ต้องยอมรับว่าในปี 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีเกมฟอร์มยักษ์จากค่ายดัง รวมถึงเกมอินดี้จากสตูดิโอเล็ก ๆ ออกมาวางจำหน่ายกันอย่างมากมาย เรียกว่าเล่นกันไม่ครบทุกเกมเป็นแน่ และในปีนี้จะมีเกมไหนบ้างที่ได้ใจเหล่าทีมงาน Online Station เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปดูพร้อมกันดีกว่าครับ

Capcom Fighting Collection 2
มันคือจดหมายเหตุที่บันทึกรวบรวมเกมต่อสู้ในยุคที่เฟืองฟูที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ช่วงเครื่อง Dreamcast กับ PlayStation 2 ซึ่งตอนนี้หาเล่นได้ยากมากแล้ว (เกมตู้ยุคนั้นบ้านเราเริ่มหาไม่ได้ต้องเล่นใน Console เอา) บางเกมราคาสูงจนไปถึงดวงจันทร์ การเอากลับ Remaster ครั้งนี้อาจจะมองว่าคิดง่ายแต่จริงๆ ซ่อนความพิเศษเอาไว้ให้เกมเมอร์รุ่นใหม่ได้ศึกษาพวกรุ่นเก๋าๆ เค้า Wow กันทั้งโหมดต่างๆ เพิ่มความสนุก Challenge ดีแถมทีเด็ดกับ Secret Characters พร้อม Update ให้แล้วในแต่ละเกมทั้ง 8 Title มันคือความคุ้มค่าที่น่าสะสมและเป็น Time Machine ที่ดีอีกเกมครับ
เซียนอ๊อด โต๊ะ

Ball x Pit
เกมอินดี้กราฟิกสไตล์ Pixel Art ที่ให้ผู้เล่นได้ออกลุยกับศัตรูที่ไหลลงมาเป็น Wave จากด้านบน พร้อมกับเกมเพลย์ Classic สไตล์ Pinball ผสมเกมยานยิงที่หลายคนน่าจะคุ้นเคย ตัวเกมในช่วงแรกอาจจะไม่ได้มีอะไรมากนัก เพราะมันคือการปล่อยลูกบอลออกไปโดนศัตรูเพื่อสร้างความเสียหาย ชิ่งกำแพง หล่นลงมา แล้วตัวละครก็เสกลูกบอลออกไปใหม่ แต่ด้วยความที่เป็น Rogue-Like ผสมกับตัวละครใหม่ ๆ ที่ทำให้เกมเพลย์เปลี่ยนไป ผู้เล่นเลยจะได้ค้นพบอะไรใหม่ ๆ สุดครีเอทอีกเพียบ ทั้งการผสมพลังของบอลต่าง ๆ ตลอดจน Passive Skill เพิ่มเติม และแม้แต่เกมเพลย์แบบ Turn-Based ที่ไม่คิดว่าจะยัดเข้ามาในเกมแบบนี้ได้ กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมใช้เวลากับเกมนี้ไป 50 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว และตอนนี้ผมก็น่าจะยังคงเล่นมันอยู่
ชาโม่ คุง

Slap ’em UP!
ปีนี้เป็นปีที่ชอบหลายเกมมากจริง ๆ แต่เกมที่ประทับใจที่สุดยกให้ Slap ’em UP! ที่เป็นเกมคนไทยเล่นไพ่สลาฟกันสี่คน คือปกติเมื่อก่อนชอบเล่นไพ่สลาฟที่เป็นห้องเล่นบนเว็บอยู่แล้ว ซึ่งระบบมันจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่พอมี Slap ’em UP! โผล่ขึ้นมาก็ประทับใจเลยทันที เนื่องจากเราชอบเล่นสลาฟอยู่แล้ว เจออันนี้เข้าใจทั้งเสียงเกม เสียงพากย์ ความอิมแพ็กต์ทีละอย่างในการลงไพ่ คือมันกระตุ้นความอยากเล่นไปเรื่อย ๆ ของเราได้มากจริง ๆ ประทับใจมากครับ
ดลลี่

