วันที่ 2 ธันวาคม 1999 หรือวันนี้เมื่อ 26 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของเกม The Legend of Dragoon บนเครื่อง PS1 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพัฒนาโดยสตูดิโอของ Sony เอง โดยเกมนี้เป็นแนว RPG เทิร์นเบสที่ใช้กราฟิกตัวละครแบบโพลิกอนสามมิติที่เคลื่อนไหวภายในฉากที่เป็นภาพเรนเดอร์ พร้อมกับพัฒนาระบบต่อสู้ให้มีลูกเล่นเพิ่มเติม โดยเน้นไปที่การจับจังหวะกดปุ่มแบบ Quick Time Event เพื่อให้ตัวละครโจมตีออกมาเป็นท่าต่าง ๆ ที่รุนแรงขึ้นได้
(ล่าง) ปกเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและอเมริกา


เนื้อหาของเกมนี้จะเล่าถึงดาร์ต (Dart) นักดาบหนุ่มเลือดร้อนที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อตามหาอสุรกายสีดำที่สังหารพ่อแม่ของเขาเมื่อครั้งที่ดาร์ตยังเป็นเด็ก และระหว่างที่ดาร์ตเดินทางกลับบ้านเกิดเขาพบกับโรส (Rose) หญิงสาวลึกลับที่แจ้งข่าวว่ามีกองทัพหนึ่งกำลังบุกทำลายหมู่บ้านของเขา ซึ่งพอกลับไปถึงก็ปรากฏว่าหมู่บ้านถูกทำลายไม่เหลือซาก แถมชาน่า (Shana) สาวน้อยที่เป็นเพื่อนสนิทของดาร์ตก็ถูกจับตัวไปขังด้วย ดาร์ตเลยต้องเบนเป้ามาช่วยเหลือชาน่าก่อน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยของดาร์ตที่จะนำไปสู่ความจริงในอดีตเมื่อ 10,000 ปีก่อน เมื่อครั้งที่เผ่าพันธุ์มนุษย์เกิดความขัดแย้งกับอีกเผ่าพันธุ์ ลากยาวมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง






เกมเพลย์ของ The Legend of Dragoon นั้น ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกของเกมบนฉากแผนที่แบบเส้นตรงที่ไม่มีอิสระมากนัก ซึ่งเส้นทางจะนำไปยังเมืองและดันเจี้ยนต่าง ๆ อีกที ผู้เล่นจะสามารถเข้าถึงเส้นทางและพื้นที่ใหม่ ๆ ได้เมื่อดำเนินเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ โดยปาร์ตี้ของกลุ่มตัวเอกจะนำเข้าฉากต่อสู้ได้ 3 คน ส่วนสมาชิกปาร์ตี้คนอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในเซ็ตรบจะได้ค่าประสบการณ์ที่น้อยลง ขณะเดียวกัน เกมจะให้เราติดตั้งท่าไม้ตายสำหรับใช้ในฉากต่อสู้ เราสามารถอัปเลเวลของแต่ละท่าได้ด้วยการกดท่านั้นให้ติดบ่อย ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเลือกคำสั่งโจมตีศัตรูปุ๊บ จะมีกรอบสี่เหลี่ยมปรากฏบนหน้าจอ ตรงนี้เราต้องกะจังหวะกดให้ทันตอนที่สี่เหลี่ยมสองอันมาบรรจบกันพอดี ซึ่งบางท่าจะต้องกดให้ถูกจังหวะหลายครั้ง และเราจำเป็นต้องกดให้ถูกทุกจังหวะเพื่อให้ท่านั้นติด
หลังจากเล่นไปถึงจุดหนึ่ง ตัวเอกในเกมจะได้รับลูกแก้ว Dragon Spirit ที่ทำให้แปลงกายเป็นดรากูนได้ โดยจะมีระยะเวลาการแปลงกายที่จำกัดเป็นจำนวนเทิร์น ซึ่งระหว่างที่อยู่ในร่างดรากูน พลังโจมตี พลังป้องกันของตัวละครนั้นจะเพิ่มขึ้น และมีท่าไม้ตายที่โจมตีได้รุนแรงกว่าตอนอยู่ในร่างมนุษย์ปกติ อีกทั้งตัวละครในปาร์ตี้ของเราจะมีพลังดรากูนที่ไม่ซ้ำธาตุกัน แน่นอนว่าท่าไม้ตายของดรากูนแต่ละธาตุก็จะมีความหลากหลายแตกต่างกันด้วย






สำหรับเกม The Legend of Dragoon สามารถทำยอดขายในปี 1999 ได้เป็นอันดับสอง เป็นรองเพียงแค่ Pokemon Gold and Silver ของฝั่ง Nintendo เท่านั้น แต่เชื่อมั้ยครับว่าเกมนี้ดันทำยอดขายในฝั่งตะวันตกได้ดีกว่าในญี่ปุ่นเสียอีก โดยยอดขายในญี่ปุ่นได้อยู่ที่ประมาณ 280,000 ชุด ขณะที่ในฝั่งสหรัฐอเมริกาทำยอดขายได้สูงถึง 823,000 ชุดเลยทีเดียว ซึ่งคุณชูเฮย์ โยชิดะ (Shuhei Yoshida) ที่เป็นโปรดิวเซอร์ของเกมนี้เผยว่ายอดขายจากสหรัฐอเมริกาช่วยให้เกมสามารถคืนทุนจากงบประมาณการสร้าง 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้สำเร็จ และพอทาง Sony นำเกมมาขายใหม่อีกครั้งบน PlayStation Store ตัวเกมก็ยังติดอันดับ Top 5 เกมขายดีถึงสามเดือนติดต่อกันนับตั้งแต่นำมาจำหน่ายซ้ำครับ
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station