ใครที่ได้เล่นเกม Silent Hill f มาคงน่าจะได้เห็นไอเทมที่มีหน้าตาเหมือนขนมหรือของกินพื้นเมืองของญี่ปุ่น ซึ่งฮินาโกะสามารถนำมากินเองหรือใช้เป็นของเซ่นไหว้ศาลเจ้าตรงจุดเซฟได้นะครับ โดยขนมพวกนี้ล้วนหากินได้ในโลกความเป็นจริงและยังสามารถหาซื้อได้จากบางร้านที่จำหน่ายขนมยุคโบราณด้วย และบทความนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักหน้าค่าตาของขนมเหล่านั้นว่าของจริงมันเป็นอย่างไรให้ชมกันครับ
อาราเระ (Arare / あられ)

อาราเระเป็นขนมข้าวเกรียบหรือข้าวพองญี่ปุ่นขนาดพอดีคำ ส่วนใหญ่จะทำมาจากข้าวเหนียวและปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง โดยจะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากเซนเบ้ที่เป็นข้าวเกรียบแบบแผ่นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาราเระมีอีกความหมายหนึ่งว่า "ลูกเห็บ" ดังนั้นอาราเระก็เลยเป็นขนมชิ้นเล็ก ๆ ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายลูกเห็บนั่นเอง


ชนิดของอาราเระจะค่อนข้างหลากหลาย บางชนิดจะมีรสหวาน บางชนิดจะมีรสเค็ม บางชนิดก็พันด้วยสาหร่าย คนญี่ปุ่นในสมัยก่อนมักนิยมนำอาราเระมารับประทานเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กัน ส่วนปัจจุบันก็จะมีให้เห็นบ้างตามร้านอิซากายะ (Izakaya) หรือร้านกินดื่มของคนทำงานในญี่ปุ่นด้วย นอกจากนั้นแล้วในญี่ปุ่นยังมีเทศกาลตุ๊กตา (Hinamatsuri) ที่จัดขึ้นทุกวันที่ 3 มีนาคมของทุกปี ซึ่งผู้คนที่ร่วมเทศกาลจะรับประทานขนมอาราเระเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง โดยอาราเระในช่วงเทศกาลมักจะทำออกมาหลากหลายสีให้ดูน่ากิน ที่สำคัญคือ อาราเระเป็นขนมพื้นเมืองที่หาซื้อง่าย และหาซื้อได้ตลอดทั้งปี เพียงแต่อาราเระแบบที่เป็นหลากสีจะมีขายเฉพาะช่วงก่อนเข้าสู่เทศกาลตุ๊กตาเท่านั้น (ราวเดือนมกราคม-มีนาคม)
ฮิงาชิ (Higashi / 干菓子)

คำว่าฮิงาชิถ้าแปลกันตรงตัวก็คือ "ขนมแบบแห้ง" ครับ โดยเป็นขนมที่ทำขึ้นจากแป้งที่ปั้นเป็นก้อน เคล้าด้วยน้ำตาล แล้วนำไปใส่ในแบบพิมพ์ และด้วยความที่มันมีคุณลักษณะเช่นนี้จึงทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานพอสมควร ซึ่งปกติแล้วฮิงาชิจะมีรสชาติหวาน ถ้าเทียบกับขนมตะวันตกก็จะคล้ายคุกกี้หรือบิสกิตราว ๆ นั้น