Battlefield 6
การกลับมาของโคตรเกม FPS แนวสงครามอันเลื่องชื่อที่ก่อนหน้านี้ดูจะเพลี่ยงพล้ำในภาคก่อน กลับมาโดยที่ไม่ได้ใช้ชื่อเลขสุดแนวแต่เป็นเลขหลักอย่างที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ Battlefield 6 ที่มีการปรับปรุงเนื้อหาไปในทิศทางแบบที่แฟน ๆ คาดหวังและอยากให้เป็น การันตีด้วยรางวัล Best Audio Design จากเวที The Game Awards 2025 บรรยากาศสงครามที่คิดถึง ที่ทำให้รู้สึกเอ็นจอยและสนุกไปกับมันได้เรื่อย ๆ ที่เผลอแป๊บเดี๋ยวผมก็ใช้เวลากับมันไปกว่า 150 ชั่วโมงแล้ว ถึงแม้ว่าภาคนี้จะไม่ได้ยอดเยี่ยมเท่าจุดพีคในอดีต แต่ในภาคนี้ก็ถือว่ากลับเข้าสู่เส้นทางที่ควรจะเป็น หวังว่าแฟน ๆ Battlefield จะชื่นชอบภาคนี้และบรรยากาศเก่า ๆ ได้ไม่ยาก
คิงติ๊

EA Sports UFC 5
เกมในปีนี้ที่ผมเล่นเยอะที่สุดก็คือ UFC 5 คงไม่ต้องถามคู่ชกของผมตลอดทั้งปีก็คือพี่หมื่นนี้เอง เมื่อมีเวลาว่างในออฟฟิศจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “ตือมาเปิดเลย” มันเป็นประโยคที่ผมกับพี่หมื่นรู้กันว่าถึงเวลานองเลือดของเราแล้ว ด้วยความสมจริง แตกจริง ท่าทางของตัวละคร ภาพที่สมจริงสวยงาม และตัวละครให้เลือกเล่นที่หลายหลายและยังมีอัปเดตออกมาเรื่อย ๆ ทำให้อรรถรสในการเล่นของพวกผมสนุกสนานมาก ผนวกกับเสียง “อื้มมม อ้าาาา” ของพี่หมื่นในยามเมื่อเค้าอินโรลจัด มันทำให้ทุกคนในออฟฟิศรำคาญเสียงนี้กันมากถึงกับต้องบ่นในเวลาที่เรานองเลือดกันอยู่อย่างเมามัน จากนั้นก็จะเห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ และเสียงหัวเราะดังขึ้นในลำคอของพี่หมื่น ซึ่งมันสะใจดีในตอนที่เล่นเกม UFC 5 และนี้คือเกมที่ผมเล่นและสนุกสุดในปีนี้
ตือ

Silent Hill f
แฟรนไชส์เกมสยองขวัญที่กลับมาในรอบหลายปี ซึ่งสร้างกระแส และเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็ว ทั้งบรรยาศที่วังเวงของเมืองเอบิสุกะโอกะที่ตัวเกมจำลองออกมาได้น่ากลัว และขนลุก เหตุการณ์ความสยองขวัญที่เกิดขึ้นก็กระโจนใส่ผู้เล่นจนทำเอาหลายคนผวาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจกันตาม ๆ กัน ไม่เชื่อไปย้อนดูคลิปโดดงานได้ว่า ดลลี่สะดุ้งลั่นสตูเป็นยังไง แม้ว่าการเล่าเนื้อเรื่องอาจจะมีช่วงที่ไม่ถูกใจบางคนอยู่บ้าง แต่ภาพรวมแล้ว นี่ถือเป็นเกมสยองขวัญที่ทำให้หลาย ๆ คนกลับมาสนใจเกมแนวนี้ได้ในรอบหลายปี ยังไม่นับที่น้อง โคนัตสึ คาโต้ นักแสดงชาวญี่ปุ่นที่เป็นโมเดลตัวละครเอกอย่าง ฮินาโกะ ก็มาไลฟ์สตรีมเล่นเกมนี้ สร้างมีมสุดน่ารัก และตลกไม่เว้นวันจนได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ PlayStation เลยทีเดียว บอกเลยว่า… คาวาอี้เดส!!
พี่นัท

