ครบรอบ 21 ปี Resident Evil 4 การปฏิวัติตัวเองครั้งแรกของซีรีส์ ที่ชินจิตุยทิพย์ไม่รู้กี่รอบ

แชร์เรื่องนี้:
ครบรอบ 21 ปี Resident Evil 4 การปฏิวัติตัวเองครั้งแรกของซีรีส์ ที่ชินจิตุยทิพย์ไม่รู้กี่รอบ

วันที่ 11 มกราคม 2005 หรือวันนี้เมื่อ 21 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของเกม Resident Evil 4 บนเครื่อง GameCube ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยภาคนี้เป็นการปฏิวัติตัวเองครั้งแรกของซีรีส์ จากเดิมที่ถือกำเนิดมาในแนว Survival Horror ที่เป็นมุมกล้องแบบ Fixed Camera มาเน้นระบบที่มีความเป็นแอ๊กชั่นมากขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนมุมกล้องมาเป็นแบบวิ่งตามหลังตัวละคร และใช้มุมกล้องมองผ่านหัวไหล่เวลาเล็งอาวุธแทน ในช่วงแรกของการเปิดตัวเกม กระแสจากแฟน ๆ ได้แตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งแรกที่ชื่นชอบแนวเกมกับมุมกล้องเดิมรู้สึกไปในทางลบและกลัวว่าเกมจะสูญเสียความน่ากลัวและขาดเอกลักษณ์ไป ขณะที่อีกฝั่งรู้สึกตื่นเต้นที่อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บ้าง และควรเปิดใจลองเล่นดูก่อนที่จะไปตัดสินว่าเกมมันดีหรือไม่ดีกันแน่

(ล่าง) รูปปกเกม Resident Evil 4 บน GameCube ที่จำหน่ายในอเมริกา, ญี่ปุ่น และยุโรป เรียงจากซ้ายไปขวา

กระบวนการพัฒนาเกมภาคนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1999 โดย ณ เวลานั้นคุณชินจิ มิคามิ (Shinji Mikami) ผู้ให้กำเนิดซีรีส์ Resident Evil ได้ออกมากล่าวว่าเขาและทีมงานกำลังพัฒนาเกมภาคต่อสำหรับลงให้กับเครื่อง PS2 ซึ่งช่วงแรกทีมงานต้องเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร (UK) และสเปน เพื่อถ่ายภาพสิ่งปลูกสร้าง สถาปัตยกรรม และวัตถุทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น รูปปั้นสไตล์โกธิก อิฐ และพื้นทางเดินที่เป็นหิน สำหรับนำไปใช้เป็นรายละเอียดประกอบฉาก อีกทั้งระหว่างนั้นคุณฮิเดกิ คามิยะ (Hideki Kamiya) กับทีมงานจำนวนหนึ่งเกิดไอเดียที่น่าจะลองนำความ "เท่" มาใส่ในโลก Resident Evil ดูบ้าง แต่คุณมิคามิมองว่าแนวทางแบบนั้นดูจะเบี่ยงเบนไปไกลจากรากฐานเกมแนวสยองขวัญเกิน จึงโน้มน้าวคุณคามิยะให้พัฒนาอีกเกมแยกไปเลย แล้วใช้คอนเซ็ปต์ที่คุณคามิยะคิดขึ้นกับเกมนั้น จนแตกไลน์ออกมาเป็นเกม Devil May Cry บนเครื่อง PS2 ในปี 2001 นั่นเอง

