วันที่ 29 ตุลาคม 2009 หรือวันนี้เมื่อ 16 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของเกม Bayonetta ภาคแรกบนเครื่อง PS3 และ Xbox 360 เกมนี้เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทโดยคุณฮิเดกิ คามิยะ (Hideki Kamiya) อดีตผู้สร้างเกม Devil May Cry ที่ลาออกจาก Capcom มาก่อตั้งค่าย PlatinumGames ร่วมกับเพื่อน ๆ อีก 3 คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือคุณชินจิ มิคามิ อดีตผู้สร้างเกม Resident Evil ด้วย และตลอดหลายปีที่ผ่านมา PlatinumGames ก็ได้สร้างสรรค์เกมแอ็กชั่นเจ๋ง ๆ ออกมามากมาย ภายใต้ปรัชญาหลักของกลุ่มผู้ก่อตั้ง นั่นก็คือ ทีมจะไม่ยึดติดกับแนวคิดการออกแบบเกมแบบดั้งเดิมทั่วไปนั่นเอง
สำหรับเกม Bayonetta ภาคแรกจะใช้โลเคชั่นหลักเป็นเมืองสมมติที่ชื่อว่า Vigrid ที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ขณะที่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็น บาโยเน็ตต้า แม่มดสาวที่มีความสามารถในการแปลงร่าง พร้อมด้วยทักษะในการใช้อาวุธปืนหลากหลายชนิด อีกทั้งเธอยังมีพลังเวทมนตร์และสามารถใช้เส้นผมของตัวเองเพื่อเสกปีศาจออกมาต่อสู้กับเหล่าศัตรูได้



รูปแบบของเกมจะเป็นสไตล์ Hack and Slash คล้ายกับเกม Devil May Cry แถมยังมีระบบการให้คะแนนผู้เล่น (Rating System) ที่จะประเมินผลการเล่นของผู้เล่นในแต่ละด่าน ต่างจาก Devil May Cry ที่ใช้ระบบ Style Rank ที่ตัดสินฝีมือของผู้เล่นแบบเรียลไทม์ ขณะที่เกม Bayonetta (รวมถึงเกมแอ็กชั่นอื่น ๆ ของ PlatinumGames ที่ออกตามมาภายหลัง) จะใช้ระบบจัดอันดับแบบอารีน่า ซึ่งจะให้คะแนนผู้เล่นตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น เวลาที่ใช้ในด่านนั้น ๆ, คะแนนคอมโบ, และความเสียหายที่ได้รับในแต่ละการต่อสู้ ฯลฯ จากนั้นระบบจะรวมคะแนนทั้งหมดเมื่อเล่นจบด่านเพื่อคำนวณเป็น Rank ของผู้เล่นให้อีกที
นอกจากนี้คุณคามิยะยังกล่าวว่า ตัวเขาได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างเกมนี้มาจากตำนานแถบสแกนดิเนเวีย และมีเล่นเกม Devil May Cry 4 มาบ้างเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการพัฒนา โดยวางคอนเซ็ปต์ให้ตัวเอกอย่างบาโยเน็ตต้าต้องมีความเซ็กซี่เป็นแกนหลัก รวมทั้งมีภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและมีสไตล์เป็นของตัวเอง เพื่อให้แนวคิดของเขาออกมาเป็นรูปเป็นร่าง คุณคามิยะจึงร่วมงานกับคุณมาริ ชิมาซากิ (Mari Shimazaki) ที่เป็นศิลปินนักวาดเป็นเวลานานกว่า 1 ปีเต็มในการออกแบบและเนรมิตตัวละครบาโยเน็ตต้าขึ้นมาได้สำเร็จ



เนื้อหาช่วงแรกของเกมจะกล่าวถึงบาโยเน็ตต้าที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหลไปราว 20 ปี แต่พอกลับสูญเสียความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับอดีตของตัวเอง โดยเธอพบว่ามีชิ้นส่วนอัญมณีที่ชื่อ Eyes of the World อยู่กับตัวด้วย ขณะที่ชิ้นส่วนอีกอันอยู่ในเมือง Vigrid เธอเลยตัดสินใจเดินทางไปที่นั่น พร้อมกับหวังว่าจะรื้อฟื้นความทรงจำกลับมาได้
ทางด้านเกมเพลย์ ตัวของบาโยเน็ตต้าจะมีท่าโจมตีทั้งระยะประชิดและระยะไกล และถ้าผู้เล่นกดปุ่มโจมตีตามลำดับได้ถูกต้องก็จะปล่อยท่าแบบพิเศษที่เรียกว่า Wicked Weave ได้ ยิ่งไปกว่านั้น นางยังสามารถใช้ท่า Torture Attack ที่เป็นการเสกอุปกรณ์ทรมานต่าง ๆ เพื่อสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงแก่ศัตรู ซึ่งเครื่องทรมานที่ว่านี้มีตั้งแต่เลื่อยไฟฟ้าไปจนถึงโลงเหล็กที่มีหนามด้านใน (Iron Maiden) เลยทีเดียว ตลอดจนมีท่า Witch Time ที่จะใช้งานเมื่อผู้เล่นสามารถหลบการโจมตีของศัตรูได้ในจังหวะที่ถูกต้อง โดยจะทำให้ความเร็วของบาโยเน็ตต้าเพิ่มขึ้นชั่วขณะ ทุกสิ่งอย่างรอบตัวนางจะเคลื่อนไหวช้าลง เปิดโอกาสให้เราทำดาเมจได้มหาศาลก่อนที่ศัตรูจะตั้งตัวติด



เกม Bayonetta ภาคแรกได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากสื่อและผู้เล่นหลังวางจำหน่าย โดยทำยอดขายรวมทุกแพลตฟอร์มได้ประมาณ 2.5 ล้านชุด ส่วนใหญ่ผู้คนจะชื่นชอบระบบการต่อสู้ การนำเสนอด้านต่าง ๆ และเพลงประกอบ ขณะที่มีผู้เล่นบางส่วนไม่ค่อยโอเคนักกับเนื้อเรื่องและระบบ Quick Time Events ของเกม ปัจจุบันเกมซีรีส์นี้ได้มีการทำภาคต่อตามมาประปราย ได้แก่ Bayonetta 2 วางขายปี 2014, Bayonetta 3 วางขายปี 2022 และ Bayonetta Origins: Cereza and the Lost Demon ที่เป็นภาคสปินออฟ วางขายในปี 2023 ครับ



ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station