Death Stranding 2: On the Beach
ในฐานะสื่อ ผมพูดเสมอมาว่า Clair Obscur: Expedition 33 คือยอดเกมแห่งปีที่สมควรถูกยกย่อง เพราะมันสามารถทำในสิ่งที่หลาย ๆ เกมในปีนี้ทำไม่ได้ คือการสร้างปรากฏการณ์และเรื่องราวที่แสนพิเศษให้กับวงการเกม แต่หากถามถึงความประทับใจส่วนตัว Death Stranding 2: On the Beach คือเกมที่สื่อสารกับผมได้ดีที่สุดในปีนี้ จริงอยู่ที่แม้มันจะเป็นภาคต่อที่ดีกว่าเดิมในแทบทุกด้าน แต่มันก็ยังเป็นเกมสำหรับคนเฉพาะกลุ่มอยู่ดี ถ้าใครเคยไม่ชอบภาคแรก ภาคนี้ก็คงยากที่จะเปลี่ยนใจหลาย ๆ คนได้ แต่การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านโลกและตัวละครต่าง ๆ ที่มีชั้นเชิงราวกับภาพยนตร์ที่ลุ่มลึก เกมเพลย์ที่เอื้อกับพฤติกรรมที่แตกต่างของผู้เล่น ดนตรีประกอบที่เกื้อหนุนกับเหตุการณ์บนหน้าจอไม่ว่าเราจะกำลังดู ฟัง หรือเล่น สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้สัมผัสกับประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้ ท่ามกลางอีกหลาย ๆ เกมชั้นยอดที่ออกมามากมายในปีนี้ ซึ่งนับว่าการเป็นอีกปีที่ดีสำหรับเกมเมอร์อย่างเรา ๆ เพราะไม่ว่าคุณจะชอบเกมแบบไหน 2025 ก็น่าจะเป็นปีที่มีเกมที่สื่อสารกับคุณเป็นพิเศษอยู่บ้างสักเกมสองเกมแน่นอน
อาร์ม @Pirawits

Split Fiction
ถึงแม้ผมจะเป็นคนชอบเกมแนว RPG และผมไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ที่ Expedition 33 คว้า GOTY ไป ในฐานะคนทำรีวิวและเล่นจบเกมนี้คู่ควรด้วยประการทั้งปวงครับ อย่างไรก็ตามในปี 2025 นี้หากต้องเลือก 1 เกมจริงๆ ผมก็พูดมาตลอดมาตั้งแต่ต้นปีและปลายปีก็ยังไม่เปลี่ยนนั่นก็คือ ผมจะเลือก Trails... ไม่ใช่ๆ ปีนี้ผมเลือกจิ้ม Split Fiction อย่างไม่ลังเลครับ ด้วย ธีม เกมเพลย์ และดีไซน์เกมที่เปลี่ยนไปมาอยู่ตลอด สะท้อนถึงไอเดียที่มากล้นของทีมงานซึ่งถูกอัดใส่ในเกมแบบไม่ยั้งมือ จนระหว่างเล่นก็อดเอ่ยปากชมอยู่บ่อยๆ ตลอดไม่ได้ว่า "พี่เอาอะไรคิดว่ะ เจ๋งชิบหาย" นอกจากนี้ด้วยการที่เกมบังคับเล่น 2 คน ผมจึงลากภรรยาที่ทั้งชีวิตเล่นเกมเป็นแค่ The Sims 4 มาลุยด้วย ซึ่งแน่นอนว่าทะเลาะกันเกือบตลอด แต่พวกเราต่างรู้หน้าที่ของกันและกัน คนหนึ่งก็พยายามใจเย็นและประคับประคอง อีกคนก็พยายามจะเอาชนะตัวเองแล้วผ่านมันไป ตัวผมเองก็อยากเล่นเกมกับภรรยา ตัวภรรยาก็พยายามเข็นตัวเองเพื่อให้งานของผมเสร็จสิ้น ในตอนเล่นจบกลายเป็นว่าเธอสนุกไปกับมัน และผมเองก็ไม่มีข้อกังขาใดๆ ต่อสิ่งที่ได้รับตลอดช่วงเวลาราวๆ 15 - 20 ชั่วโมงนั้น Split Fiction จึงเป็นเกมแห่งปีที่ช่วยสะกิดเตือนถึงเหตุผลและการคงอยู่ของมัน คือเพื่อมอบความสุขและสนุกสนานให้กับผู้เล่นทุกผู้ทุกคนนั่นเอง
ท่านหลอด