อนึ่ง ฮิงาชิจะมีอยู่หลายชนิด ขึ้นอยู่กับสูตรที่ทำ บางชนิดจะประกอบด้วยแป้งและน้ำตาลหลายชนิด ขณะที่บางชนิดจะปั้นจากน้ำตาลเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่มีแป้งเป็นส่วนผสมเลย ซึ่งแป้งที่นิยมนำมาปั้นเป็นฮิงาชิมักจะทำจากข้าว แต่ก็จะมีบ้างที่ใช้แป้งจากถั่วเหลืองหรือถั่วลันเตา ขึ้นอยู่กับภูมิภาคนั้น ๆ ส่วนฮิงาชิที่เป็นเกรดพรีเมียมหน่อยก็จะมีเนื้อแป้งที่ละเอียดมาก รวมถึงกรรมวิธีที่พิถีพิถันเป็นพิเศษ ทำให้รสสัมผัสละมุนไปทั่วทั้งชิ้น
ตามประวัติศาสตร์แล้ว ฮิงาชิมักถูกนำมาใช้เสิร์ฟเพื่อรับประทานคู่กับชา และถ้าใครมีโอกาสได้ไปชมพิธีชงชาของญี่ปุ่นก็อาจจะได้เห็นฮิงาชิถูกเสิร์ฟมาเป็นเครื่องเคียงด้วยในหลาย ๆ โอกาสครับ
โยคัง (Yokan / 羊羹)

โยคังเป็นขนมประเภทวุ้นก้อนที่ผสมกับน้ำตาล จะพบเห็นได้บ่อยในรูปทรงแท่งและหั่นแบ่งเป็นชิ้นก่อนรับประทาน โดยทั่วไปแล้วโยคังจะมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ เนริโยคัง (Neri Yokan) และ มิซึโยคัง (Mizu Yokan) โดยมิซึโยคังจะมีส่วนผสมของน้ำมากกว่า และนิยมนำไปแช่เย็นและรับประทานในฤดูร้อนกัน ทั้งนี้ ส่วนผสมหลักของโยคังคือถั่วแดงหรือถั่วขาวกวน ซึ่งถ้าทำจากถั่วขาวกวน เนื้อโยคังจะมีสีคล้ายน้ำนมและเกือบจะโปร่งแสง แต่ก็จะมีรสชาติที่อ่อนกว่าโยคังที่มาทำจากถั่งแดงครับ ดังนั้นโยคังที่ทำจากถั่วขาวกวนเลยนำมาต่อยอดด้วยการแต่งรสและสีได้หลากหลายกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ความหวานของโยคังยังสามารถสลับเปลี่ยนจากการใช้น้ำตาลมาเป็นน้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายแดงก็ได้เช่นกัน โดยบางจังหวัดก็จะมี ชิโอะโยคัง (Shio Yokan) ที่ใส่เกลือเข้าไปเล็กน้อยเพื่อให้มีรสเค็มติดมาหน่อย


ต้นกำเนิดของขนมโยคังนั้นเริ่มมาจากยุคคามาคุระ ราวปี ค.ศ. 1185 - 1333 โดยช่วงเวลาดังกล่าวมีพระสงฆ์ของญี่ปุ่นที่ไปศึกษาในประเทศจีนได้นำวัฒนธรรมการดื่มชากลับมายังญี่ปุ่น เลยเกิดเป็นธรรมเนียมรับประทานขนมคู่กับน้ำชา เพียงแต่โยคังที่พระสงฆ์นำเข้ามายังไม่ใช่รูปแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ก่อนที่จะมีการปรับและประยุกต์ตามกาลเวลามาเรื่อย ๆ กว่าจะออกมามีรูปร่างอย่างที่นิยมกันในทุกวันนี้ก็ต้องใช้เวลาราว 500 ปีเลยทีเดียวครับ
รามุเนะ (Ramune / ラムネ)

รามุเนะเป็นน้ำอัดลมที่บรรจุอยู่ในขวดแบบพิเศษที่มีชื่อเรียกว่า คอดด์เน็ค (Codd-neck) ซึ่งเป็นผลงานของนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษนามว่า ไฮแรม คอดด์ (Hiram Codd) ความพิเศษของขวดลักษณะนี้คือจะมีลูกแก้วอยู่ด้านในขวด เวลารับประทานจะต้องกดปุ่มบนปากขวดเบา ๆ เพื่อดันลูกแก้วให้เคลื่อนตัวไปอยู่ด้านใน จึงจะสามารถเทน้ำในขวดได้
โดยทั่วไปแล้ว รามูเนะมักจะหาซื้อได้ตามร้านขายของชำในญี่ปุ่น หรือตามเทศกาลต่าง ๆ ที่ผู้คนมักจะนิยมดื่มในช่วงหน้าร้อน เป็นผลิตภัณฑ์จากธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง มีการทำรสชาติแปลก ๆ ออกมามากมาย เช่น รสแตงโม รสพีช รสกิมจิ รสวาซาบิ รสบับเบิลกัม เป็นต้น อย่างในประเทศไทยเราก็หาซื้อได้ตามร้านดองกิ (Don Don Donki) ในราคาขวดละประมาณ 70-80 บาท แต่ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นจะหาซื้อได้ในราคาถูกกว่ามาก เพียงขวดละ 100-150 เยนเท่านั้น (ประมาณ 20-30 บาท)