เวลาผ่านไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2002 ในที่สุดคุณมิคามิก็ออกมาประกาศเมกะโปรเจกต์ 5 เกมที่พัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟลงเครื่อง GameCube ซึ่งมี Resident Evil 4 เป็นหนึ่งในเกมเหล่านั้น อีกทั้งยังเผยว่าตัวเกมถูกพัฒนาไปแล้วประมาณ 40% โดยตัวเกมในช่วงเวลาดังกล่าวถูกเรียกในภายหลังว่า Fog Version ว่าด้วยเรื่องของลีออนที่ต้องบุกไปยังสำนักงานใหญ่ของ Umbrella แถมยังติดเชื้อไวรัสและได้รับพลังพิเศษที่มือซ้ายด้วย ไม่นานนักเวอร์ชั่นนี้ก็ถูกยกเลิก และรื้อทำใหม่

ปีถัดมา ภายในงาน E3 2003 ทาง Capcom ก็ได้นำตัวอย่างของ Resident Evil 4 เวอร์ชั่นที่ทำใหม่อีกครั้งมาโชว์ โดยเป็นซีนที่ลีออนผจญภัยอยู่ในปราสาทหรือคฤหาสน์สักแห่ง ซึ่งลีออนเองก็ติดเชื้อประหลาด ทำให้มองเห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอยู่เป็นระยะ เช่น ตุ๊กตาเคลื่อนไหวได้ ชุดเกราะอัศวินที่ดูเหมือนมีชีวิต ตลอดจนศัตรูที่มีลักษณะเหมือนชายถือตะขอขนาดใหญ่ แต่สุดท้ายคุณมิคามิก็ตัดสินใจยกเลิกเวอร์ชั่นนี้และรื้อทำใหม่อีกรอบ ส่วนตัวอย่างเวอร์ชั่นนี้ได้ถูกนำมาใส่ลงในแผ่น Biohazard Secret DVD เป็นของแถมสำหรับคนที่พรีออเดอร์แผ่นเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่วางจำหน่ายช่วงปลายเดือนมกราคม 2005 ครับ

กว่าจะมาเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายที่พวกเราได้เล่นกัน มันเกิดจากความคิดของคุณมิคามิและทีมงานที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Game Informer ว่าพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนระบบการเล่นเป็นรูปแบบใหม่ไปเลย เพราะรู้สึกว่าระบบเดิมที่เคยทำมานั้นเริ่มจะซ้ำซากแล้ว โดยหลังจากที่คุณมิคามิเล่นเกม Resident Evil 0 เขาก็มองว่าตนเองรู้สึกตื่นเต้นก็แค่ตอนที่ได้เรียนรู้ระบบใหม่ของภาคดังกล่าวเท่านั้น เช่นเดียวกับคุณฮิโรยูกิ โคบายาชิ (Hiroyuki Kobayashi) ที่เป็นโปรดิวเซอร์ที่กล่าวเสริมว่าในทีมผู้พัฒนามีอยู่หลายคนที่ชักจะเบื่อกับสิ่งเดิม ๆ ซึ่งเกมในรูปแบบเก่ามันเหมือนอยู่ในแม่พิมพ์สำเร็จรูป และไม่ต่างอะไรกับโซ่ตรวนที่รั้งพวกเขาเอาไว้ จึงไม่เกิดความกล้าคิดนอกกรอบกัน

ในที่สุด คุณมิคามิก็เข้ามาดูแลโปรเจกต์ในฐานะผู้กำกับ พร้อมกับสั่งเปลี่ยนมุมกล้องของเกม และเขียนเนื้อเรื่องด้วยตัวเองโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งเรื่องมุมกล้องนี้คุณมิคามิเลือกที่จะวางตำแหน่งกล้องไว้ด้านหลังตัวละครที่เราเล่น เพื่อให้มันสอดคล้องกับระบบการเล่นและเนื้อเรื่องที่มุ่งไปยังทิศทางใหม่ รวมถึงออกแบบศัตรูที่เข้ากับเกมเพลย์แบบใหม่ เพิ่มระบบซื้อขายไอเทมเข้ามาเป็นครั้งแรกในจักรวาล Resident Evil ก็ภาคนี้เลย ทั้งนี้ ตัวเกมที่ลงให้กับ GameCube ตอนต้นปี 2005 มีเพียงโหมดเนื้อเรื่องและโหมด Assignment Ada ที่ปลดล็อคหลังจบเนื้อเรื่องไป 1 รอบ กระทั่งตัวเกมถูกพอร์ตมาลง PS2 ช่วงปลายปีเดียวกันจึงเพิ่มโหมดเนื้อเรื่องฝั่งเอด้าอย่าง Separate Ways เข้ามาเสริม และเพิ่มอาวุธพิเศษใหม่ ๆ อย่าง P.R.L. 412 กับคอสตูมใหม่ของลีออนกับแอชลีย์ด้วย