Where Winds Meet
Where Winds Meet เป็นเกมแนว Action RPG โลกแบบเปิดบ้างปิดบ้าง สำหรับผม มันเป็นเกมฟรีที่เกินคุณภาพ ถ้าคุณอินกับเหล่าจอมยุทธ คนวัยทำงานอย่างเรา จะมีอะไรดีไปกว่าการเล่นเกมที่ไม่ต้องเร่งรีบกับอะไรใดๆ ว่างค่อยเล่น มีอิสระในการเล่น เลือกเส้นทางของเรื่องได้อย่างหลากหลาย สอดแทรกรายละเอียดของวัธนธรรม มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ตัวเกมมีมิติมากขึ้น และ เบียวได้ดั่งใจ ถึงตัวเกมจะเป็นแนวยอดฮิตในช่วงนี้ Soulslike แต่กลับไม่ได้ยากเกินไปนัก ไม่เร่งเร้าให้เราหัวร้อน มีการ parry การจับจังหวะ ถือเป็นอีกเกมที่ครบเครื่องเกินราคา ที่พี่ห้อยไม่อยากให้ทุกคนพลาด
พี่ห้อย

Blue Prince
เกมพัซเซิลฟอร์มเล็ก แต่สร้างกระแสในปีนี้ได้ไม่เบา กับปริศนาที่เด็กหนุ่มต้องไขปริศนาเพื่อค้นหาห้องลับภายในคฤหาสน์ให้เจอ ตัวเกมถูกออกแบบและวางกลไกการแก้ปริศนามาอย่างดี ให้ผู้เล่นได้ใช้ความคิดและไหวพริบอย่างรอบคอบ แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใครอาจมองเผลอข้ามก็สามารถนำมาเป็นเบาะแสสำคัญได้เลย นอกเหนือจากเกมเพลย์ เนื้อเรื่องก็ผ่านการร้อยเรียงมาดีมาก ทั้งกลวิธีการเล่าและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตัวละครที่ลึกซึ้งมีมิติ หาก 33 จะไม่ได้เกมแห่งปีขึ้นมา เกมนี้ก็มีความคู่ควรไม่ด้อยไปกว่ากันครับ
Vesper

