ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีมงาน Online Station ได้รับเชิญจาก Capcom ให้ไปทดลองเล่นเกม Resident Evil Requiem กันถึงประเทศสิงคโปร์มาครับ ซึ่งเป็นการสัมผัสเกมเพลย์เพียว ๆ ของทั้งเกรซกับลีออนแบบเต็ม ๆ จุก ๆ กันนานถึง 3 ชั่วโมงเต็มเลยทีเดียว ตัวเกมที่ได้ลองมาเป็นอย่างไร มาชมพรีวิวของทางเรากันดีกว่าครับ

เริ่มที่เกมเพลย์ของลีออนกันก่อน ในเดโมที่ทีมงานได้ลองเล่นจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยช่วงแรกคือก่อนที่ลีออนจะพบกับเกรซ ซึ่งจะเป็นการแนะนำให้ผู้เล่นได้รู้จักกับการควบคุมเบื้องต้น ที่มีต้นแบบจาก Resident Evil 4 เวอร์ชั่นรีเมคเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือนอกเหนือจากการใช้อาวุธประเภทปืนทั่วไปแล้ว ลีออนในภาคนี้จะมีอาวุธระยะประชิดคือขวานมือ (Hatchet) ที่ติดตัวมาตั้งแต่แรก ขวานนี้มีคุณสมบัติแทบจะครบนิยามของความเป็นอาวุธป้องกันตัว ถ้าพูดถึงแง่เชิงรับ ผู้เล่นสามารถนำมาใช้ป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธของศัตรู เช่น บล็อกการโจมตีจากเลื่อยยนต์ ปัดป้องการโจมตีจากอาวุธระยะประชิดที่มีความรุนแรงรองลงมา หรือจะนำมาใช้โจมตีศัตรูตอนที่เราถูกมันจับตัวได้ หากเป็นจังหวะรุก ผู้เล่นจะกดใช้ขวานโจมตีศัตรูตอนที่มันติดสตันหลังจากเรายิงถูกอวัยวะต่าง ๆ ของพวกมันก็ได้เช่นกัน แน่นอนครับว่าเจ้าขวานที่ว่านี้มีเกจความทนทาน (Durability) ที่สามารถสึกหรอได้หากนำไปฟันหรือบล็อกการโจมตีของศัตรูบ่อย ๆ แต่ถึงกระนั้น ผู้เล่นก็ยังฟื้นฟูเกจความทนทานของขวานได้ด้วยการใช้หินลับคม ซึ่งนำมาลับได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ทว่าตอนที่เราลับขวานจะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ศัตรูเข้ามาเล่นงานเราได้ ดังนั้นจึงต้องดูจังหวะและสถานการณ์รอบตัวให้ดีก่อนจะออกแอ๊กชั่นอะไรไป
ถัดมาเป็นเรื่องของท่าโจมตีระยะประชิด (Melee) เมื่อไหร่ก็ตามที่เราโจมตีด้วยอาวุธปืนหรืออาวุธระยะประชิดไปถูกส่วนศีรษะ หรือขาจนมันเสียหลัก ก็จะปรากฏปุ่มขึ้นมาให้เรากดเพื่อเข้าไปโจมตีมันด้วยศิลปะการต่อสู้ของลีออนเอง แต่ในภาค Requiem นี้การออกท่า Melee จะมีผันแปรตามสภาพแวดล้อมรอบตัวศัตรูที่ติดสตันด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็ประมาณว่า ถ้าเรายิงขาซอมบี้จนมันทรุดลงข้างกำแพง ลีออนจะเข้าไปใช้เท้ายันศีรษะของซอมบี้แล้วออกแรงถีบจนศีรษะมันกระจุยไปเลย หรือบางครั้งลีออนก็จะใช้มือจับศีรษะมันกระแทกกับกำแพงแทน เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วในจังหวะที่ศัตรูโจมตีใกล้ถึงตัวเราที่กำลังถือปืนอยู่ หากกดปุ่มโจมตีในจังหวะที่เส้นยาแดงผ่าแปดพอดี ก็จะสามารถใช้อาวุธปืนในมือโจมตีสวนแบบรุนแรงได้ (ซึ่งการโจมตีที่ว่านี้จะต้องมีกระสุนเหลือในรังเพลิงด้วยนะ)