คำว่ารามูเนะนั้นเป็นการเรียกเพี้ยนมาจากคำว่าเลมอนเนด (Lemonade) หรือน้ำมะนาวครับ เนื่องจากน้ำมะนาวที่นำเข้ามาขายในญี่ปุ่นสมัยก่อนจะอัดก๊าซมาด้วย พอเวลาผ่านไป คำว่ารามูเนะเลยกลายเป็นคำเรียกรวม ๆ ถึงน้ำอัดลมที่เป็นผลิตภัณฑ์ระดับ OTOP จากแต่ละจังหวัดของญี่ปุ่นนั่นเอง
ชาคุดซึ (Kudzu Tea / 葛湯)

คุดซึนั้นเป็นพืชตระกูลไม้เลื้อยที่เติบโตในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศได้ประกาศให้คุดซึเป็นพืชรุกรานที่เป็นภัยกับพืชชนิดอื่นที่ขึ้นในบริเวณเดียวกัน แต่ในญี่ปุ่นจะมีการนำเจ้าคุดซึมารับประทาน หรือบดเป็นแป้งแล้วชงเป็นน้ำชาเพื่อดื่มกิน โดยชาคุดซึจะมีรสหวาน นิยมกินแบบชงร้อน ตัวน้ำชามีความข้นคล้ายน้ำผึ้ง ส่วนสีจะมีความใสเกือบโปร่งแสง
นอกจากนี้ แป้งคุดซึยังถูกนำไปใช้ทำเป็นซอสหรือซุปในบางประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากตัวแป้งเวลาผสมน้ำจะมีความข้นสูงมาก โดยตัวแป้งตอนเป็นผงจะไม่มีกลิ่นและรสชาติ แต่เมื่อนำไปละลายกับน้ำร้อนจะให้รสหวานอ่อน ๆ ที่มีเอกลักษณ์ จึงมีการประยุกต์แป้งคุดซึเป็นเมนูต่าง ๆ ได้หลากหลาย


อินาริซูชิ (Inari Sushi / 稲荷寿司)

อินาริซูชิเป็นซูชิแบบห่อเต้าหู้ทอด โดยข้าวด้านในมักจะมีรสหวาน ซึ่งบางแห่งจะมีการผสมธัญพืชเข้าไปในข้าวเพื่อให้มีรสเค็มปนบ้าง ส่วนที่มาของชื่อเมนูนี้ก็มาจาก อินาริ ที่เป็นเทพแห่งข้าว พืชผล และความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีสุนัขจิ้งจอกเป็นบริวารในฐานะผู้ส่งสาร และเนื่องจากตามตำนานเล่าขานว่าสุนัขจิ้งจอกของเทพอินารินั้นชอบกินเต้าหู้ทอด ด้วยเหตุนี้ของเซ่นไหว้ศาลเจ้าอินาริจึงเป็นอินาริซูชิมาโดยตลอดครับ
ใครที่เคยดูการ์ตูนเรื่องชินจังจอมแก่น อาจจะเคยเห็นฉากที่ชินจังพยายามทำท่าซูชิห่อเต้าหู้ให้เพื่อน ๆ ดู ซึ่งเจ้าซูชิห่อเต้าหู้ก็มีที่มาจากเมนูอินาริซูชินั่นเอง เพียงแต่เราไม่ขอลงลึกว่าชินจังเขาทำอย่างไรนะครับ เพราะติดเรตเกินไป ให้ใช้จินตนาการนึกภาพกันเอาเองเนอะ


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station