ผลสำรวจเผย คนส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ แทบจะซื้อเกมเพียงปีละ 2 เกมเท่านั้น

แชร์เรื่องนี้:
ผลสำรวจเผย คนส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ แทบจะซื้อเกมเพียงปีละ 2 เกมเท่านั้น

ในรอบปี 2024 ที่ผ่านมา บนแพลตฟอร์ม Steam มีเกมถูกเพิ่มเข้าไปในสโตร์มากกว่า 18,000 เกมเลยทีเดียวครับ ถ้ามองในแง่ของเกมเมอร์หรือผู้บริโภคก็คงเป็นเรื่องดีที่มีเกมมากมายให้เลือกซื้อ แต่ในความเป็นจริงแล้วในแง่ของผู้ผลิตเกมและผู้จัดจำหน่ายอาจจะเป็นเรื่องน่าวิตกพอสมควร เพราะล่าสุดทางบริษัท Circana จากสหรัฐอเมริกาที่เชี่ยวชาญด้านวิจัยตลาดและเทคโนโลยีได้เผยผลสำรวจใหม่ที่พบว่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ มีพฤติกรรมการซื้อเกมเพียงแค่ 2 เกมต่อปี หรือน้อยกว่านั้น

ต่อมาคุณ Mat Piscatella หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดเกมของบริษัท Circana ก็นำรายงานที่สำรวจความคิดเห็นเกมเมอร์สหรัฐฯ ช่วงไตรมาสที่แล้วมาเปิดเผย โดยเป็นการถามกลุ่มเป้าหมายว่าพวกเขาซื้อเกมใหม่บ่อยแค่ไหน ปรากฏว่าประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามนั้นไม่ซื้อเกมใหม่เลยด้วยซ้ำ และมีเพียง 4% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ซื้อเกมมากกว่า 1 เกมต่อเดือน เท่ากับว่าถ้าใครซื้อเกม Hollow Knight: Silksong กับ Borderlands 4 ควบคู่กันในเดือนกันยายน ก็คือเกินค่าเฉลี่ยในผลสำรวจแล้ว

Circana

ขณะเดียวกัน คุณ Piscatella ก็มีอ้างอิงถึงเหตุการณ์ที่ Game Pass มีการปรับราคาขึ้นรอบล่าสุด พร้อมกับชี้ให้เห็นว่าระหว่างที่มีผู้เล่นส่วนใหญ่ที่แทบไม่ซื้อเกมเลย ก็ยังคงมีผู้เล่นกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีพฤติกรรมใช้จ่ายหรือหมดเงินไปกับเกมอย่างมหาศาลอยู่ นั่นคือกลุ่มผู้เล่นฮาร์ดคอร์ที่ไม่ได้สนใจเรื่องราคา และนับเป็นกลุ่มกำลังหลักที่คอยขับเคลื่อนตลาดเกม โดยเฉพาะเกมที่ไม่ใช่รูปแบบ Free-to-Play เนื่องจากกลุ่มนี้จะมีแนวคิดที่ต้องซื้อทุกเกมที่อยากได้ แถมบางคนยินดีที่จะซื้อแบบเวอร์ชั่น Deluxe ขึ้นไปด้วย

นอกจากนี้ผลสำรวจยังมีความสอดคล้องกับข้อมูลทางการเงินของบริษัทเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Sony ที่แม้ยอดขายเครื่องจะเริ่มชะลอตัวบ้าง แต่กำไรของพวกเขายังเพิ่มขึ้นจากผู้เล่นที่เป็นกลุ่มเดิม บางคนอาจมีเครื่องเกมคอนโซลในครอบครองหลายเครื่อง แต่มีเกมติดเครื่องไม่มีกี่เกม ทว่าคนบางกลุ่มยังนิยมซื้อเกมเพิ่มไปเรื่อย ๆ จนล้นพื้นที่ของตัวเอง

Circana

ปัจจุบันเราอาจจะเข้าใจว่าวงการเกมมีการจำแนกอย่างเท่าเทียมและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมักจะใช้คำว่า "ผู้เล่นทั่วไป" เสมือนตัวแทนของทั้งตลาด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดเกมได้ถูกกำหนดโดยกลุ่มผู้เล่นที่มีพฤติกรรม ความชอบ และมุมมองที่แตกต่างกันมากมาย ซึ่งก็อธิบายได้ว่าทำไมบรรดาค่ายเกมต่าง ๆ ถึงให้ความสำคัญกับ “ช่วงเวลาวางจำหน่าย” อย่างมาก นั่นก็เพราะว่าหากผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อเกมเพียงแค่ไม่กี่เกมต่อปี ก็คงไม่คุ้มที่จะวางขายเกมตัวเองพร้อมกับเกมระดับ Call of Duty หรือ Grand Theft Auto ภาคใหม่เป็นแน่

อย่างไรก็ดี Valve ในฐานะเจ้าของ Steam ก็พบว่าแพลตฟอร์มของพวกเขายังมีปัญหาเรื่องระบบค้นหาเกมและการคัดเลือกเกมมาลงจำหน่ายในสโตร์อยู่ ซึ่งพอไม่มีระบบที่ดีพอในการช่วยให้ผู้เล่นพบเกมที่เหมาะสมกับตัวเอง การดองเกมก็จะเกิดขึ้นและสะสมเป็นปัญหาเรื้อรัง และมีผลทำให้หลายคนซื้อเกมน้อยลงเพราะต้องเคลียร์เกมที่ดองก่อน โดยทาง Valve ได้พยายามแก้ปัญหานี้มาพักใหญ่แล้ว และถึงแม้ Steam จะยังไม่ใช่แพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบซะทีเดียว แต่ก็ถือว่ามีความพยายามที่จะปรับปรุงตัวเองตลอดเวลาครับ

แปลและเรียบเรียงจาก

https://bsky.app/profile/matpiscatella.bsky.social/post/3m27zezw2ek2v

https://newsletter.gamediscover.co/p/sept-2025s-top-new-steam-and-console?utm_campaign=email-half-post

https://kotaku.com/how-many-games-people-buy-each-year-gta-6-madden-2000632641


ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Vesper
About the Author

Vesper

ถลอก กับ เธอหลอก อ่านออกเสียงคล้ายกัน แต่ระดับความเจ็บมันต่างกัน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