ขณะเดียวกัน เมนูไอเทมของลีออนในภาค Requiem จะมีหน้าตาเหมือนกับภาค Village เปี๊ยบ นั่นหมายความว่าผู้เล่นจะได้ใช้ประโยชน์จากการจัดเรียงไอเทมในกระเป๋าอย่างเต็มที่ ทว่าตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงที่ได้ลองเกมไป เราไม่ได้เห็นพ่อค้าแบบภาค 4 หรือ Village ปรากฏตัวเลย จึงมีความเป็นไปได้ว่าภาคนี้อาจไม่มีระบบซื้อ-ขายไอเทม หรืออาจจะมี แต่ไม่ได้มาโผล่ในเดโมที่สื่อมวลชนเล่นกัน ตรงนี้ต้องรอดูในเกมเต็มสถานเดียวครับ อย่างไรก็ดี เกมเพลย์ของลีออนช่วงแรกจะไม่ยาวมากนัก เพราะหลังสู้กับศัตรูกลุ่มหนึ่งจนผ่าน สักพักก็จะพบกับคัตซีนที่ลีออนได้พบกับเกรซโดยบังเอิญ และนั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการสลับฝั่งมาเป็นเกรซบ้าง
เกรซนั้นแม้จะเป็นเจ้าหน้า FBI แต่นอกเหนือจากทักษะยิงปืนที่พอมี อย่างอื่นที่เหลือจะชวนให้ผู้เล่นรู้สึกว่าเธอแทบไม่ต่างกับผู้หญิงที่แพนิกง่ายครับ เวลาที่ศัตรูเห็นเธอและเข้ามาหา แล้วเราต้องเคลื่อนที่หนีจะได้ยินเกรซร้องด้วยความตื่นตระหนกเป็นระยะ รูปแบบการเล่นตอนเป็นเกรซจะเน้นความลอบเร้นมากกว่าลีออนพอสมควร แต่ของเกรซจะมีความซับซ้อนมากกว่าเพราะเธอไม่สามารถสังหารศัตรูขณะลอบเร้นได้หากไม่มีอาวุธบางชนิดติดตัว และเวลาถูกศัตรูตะครุบก็ต้องมีอาวุธอีกแบบติดตัวจึงจะรอดพ้นจากเงื้อมมือมันได้ มิหนำซ้ำถ้าเรายิงซอมบี้จนติดสตันก็ไม่มีท่าเข้าไปโจมตีระยะประชิดแบบลีออนอีก โดยทำได้แค่เพียงผลักมันให้ล้มลงเพื่อประวิงเวลาเล็กน้อยเท่านั้น


บรรดาผู้ติดเชื้อที่ปรากฏอยู่ในเกม เราจะได้เห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของพวกมันที่กระทำสิ่งที่เคยทำเป็นอย่างสุดท้ายก่อนที่ร่างกายจะโดนเชื้อยึดครองอย่างสมบูรณ์แบบซ้ำ ๆ ซอมบี้ที่เป็นเชฟ เราจะเห็นมันยืนถือปังตอสับชิ้นเนื้อวนอยู่อย่างนั้น จนกว่าเราจะไปโผล่หน้าให้มันเห็น หรือซอมบี้ที่เป็นพนักงานทำความสะอาดบางตัว ตอนที่เราไปเจอ ก็จะทำท่าเช็ดกระจกห้องน้ำซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งลักษณะแบบนี้จะแตกต่างจากพวกเชื้อปรสิตในภาค 4-5 กับเชื้อ C-Virus ในภาค 6 ที่พวกผู้ติดเชื้อจะมีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง สามารถสื่อสารกันเองได้ และผู้ที่ควบคุมสามารถสั่งการได้ง่ายกว่า แต่ในทางกลับกัน กรณีของภาค Requiem พวกผู้ติดเชื้อจะเหลือความเป็นมนุษย์น้อยกว่า มีก็เพียงความทรงจำสุดท้ายที่ยังยึดโยงกับกิจกรรมล่าสุดก่อนสูญเสียสติสัมปชัญญะนั่นเอง
จุดสำคัญที่ทำให้ทีมงานรู้สึกชอบกับภาค Requiem ก็คือการนำระบบเด่น ๆ ของเกมภาคก่อน ๆ แทบจะทุกภาคมาต่อยอดและยำรวมกันในภาคนี้ จำภาค 1 เวอร์ชั่นรีเมคกันได้มั้ยครับ ที่เมื่อเราจัดการซอมบี้ได้แล้ว ถ้าเราไม่จัดการหาน้ำมันกับไฟแช็คมาเผาร่างมันที่นอนอยู่ พอเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง มันจะฟื้นขึ้นมาเป็นซอมบี้คริมสันเฮด (Crimson Head) ที่มีความอันตรายมากขึ้น รวดเร็วขึ้น เพิ่มเติมด้วยท่าโจมตีแบบข่วน โดยภาคนี้เหล่าซอมบี้ที่เราสังหารไปก็จะสามารถฟื้นได้ในภายหลัง วิธีการยับยั้งนอกจากจะทำลายส่วนศีรษะพวกมันเหมือนเดิมแล้ว ตอนเล่นเป็นเกรซจะมีไอเทมที่คล้ายกับหลอดฉีดยาที่นำมาใช้สูบเลือดของผู้ติดเชื้อ แล้วนำมันมาผสมกับไอเทมบางอย่างเพื่อให้ได้ยาสีม่วงที่ชื่อ Hemolytic Injector มีสรรพคุณทำลายเซลล์เม็ดเลือดของผู้ติดเชื้อ ซึ่งนี่คืออาวุธที่เกรซนำไปใช้ลอบฆ่าผู้ติดเชื้อจากด้านหลังได้ หรือจะใช้ทำลายศพซอมบี้เพื่อไม่ให้มันฟื้นก็ได้ เลือดของผู้ติดเชื้อเป็นสิ่งที่หาได้ค่อนข้างง่าย ทั้งจากศพผู้ติดเชื้อ จากถุงเลือดสำหรับบริจาค หรือแม้แต่บางห้องก็จะมีภาชนะที่รองเศษชิ้นเนื้อที่เราใช้หลอดฉีดยาดูดมาได้เช่นกัน (เข้ากับสถานที่ที่เป็นศูนย์รักษาพยาบาลด้วย)


ระบบที่กล่าวไปในย่อหน้าที่แล้ว พวกซอมบี้ที่ฟื้นขึ้นมาจะมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป และมีชื่อเรียกเฉพาะว่าบลิสเตอร์เฮด (Blister Head) มาจากส่วนศีรษะที่ปูดบวม และมีการเคลื่อนที่ไปมาที่ดูแพรวพราวกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด ตอนเล่นเป็นเกรซ ด้วยความที่วัตถุดิบในการผสมยา Hemolytic Injector มีจำนวนจำกัด จะไปไล่ทำลายศพซอมบี้ทุกตัวก็ดูจะเป็นเรื่องที่เกินตัว ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะปล่อยพวกมันนอนรอกลายร่างแล้วค่อยกลับมาจัดการตอนเล่นเป็นลีออน (เปลี่ยนตัวละครตามเนื้อเรื่องที่ดำเนินไป) หรือจะตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการกำจัดศพพวกมันให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ลีออนเดินทางสะดวกขึ้นตอนเล่นเป็นเขาก็ได้ เอาเข้าจริง ๆ ระบบนี้ก็ทำให้จังหวะของเกมช่วงเล่นเป็นเกรซช้าลงไปมาก เพราะเราต้องไปตามหาเลือดผู้ติดเชื้อจากจุดต่าง ๆ ที่ปรากฏบนแผนที่ บ่อยครั้งที่รู้สึกว่าเสียเวลาโดยใช่เหตุ คล้ายภาค 0 ที่เราต้องวางไอเทมไว้กับพื้นแล้วตามมาเก็บทีหลัง บางคนอาจจะบอกว่างั้นก็ไม่ต้องทำลายศพซอมบี้สิจะได้ไม่เสียเวลาตรงนี้ แต่บอกเลยว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้น ชีวิตคุณจะลำบากกว่าเดิมเยอะ และคงไม่อยากจะปล่อยให้พวกมันฟื้นในเวลาไล่เลี่ยกันเป็นจำนวนมหาศาลหรอก ดังนั้นระบบดังกล่าวจึงไม่ต่างอะไรกับไฟต์ "กึ่งบังคับ" ที่ผู้เล่นต้องทำลายร่างผู้ติดเชื้อไปบ้าง เว้นแต่ใครที่คิดว่าตัวเองเชี่ยวพอ สเต็ปเทพอยู่แล้ว อันนี้ก็แล้วแต่เลย
เมนูไอเทมของฝั่งเกรซจะมีหน้าตาเหมือนกับภาค 7 กับภาค Village ผสมกัน ในแง่ของจำนวนช่องไอเทมที่จำกัดจำเขี่ย รวมถึงการจัดวางตำแหน่งของอินเตอร์เฟซทั้งตอนเลือกไอเทมและผสมไอเทม โดยภาคนี้ตัวละครทั้งสองยังสามารถนำวัตถุดิบที่หาได้ในเกมมาผสมเป็นกระสุนปืน หรือนำสมุนไพรมาผสมกันเป็นยาฟื้นพลังที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ช่วงท้ายที่ได้ลองเกม ทีมงานได้กลับมาเล่นเป็นลีออนอีกครั้ง และมีสู้กับศัตรูชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายบอสไฟต์ (แต่หน่วยก้านดูไม่เก่งสมเป็นบอสเลย เหมือนศัตรูระดับ Elite มากกว่า) แต่ประสบการณ์ที่ได้จากการสู้คือเราได้ใช้การสังเกตพฤติกรรมของมันในการกุมความได้เปรียบ ทั้งจากสภาพแวดล้อมบริเวณที่สู้ และการใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนที่ของมันเพื่อเปิดทางไปเอาไอเทมที่ซ่อนอยู่ เมื่อปราบมันได้แล้ว เกมจะแนะนำระบบเฉพาะของลีออนคือการปรับแต่งปืน โดยจะมีชิ้นส่วนอัปเกรดที่ผู้เล่นต้องนำมันมาผสมกับปืนที่เราใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเป็นระบบที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยจากเกมภาค 2 กับ 3 (ทั้งออริจินัลกับรีเมค) มาก่อนแล้ว