เนื้อหาของเกม Resident Evil 4 จะกล่าวถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2004 เมื่อลีออนได้รับมอบหมายภารกิจให้มาช่วยเหลือแอชลีย์ ลูกสาวของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ถูกคนของลัทธิลึกลับลักพาตัวไปคุมขังไว้ที่หมู่บ้านในชนบทอันห่างไกลของประเทศสเปน แต่พอมาถึงกลับพบว่าผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้มีพฤติกรรมประหลาด ซ้ำร้ายลีออนยังถูกทำร้ายจนสลบและฉีดเชื้อปรสิตปริศนาเข้าไปในร่างกาย เขาจึงต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด พร้อมทั้งตามหาแอชลีย์ และหาทางกำจัดเชื้อปรสิตในตัวออกไปให้ได้

แม้จะมีเสียงต่อต้านและครหามากมายในช่วงก่อนเกมออก แต่พอเกมวางจำหน่ายจริงกลับประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม และคว้ารางวัลเกมแห่งปี (Game of the Year) จากสื่อเกมหลายสำนักประจำปี 2005 ซึ่ง Capcom มีการรายงานยอดขายของเกมนี้ (เวอร์ชั่นออริจินัล) ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ปรากฏว่ายอดขายคือ 14.7 ล้านชุด ติด 1 ใน 5 อันดับแรกของเกม Resident Evil ภาคที่ขายดีที่สุด รวมถึงสร้างปรากฏการณ์ให้มุมกล้องมองผ่านหัวไหล่ขณะเล่นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกมอื่น ๆ นำไปประยุกต์ใช้มากมาย อาทิ Dead Space, The Last of Us และ Gears of War ครับ ยิ่งไปกว่านั้นตัวเกมก็เพิ่งมีออกเวอร์ชั่นรีเมคและวางจำหน่ายไปเมื่อต้นปี 2023 ที่เพื่อน ๆ หลายคนน่าจะได้เล่นกันไปแล้ว

ทิ้งท้ายด้วยคำพูดของคุณมิคามิที่กล่าวเอาไว้ตอนที่ประกาศโปรเจกต์เกมเอ็กซ์คลูซีฟบน GameCube ครับ โดยตอนนั้นคุณมิคามิได้กล่าวไว้ว่าหากใครเห็นเกม Resident Evil 4 ไปลงแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ GameCube เขาจะยอมทำฮาราคิริ (คว้านท้อง) ตัวเองเลยทีเดียว แต่เหมือนพี่แกจะลืมไปว่าตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาเกม ไม่ใช่ผู้บริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าเกมไหนจะลงแพลตฟอร์มอะไร นับจากนั้นจนถึงปัจจุบัน เกม Resident Evil 4 ถูกนำไปพอร์ต รีมาสเตอร์ และทำเป็นเวอร์ชั่น VR ลงรวมกันอีก 12 แพลตฟอร์ม (ไม่รวม GameCube) เรียกว่าท้องคุณมิคามิคงพรุนยับไม่เหลือแน่นอนหากแกยอมฮาราคิริตามที่พูดจริง ๆ


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Vesper
About the Author

Vesper

ถลอก กับ เธอหลอก อ่านออกเสียงคล้ายกัน แต่ระดับความเจ็บมันต่างกัน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