วันที่ 27 พฤศจิกายน 1998 หรือวันนี้เมื่อ 27 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของ Dreamcast ซึ่งเป็นเครื่องเกมคอนโซลรุ่นสุดท้ายของ Sega ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยนับเป็นเครื่องเจนที่ 4 ถัดจาก Master System, Mega Drive และ Sega Saturn แต่เนื่องด้วยการตัดสินใจที่พลาดหลายอย่างจาก Sega และความไม่พร้อมด้านการตลาดในฝั่งญี่ปุ่น ทำให้ Sega ต้องประสบความล้มเหลวอีกครั้ง และนั่นเลยทำให้พวกเขาต้องถอนสมอจากตลาดฮาร์ดแวร์ แล้วหันไปผลิตแต่ซอฟต์แวร์เกมแทน เป็นอันปิดฉากระยะเวลา 18 ปีของการโลดแล่นอยู่ในสงครามเครื่องเกมคอนโซลนับตั้งแต่ยุติสายการผลิตเครื่องนี้ในปี 2001 ครับ

กระบวนการพัฒนาเครื่อง Dreamcast ได้เริ่มขึ้นในปี 1997 โดยมีคุณฮิเดกิ ซาโต้ (Hideki Sato) เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ ทั้งนี้ ตัวเครื่องถูกวางคอนเซ็ปต์ว่าจะต้องลดต้นทุนด้วยการใช้ชิปสำเร็จรูป อาทิ CPU Hitachi SH-4 และ GPU NEC PowerVR2 และใช้สื่อในการเล่นเป็นแผ่นจีดีรอม (GD-ROM) เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ในการใช้แผ่นดีวีดี (DVD) นอกจากนั้นแล้ว Dreamcast ยังรองรับระบบปฏิบัติการ Windows CE เวอร์ชั่นพิเศษเพื่อให้สามารถนำเกมจาก PC มาพอร์ตลงได้ง่ายขึ้น อีกทั้งตัวฮาร์ดแวร์ยังใช้ร่วมกับบอร์ด NAOMI ของ Sega เอง ทำให้พอร์ตเกมอาร์เคดมาลงคอนโซลนี้โดยที่ได้กราฟิกและเฟรมเรตที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด รวมถึงยังเป็นคอนโซลเจนแรกของ Sega ที่มีโมเด็มในตัวที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและเล่นออนไลน์ได้ด้วย

ช่วงแรกของการวางจำหน่าย ยอดขาย Dreamcast นั้นอยู่ในระดับโอเค แต่พอเครื่อง PS2 เริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนมีนาคมปี 2000 สถานการณ์ก็กลับตาลปัตร กระแสความนิยมจากผู้คนที่เคยเทให้กับ PS1 อย่างถล่มทลายมาก่อน ก็โยกย้ายไปยัง PS2 อีกครั้ง แถมคราวนี้ยิ่งปังกว่ายุค PS1 อีก เพราะประสิทธิภาพกับองค์ประกอบแวดล้อมของเครื่อง PS2 ดันออกมาดีกว่า Dreamcast แทบทุกด้าน เริ่มจากพลังในการเรนเดอร์ภาพของ PS2 ที่ทำได้ประมาณ 7.5 ล้าน - 16 ล้านโพลิกอนต่อวินาที ส่วน Dreamcast ทำได้อยู่ที่ราว ๆ 3 ล้าน - 6 ล้านโพลิกอนต่อวินาทีเท่านั้น มิหนำซ้ำแผ่นจีดีรอมก็มีความจุน้อยกว่าแผ่นดีวีดีหลายเท่า โดยแผ่นจีดีรอมจะมีความจุประมาณ 1 GB ขณะที่แผ่นดีวีดีจะมีความจุเริ่มต้นอยู่ที่ 4.7 GB แถมบรรดาเกม 3rd Party ที่เป็นระดับแม่เหล็กก็ไปลงแต่ PS2 กันหมด ทำให้ยอดขายของ Dreamcast ช่วงหลัง PS2 วางขายจึงซบเซาอย่างหนัก

แม้ว่า Sega จะทำทุกวิถีทางในการกระตุ้นยอดขายให้กลับมาดีอีกครั้ง ในจำนวนนี้รวมถึงการลดราคาเครื่อง 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ จนเหลือ 149 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือถูกกว่า PS2 ที่มีราคาขาย 299 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงเท่าตัว ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์กลับมาดีขึ้น ความล้มเหลวของ Dreamcast มีการวิเคราะห์จากสื่อหลายสำนักที่มองตรงกันว่ามีอยู่หลายปัจจัย ได้แก่
- การแข่งขันกับ PS2 ที่เป็นคู่แข่งที่โหดเกินไป ขนาดที่ว่ายอดขายของ GameCube และ Xbox ที่อยู่ในเจนเดียวกันยังแพ้ขาดลอย
- ไม่ค่อยมีเกม 3rd Party ที่เจ๋ง ๆ มาลงมากนัก
- ความแป้กของ 32X ที่เป็นอุปกรณ์เสริมของ Mega Drive กับ Sega Saturn ที่เป็นคอนโซลเจนก่อนหน้า ทำให้ชื่อเสียงของ Sega ตกลงไปมาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป เครื่อง Dreamcast กลับกลายเป็นที่นิยมของเหล่าเกมเมอร์สายนักสะสม ที่มองว่าเครื่องนี้ได้นำพานวัตกรรมหลาย ๆ อย่างด้านเกมเพลย์มาสู่วงการเกมเหมือนกัน อาทิ เกม Sonic Adventure, Crazy Taxi, Shenmue และ Phantasy Star Online โดยปัจจุบันก็มีเกมเมอร์หัวใสทำการดัดแปลงเครื่อง Dreamcast ให้เล่นสามารถเล่นเกมออนไลน์ผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่มีกลุ่มคอมมูนิตี้เปิดกันเองด้วย (เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์หลักที่เปิดโดย Sega ได้ปิดตัวไปตั้งแต่ยุติสายการผลิตแล้ว)
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station