พื้นที่ที่ทั้งเกรซกับลีออนได้ลุยในเกม จะมีไอเทมบางจุดที่ต้องใช้ลีออนเป็นคนเก็บ หรือบางจุดที่ต้องเป็นเกรซมาเก็บเท่านั้น แต่ส่วนนี้ผู้เล่นสามารถเช็คบนแผนที่เอาได้ เพื่อตามเก็บไอเทมได้ครบแบบไม่ตกหล่น โดยแผนที่จะระบุตำแหน่งไอเทมที่เราพบแล้วแต่ยังไม่ได้เก็บ และปริศนาที่เราพบแล้วแต่ยังไม่ได้แก้ ฝั่งเกรซนั้นจะมีการนำระบบเหรียญแลกไอเทมเหมือนภาค 7 โดยจะมีอยู่ห้องหนึ่งที่เราต้องนำเหรียญโบราณ (Antique Coin) มาหยอดที่เครื่องเพื่อนำไอเทมออกมา ซึ่งไอเทมก็มีทั้ง Stabilizer ที่ช่วยให้เราเล็งปืนได้นิ่งขึ้น, Steroid ที่เพิ่ม Max HP ของเกรซ, กระเป๋าเพิ่มจำนวนช่องไอเทมที่ถือได้ รวมทั้งไอเทมที่ขยายความจุของหลอดฉีดยาสำหรับดูดเลือดผู้ติดเชื้อ ขณะที่ฝั่งลีออนก็จะมีตู้ที่ต้องใช้ขวานงัดเพื่อเปิดเอาไอเทม เกมเพลย์ส่วนนี้เป็นส่วนสอดประสานที่ดีระหว่างสองตัวละครหลัก และทำให้การสำรวจพื้นที่ดูมีอะไรให้ทำมากขึ้น
ระดับความยากที่เพิ่มขึ้นจะมีผลกับตำแหน่งที่ศัตรูปรากฏ จำนวนศัตรู ชนิดของศัตรูที่โผล่ในบางจุด จำนวนของเลือดผู้ติดเชื้อที่สูบได้ รวมถึงจำนวนไอเทมต่าง ๆ ในเกม ตลอดจนการเซฟด้วยเครื่องพิมพ์ดีดจะต้องใช้หมึกพิมพ์ (Ink Ribbon) ที่มีให้เก็บจำกัดจำนวน พูดง่าย ๆ ก็คือผู้เล่นต้องรอบคอบในการวางแผนลุยแต่ละห้อง และพยายามใช้ทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่นเดียวกับมุมกล้องในภาคนี้ที่ผู้เล่นสามารถเลือกปรับได้อย่างอิสระ และจะปรับตอนไหนก็ได้ทุกเวลา ใครอยากเน้นความน่ากลัวสุดขีดและสมจริง มุมมองบุคคลที่ 1 จะตอบโจทย์มากกว่า หรือถ้าใครมีอาการโมชั่นซิกเนสส์ (Motion Sickness) หรืออยากเห็นตัวละครที่เราบังคับแบบเต็ม ๆ ก็เลือกมุมมองบุคคลที่ 3 ที่มองจากด้านหลังตัวละครเอาได้ และเวลาเล็งก็จะเป็นการมองผ่านไหล่แทน
ระหว่างที่ทดลองเล่นตลอด 3 ชั่วโมง บนเครื่อง PS5 รุ่นปกติ เฟรมเรตในช่วงที่ชุลมุนไม่มีตกให้เห็นเลย รับประกันได้ว่าทุกคนที่เล่นแพลตฟอร์มนี้จะได้รับประสบการณ์ที่ครบถ้วนตามที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจแน่นอน ส่วนภาพรวมของ RE Requiem ที่ทีมงานได้เล่นไปถือว่านำจุดดีของภาคก่อนหน้าเกือบทั้งหมดมาปรับใช้และต่อยอดให้ดีขึ้น แต่สิ่งที่คาดหวังที่จะได้เห็นเพิ่มเติมจากในเกมตัวเต็มก็ยังเป็นระบบหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่คิดค้นและริเริ่มในภาคนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าเราจะได้เห็นมากน้อยแค่ไหน ส่วนตอนนี้บอกได้แค่ว่า ขอวาร์ปไปโผล่วันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้เลยได้มั้ย Capcom!


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station