Fatal Frame II: Crimson Butterfly ครบรอบ 22 ปี ภาคที่พีคที่สุดของซีรีส์ถ่ายรูปผี

แชร์เรื่องนี้:
Fatal Frame II: Crimson Butterfly ครบรอบ 22 ปี ภาคที่พีคที่สุดของซีรีส์ถ่ายรูปผี

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2003 หรือวันนี้เมื่อ 22 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของเกม Fatal Frame II: Crimson Butterfly บนเครื่อง PS2 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยภาคนี้เป็นการพัฒนาต่อยอดความสำเร็จจากภาคแรกที่เคยวางจำหน่ายในปี 2001 และได้ทีมงานหลักชุดเดิมทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และมือเขียนบทกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง และยังได้คุณสึคิโกะ อามาโนะ (Tsukiko Amano) มาแต่งเพลงธีมตอนจบที่มีชื่อว่า Cho จนโด่งดังฮิตติดหูแฟน ๆ ด้วย

(ล่าง) ปกเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป เรียงจากซ้ายไปขวา โดยในยุโรปนั้นทาง Tecmo ได้มอบหมายให้ Ubisoft เป็นผู้จัดจำหน่ายแทนครับ

สำหรับภาค 2 นี้ ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็น มิโอะ อามาคุระ (Mio Amakura) โดยเธอต้องออกสำรวจหมู่บ้านมินาคามิเพื่อตามหาพี่สาวฝาแฝดที่มีชื่อว่า มายู อามาคุระ (Mayu Amakura) ที่หายตัวไป ซึ่งมุมกล้องหลักของเกมจะเป็นมุมมองบุคคลที่ 3 แบบกล้องวงจรปิด แต่จะสลับเป็นมุมมองบุคคลที่ 1 เมื่อต้องใช้กล้อง Camera Obscura ในการถ่ายภาพวิญญาณหรือผีร้าย ซึ่งกล้องที่ว่านี้จะเป็นอาวุธประจำตัวของมิโอะไปจนจบเกม กล้องดังกล่าวนอกจากจะใช้ป้องกันตัวแล้วยังใช้ไขปริศนาต่าง ๆ ด้วยการถ่ายภาพวัตถุตามฉากได้ และบางช่วงของเกมมายูจะได้ร่วมเดินทางกับมิโอะ เธอจะคอยช่วยค้นหาเบาะแสของปริศนาให้ผู้เล่นได้ แต่เราก็ต้องคอยระวังไม่ให้ผีเข้ามาทำร้ายมายูด้วยเช่นกัน

วิญญาณภายในเกมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามสีของเกจที่ปรากฏอยู่ตรงมุมหน้าจอ หากเป็นสีน้ำเงินจะหมายถึงวิญญาณที่ไม่เป็นอันตราย สามารถถ่ายภาพเพื่อเก็บสะสมคะแนนได้ ขณะที่สีแดงจะหมายถึงวิญญาณอาฆาต ซึ่งต้องใช้กล้องถ่ายภาพสู้กับมันเท่านั้นจึงจะจัดการได้ ผู้เล่นจะต้องเล็งให้ผีอยู่ภายในโฟกัสของภาพ หากรอจังหวะดี ๆ จนถึงช่วงที่มันกำลังจะโจมตีถูกเรา แล้วเราถ่ายจังหวะนั้นได้ทัน ก็จะสามารถทำดาเมจกับผีได้มากกว่าปกติ หรือถ้าเราถ่ายในจังหวะที่หน้าจอของกล้องเป็นสีแดง จะเกิดปรากฏการณ์ Shutter Chance ที่ให้เราโจมตีแบบติดคริติคัล อีกทั้งมีโอกาสถ่ายภาพแบบ Fatal Frame ที่ทำคอมโบต่อเนื่อง สร้างความเสียหายเพิ่มได้เป็นทวีคูณ นอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบอัปเกรดตัวละคร โดยนำแต้มที่ได้จากการถ่ายภาพ หรือใช้ Spirit Orb ที่หาได้จากจุดต่าง ๆ ในหมู่บ้านหรือได้จากการปราบศัตรูบางตัวมาใช้อัปเกรดความสามารถของกล้องได้

เรื่องราวของภาคนี้จะเล่าถึงฝาแฝดมิโอะกับมายู ที่เดินทางไปยังหมู่บ้านมินาคามิที่พวกเธอเคยเล่นด้วยกันในวัยเด็ก แต่หมู่บ้านแห่งนี้กำลังจะจมอยู่ใต้บาดาลเนื่องจากกำลังจะมีโครงการสร้างเขื่อนใหม่ ระหว่างทางมายูดันได้รับบาเจ็บที่ขาทำให้เดินเหินไม่สะดวก แถมดันมาเจอผีเสื้อลึกลับที่มีสีแดงสดลวงเธอจนหายตัวไป มิโอะเลยต้องออกตามหามายูภายในหมู่บ้านและพบว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยวิญญาณอาฆาต และเธอต้องค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน ที่เชื่อมโยงกับการหายตัวของมายู โดยฉากจบของเกมนี้จะขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น และหากเล่นในระดับความยากสูงสุด ผู้เล่นก็จะได้พบกับบอสพิเศษด้วย

ภาคนี้เป็นภาคนี้ประสบความสำเร็จสูงสุดของซีรีส์ทั้งในแง่ยอดขายและคำวิจารณ์ โดยทีมผู้พัฒนาได้นำฟีดแบ็คจากภาคแรกที่มีผู้เล่นหลายคนบ่นกันว่า "น่ากลัวจนเล่นไม่จบ" มาปรับแก้ในส่วนของเนื้อเรื่องให้มีความน่าดึงดูด ให้ผู้เล่นรู้สึกว่า "ถึงจะน่ากลัว แต่ก็ยังอยากรู้ว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไรต่อไป" อีกทั้งปรับปรุงเกมเพลย์ไม่ให้มีความยากเกินไป แต่ก็ต้องไม่ง่ายเกินจนไม่เหลือความท้าทายใด ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมาเลยกลายเป็นส่วมผสมที่กลมกล่อม ทำให้ Fatal Frame II: Crimson Butterfly กลายเป็นหนึ่งในเกมสยองขวัญที่ขึ้นหิ้งมาจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดก็เพิ่งมีการเปิดตัวเวอร์ชั่นรีเมคของเกมนี้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยจะมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 12 มีนาคม 2026 บนแพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series X|S, Switch 2 และ PC ครับ อย่าพลาดกันล่ะ!


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Vesper
About the Author

Vesper

ถลอก กับ เธอหลอก อ่านออกเสียงคล้ายกัน แต่ระดับความเจ็บมันต่างกัน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