่ได้อยู่ในช่วงวัยนี้ แต่ผมยังยืนยันว่าคาแรคเตอร์ดีไซน์ตัวเอกของเราควรมีภาพจำและโดดเด่นกว่า NPC ปกติ อันนี้คือแทบไม่ต่างเลย
เกมยังมีปัญหาเฟรมร่วงในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงตะลุมบอนกับฝูงมอนสเตอร์ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้โหลดกราฟิกหนักอะไรมากมาย แต่ดูเหมือนปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขไปพอสมควรและในแพตช์อัปเดตล่าสุด คือผมไม่เจอแล้ว แต่ไม่แน่ใจนักว่าคนอื่นยังเจออยู่ไหม
เกมเพลย์
ส่วนตัวแล้วผมถือว่าเกมค่อนข้างกล้าหาญและลงทุนอยู่พอสมควรกับการนำเนื้อเรื่องบางส่วนมาทำเป็นเกมสปินออฟเล็กๆ มากกว่าแค่จะทำคลิปหรือออกคอมิคหรือนิยายมาเล่าเพิ่มเติม ทั้งยังเข้าใจได้ที่มาในทรง Metroidvania ที่แม้อาจไม่สามารถบังคับได้อิสระอะไร แต่มันยังมีความเป็นแอคชั่นผจญภัยได้อย่างเต็มเปี่ยม และเกมเจ๋งๆ ดังๆ ในแนวนี้ก็มีถมถืด ตอนผมเห็นเกมเพลย์ของมันในครั้งแรก ยังรู้สึกว้าวด้วยซ้ำไป
แต่ความว้าวทั้งหมดมั้งมวลก็จบลงตอนที่ได้เล่นมันจริงๆ และเป็นอีกครั้งที่อยากจะย้ำว่าการเป็นเกมสปินออฟเล็กๆ ทุนไม่สูงในในแนว Metroidvania นั้นไม่ใช่ความผิดเลย แต่ความผิดของเกมนี้คือมันธรรมดามากเกินไป ในทุกองคาภยพของมันมีส่วนที่ทำได้ดี ส่วนที่ทำให้เรารู้สึกว่าน่าสนุก แต่มันราวกับไม่ถูกขับดันให้โดดเด่นกว่านี้ มันกลางไปเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะการผจญภัยหรือไขปริศนาพัซเซิลแบบแพลตฟอร์มเมอร์ ระบบต่อสู้ที่แม้จะสนุกประมาณหนึ่งแต่กลับไม่ดีพอจะใช้คำว่ายอดเยี่ยม เพราะลูกเล่นที่น้อยจนเกินไป ท่าไม่เยอะ เคลื่อนไหวไม่ว้าว และต้องยอมรับว่าในท้องตลาดมีเกมที่ทำได้ดีกว่านี้มากๆ
ซึ่งผมอยากยกตัวอย่าง Prince of Persia The Lost Crown ที่ส่วนตัวแล้วขอยกให้เป็นหนึ่งใน Metroidvania ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเกมหนึ่ง มันมีทั้งการต่อสู้สุดมันส์ การเคลื่อนที่ลื่นไหลสุดเจ๋ง เมคานิคเกมเพลย์ที่ลูกเล่นเยอะ และปริศนากับวิธีการแก้ที่ฉลาดล้ำทั้งยังสนุกสุดๆ ยังไม่นับรวมเพลงและการกำกับศิลป์ระดับท็อปเทียร์ คือถ้าคุณวางหลอดพลังของเกมนี้ไว้ที่ 100 Sons of Sparta ก็จะอยู่ที่ไม่เกิน 60 คือมันกลางมากๆ ไม่มีอะไรที่โดดเด่นเลย แม้แต่กลิ่นอายความเป็น God of War ของมันของจางและเบาบางเหลือเกิน
ซึ่งนั่นนำมาซึ่งจุดที่น่าเสียดายที่สุดคือการนำเสนอที่ทำได้ดีไม่พอในทุกๆ ด้าน ว่ากันตรงๆ มันมีช่วงของเกมเพลย์ที่รู้สึกสนุกขึ้นมาอยู่ แต่มันไม่เร้าให้เราติดพัน ดึงเราไว้ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยสิ่งใดก็ตาม สิ่งเดียวที่บ่งบอกความเป็น God of War คือเนื้อเรื่องที่มีตัวละครชื่อเครโทสกับราคาเต็มชวนส่ายหน้าของมันนี่แหละ แม้ไม่ได้หนักหนาขนาดเกม AAA แต่หากคุณไม่ได้อยากเล่นเกมที่เกี่ยวกับ God of War ก็ต้องยอมรับว่ายังมีตัวเลือกที่ดีกว่าและค่าตัวเบากว่าอีกมากมายเหลือเกิน





สรุป
อย่างที่บอกว่าเนื้อแท้ของ God of War Sons of Sparta มันไม่ได้เป็นเกมที่แย่อะไร ส่วนดีก็มี ที่สำคัญคือมันยังพอเล่นได้เรื่อยๆ มีช่วงที่สนุกอยู่พอสมควร เพียงแต่ด้วยคุณภาพครึ่งๆ กลางๆ ก็ไม่อาจตรึงคุณให้ติดหนึบอยู่กับมันได้มากนัก และด้วยราคาค่าตัวที่หากคุณไม่ได้อยากรู้เรื่องวัยเด็กของเครโทสก็ยากเหลือเกินที่จะแนะนำให้ซื้อราคาเต็มโดยไม่รอลด หรือแม้จะเป็นแฟน God of War เองก็ยังยากเหมือนกัน เพราะแท้ที่จริงเราก็ไม่ค่อยรู้สึกถึงความเป็น God of War จากมันสักเท่าไหร่นั่นเอง
VERDICT
6
God of War Sons of Sparta วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน PS5
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station