วันที่ 14 ตุลาคม 1999 หรือวันนี้เมื่อ 26 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของเกม Dewprism บนเครื่อง PlayStation (PS1) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเกมนี้เป็นเกมแนว Action RPG ที่พัฒนาโดย Squaresoft (ปัจจุบันคือ Square Enix) ซึ่งเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในฝั่งตะวันตกจะใช้ชื่อว่า Threads of Fate และวางจำหน่ายหลังจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นประมาณ 9 เดือนครับ
(ล่าง) ปกเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและตะวันตก


เนื้อหาของเกม Threads of Fate จะแบ่งออกเป็น 2 ตัวละคร ได้แก่ รู (Rue) ชายหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำที่ออกเดินทางตามหาดิวปริซึม (Dewprism) วัตถุโบราณที่ผู้คนเล่าขานกันว่ามีพลังที่สามารถดลบันดาลได้ทุกสิ่งตามที่ผู้ที่ค้นพบมันจะปรารถนา โดยรูมีจุดประสงค์ที่จะใช้พลังของดิวปริซึมมาชุบชีวิต แคลร์ เพื่อนสาวที่เสียชีวิตหลังการปะทะกันระหว่างรูกับวายร้ายที่มีชื่อว่า Arm of Death ในขณะที่อีกคนคือ มินต์ (Mint) เจ้าหญิงแห่งอาณาจักร East Haven ที่โดนปลดจากตำแหน่งรัชทายาทด้วยความเกรียนสุดขั้วของเธอเอง ซึ่งมินต์ต้องการใช้พลังดิวปริซึมเพื่อที่เธอจะทวงบัลลังก์ของตัวเองกลับมาจาก มายะ (Maya) พี่สาวแท้ ๆ ที่ช่วงชิงมันจากเธอไปให้ได้



ด้วยความที่เนื้อเรื่องถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ทำให้รูปแบบของเกมเพลย์ของทั้ง 2 ตัวละครมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ รูจะมีอาวุธประจำตัวคือขวาน พร้อมความสามารถพิเศษคือการแปลงกายเป็นมอนสเตอร์ที่ตนเองเคยปราบมาได้ และสกิลของมอนสเตอร์บางชนิดจะสามารถนำไปใช้ผ่านบางจุดของเกมที่ลำพังตัวของรูในร่างมนุษย์ไม่อาจผ่านได้ด้วย ขณะเดียวกัน มินต์ก็จะมีอาวุธเป็นวงแหวนที่ดูคล้ายกงจักร และยังมีเวทมนตร์หลากหลายชนิดให้เลือกใช้ ซึ่งเวทมนตร์ของมินต์ก็จะมีมากขึ้นตามชนิดศัตรูที่ปราบไป โดยบางเวทมนตร์ก็จะใช้เดินทางไปยังจุดต่าง ๆ ที่ไม่สามารถใช้วิธีปกติในการเข้าถึงได้เช่นกัน



จริง ๆ แล้ว เกม Threads of Fate เคยมีโครงการที่จะทำการ์ตูนมังงะที่จำหน่ายควบคู่กับเกมครับ ซึ่งมีการวางตัวว่าจะให้คุณเคน อาคามัตสึ (Ken Akamatsu) นักวาดการ์ตูนชื่อดังจากเรื่อง Love Hina มาเป็นผู้วาดให้ทั้งเรื่อง แต่แล้วโปรเจ็กต์ดังกล่าวก็โดนยุบไป และแล้วตัวละครทั้งหลายที่คุณอาคามัตสึวาดเตรียมไว้ก็ได้ถูกนำไปดีไซน์ปรับปรุงใหม่ในการ์ตูนเรื่อง Magical Teacher Negima! จนโด่งดังแทน
แม้ว่ากระแสความนิยมจากคนเล่นที่มีต่อเกมนี้จะเป็นไปในทิศทางที่ดี ทว่ายอดขายกลับไม่ดีตามกระแสอวยครับ ด้วยยอดขายในญี่ปุ่นที่ทำได้เพียง 111,000 ชุด แต่ยังดีที่ยอดจำนวนเท่านี้ก็เพียงพอที่ทาง Square Enix จะนำเกมนี้มาขายใหม่ที่ญี่ปุ่นอีกครั้งในปี 2550 ด้วยปกใหม่ที่คาดด้านบนว่า Legendary Hits เนื่องในวาระฉลองยอดขายเกิน 1 แสนชุดนั่นเอง



คุณโคจิ สึกิโมโตะ (Koji Sugimoto) ผู้กำกับของเกมนี้เผยว่าเกม Threads of Fate เป็นที่ชื่นชอบของทั้งแฟน ๆ ของค่าย Square Enix รวมถึงบรรดาบุคลากรอาวุโสภายในบริษัท อาทิ คุณโยชิโนริ คิตาเสะ (Yoshinori Kitase) ผู้กำกับเกม Final Fantasy 6, 7, 8 และ 10 และคุณยาสึมิ มัตสึโนะ (Yasumi Matsuno) ผู้กำกับเกม Final Fantasy Tactics และ Vagrant Story โดยคุณสึกิโมโตะได้มีทิ้งปมปลายเปิดเอาไว้ในตอนจบเพื่อเปิดโอกาสในการทำภาคต่อให้กับเกมนี้ แต่ด้วยความที่เขาติดภารกิจในการทำเกมสำหรับลง PS2 ในเวลานั้นเลยไม่สามารถสานต่อความตั้งใจนี้ได้ อีกทั้ง Square Enix ก็ปัดตกไอเดียในการทำภาคต่อในปี 2004 ด้วย
ส่วนทางด้านคุณไดสึเกะ วาตานาเบะ (Daisuke Watanabe) ผู้เขียนบทของเกมก็เผยในภายหลังว่าเกมนี้ได้สร้างความมั่นใจให้กับตัวเขาในการเขียนบทตัวละครหญิง ซึ่งต่อมาเขาก็ได้มีส่วนในการเขียนบทของตัวละครยูนะ (FF10) และไลท์นิ่ง (FF13) ด้วย



ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station