Clair Obscur: Expedition 33
ตัวเกมนั้นมอบประสบการณ์การเล่นที่แปลกใหม่ จุดเด่นที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นการนำเสนอด้านเนื้อเรื่องที่ผู้พัฒนานั้นวางแผนในแต่ละจุดให้ผู้เล่นได้ค้นหาความจริงและมีความน่าติดตาม มันมีช่วงเวลาที่สนุกสนานเพลิดเพลิน หัวเราะไปกับเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงความเศร้า และทำให้ผมน้ำตาตกด้วยเช่นกัน ส่วนด้านกราฟิกก็มีความสวยงาม ทีมงานใส่ใจทุกรายละเอียด อีกสิ่งหนึ่งทที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้เลยคือเรื่องของการพากย์เสียงที่ต้องยอมใจเหล่านักแสดงที่เข้าถึงบทบาทและสื่ออารมณ์ออกมาได้อย่างดี รวมถึงเพลงบรรเลงประกอบที่บอกเลยว่าสุดยอดมาก การเผชิญหน้ากับบอสพร้อมเพลบรรเลงงสุดอลังการนั้น ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นมาก ๆ ทำให้เรารู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องที่ตัวเกมนำเสนอ สุดท้ายผมอยากจะบอกว่านี่คือชิ้นงานที่มีความยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้าน และอยากให้ลองเปิดใจลองสัมผัส เชื่อว่าเกมนี้จะไม่ทำให้ผิดหวิงแน่นอนครับ
Jack Vai

Where Winds Meet
ยามนี้ไม่มีสิ่งใดเหนือกว่า Where Winds Meet ยอดเกมจอมยุทธ์ Open World ที่ข้าได้ถลันตัวเข้าสู่ใต้หล้า! ตัวเกมงดงามราวภาพฝัน อาภรณ์สง่างามอลังการ ข้าสามารถท่องยุทธภพเรียนรู้วิชาลมปราณ เข้าสำนักฝึกตนตามกฎเหล็ก หรือจะปลีกวิเวกเป็นจอมยุทธ์สันโดษก็สุดแท้แต่ใจ ล้วนอิสระเหนือคณา....
ravenz

Where Winds Meet
หากต้องเลือกเกมที่สุดในดวงใจประจำปีนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Where Winds Meet เกมฟอร์มยักษ์จากแดนมังกรที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะเป็นเกมที่เปิดให้เล่นกันได้แบบฟรี ๆ แต่คุณภาพและเนื้อหาที่อัดแน่นอยู่ข้างในกลับยอดเยี่ยมจนเกมระดับ AAA จากค่ายยักษ์ใหญ่ทั้งในญี่ปุ่นและตะวันตกยังต้องชิดซ้าย
ความน่าสนใจคือการที่ตัวเกมสามารถตอบสนองความต้องการของผู้เล่นได้ครบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสาย Hardcore ที่รักความท้าทายแบบ Souls-like ซึ่งต้องใช้ทักษะและไหวพริบในการต่อสู้ หรือจะเป็นนักสำรวจที่อยากดื่มด่ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ในโลก Open World อันกว้างใหญ่สไตล์ Assassin's Creed ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและ Lore อันลุ่มลึก
นอกจากนี้ยังมีอิสระในการเลือกทำกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งมินิเกมและภารกิจต่างๆ ที่เล่นได้ทั้งโหมดออนไลน์และออฟไลน์ ผสมผสานเข้ากับระบบการปรับแต่งตัวละครที่มีตัวเลือกด้านความงามให้เลือกแบบจัดเต็ม ทำให้เราสามารถออกไปโลดแล่นในยุทธภพได้ในสไตล์ของตัวเองจริง ๆ และด้วยแผนการอัปเดตคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมจ่อคิวรออยู่อีกมากในอนาคต Where Winds Meet จึงไม่ใช่แค่เกมที่เล่นแล้วจบไป แต่มันคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่มอบแรงบันดาลใจให้ผมในปี 2025 อย่างไม่มีข้อสงสัย
Shirosaki-han

และนี่ก็เป็นการรวมสุดยอดเกมแห่งปี 2025 ที่ได้ใจเหล่าทีมงาน Online Station ที่พวกเรายกให้เป็นเกมแห่งปี เอาเป็นว่าเพื่อน ๆ คนไหน อยากแนะนำเกมอื่น ๆ เพิ่มเติม อย่าลืมโพสต์บอกเล่ากันเข้ามาได้ครับ
...สวัสปีใหม่ 2569 ขอให้เล่นเพื่อน ๆ เล่นเกมอย่างมีความสุขทุก ๆ คนครับ...
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station